ฎีกา ปี พ.ศ. 2529 แพ่ง

ฎีกาที่ 1767/2529

คำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น)

โจทก์จำเลยทำสัญญากันว่า จำเลยได้มอบที่ดินให้แก่โจทก์รับไปจัดการแบ่งเป็นแปลงแล้วนำออกจำหน่าย เมื่อจำหน่าย หมดแล้วให้หักค่าที่ดินและค่าใช้จ่ายของโจทก์ที่ได้จัดการ ดังกล่าว เหลือเท่าใดให้แบ่งเป็น 3 ส่วน มอบให้โจทก์ 2 ส่วน ให้จำเลย 1 ส่วน ดังนี้ เป็นสัญญาจัดตั้งห้างหุ้นส่วนตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1012 การที่โจทก์ฟ้องเรียกเงินค่าบุกเบิกจัดสรรที่ดินจากจำเลย จึงเป็นการเรียกร้องเงินค่าที่ได้ลงหุ้นไป เมื่อมีการบอกเลิกสัญญาแล้วจึงต้องปฏิบัติตามมาตรา 1061 คือต้องจัดการชำระบัญชี เสียก่อน โจทก์จะมาฟ้องขอคืนเงินที่ได้ลงหุ้นไปโดยยังไม่มี การชำระบัญชีหาได้ไม่ โจทก์จึงยังไม่มีอำนาจฟ้อง

คำพิพากษาย่อ (ย่อยาว)

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงิน 104,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์ คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "ปัญหาแรกตามฎีกาของจำเลยมีว่าตามสัญญาเอกสารหมาย จ.1 โจทก์มีอำนาจฟ้องจำเลยหรือไม่ศาลฎีกาพิเคราะห์สัญญาเอกสารหมาย จ.1 ซึ่งเป็นปัญหาพิพาทกันในคดีนี้มีข้อความในสาระสำคัญว่า จำเลยได้มอบที่ดินให้แก่โจทก์รับไปจัดการแบ่งเป็นแปลงแล้วนำออกจำหน่าย เมื่อจำหน่ายหมดแล้วให้หักค่าที่ดินและค่าใช้จ่ายของโจทก์ที่ได้จัดการดังกล่าวเหลือเท่าใดให้จัดสรรแบ่งเป็น 3 ส่วน มอบให้โจทก์ 2 ส่วนให้จำเลย 1 ส่วน เห็นว่า ตามสัญญาข้างต้นเป็นเรื่องโจทก์จำเลยตกลงเข้ากันเพื่อกระทำกิจการร่วมกันคือการนำที่ดินไปจัดสรรแบ่งขายและมีความประสงค์จะแบ่งปันกำไรอันจะพึงได้แต่กิจการที่ทำนั้นคือ เมื่อหักค่าที่ดินและค่าลงทุนใช้จ่ายแล้วแบ่งให้โจทก์สองในสามส่วน ให้จำเลยหนึ่งในสามส่วน สัญญานี้จึงเป็นสัญญาจัดตั้งห้างหุ้นส่วนตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1012 การที่โจทก์ฟ้องเรียกเงินค่าบุกเบิกจัดสรรที่ดินจากจำเลยจึงเป็นการเรียกร้องเงินค่าที่ได้ลงหุ้นไป เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏว่ามีการบอกเลิกสัญญากันระหว่างโจทก์จำเลยแล้วจึงต้องปฏิบัติตามบทบัญญัติมาตรา 1061 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ คือต้องจัดการชำระบัญชีเสียก่อน โจทก์จะมาฟ้องขอคืนเงินที่ได้ลงหุ้นไปโดยยังไม่มีการชำระบัญชีหาได้ไม่ โจทก์จึงยังไม่มีอำนาจฟ้องคดีนี้ ฎีกาข้อนี้ของจำเลยฟังขึ้นและไม่จำต้องวินิจฉัยฎีกาข้ออื่นของจำเลยต่อไป"พิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์แต่ไม่ตัดสิทธิโจทก์ที่จะฟ้องคดีตามสิทธิของโจทก์ใหม่ ให้โจทก์ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสามศาลแทนจำเลยโดยกำหนดค่าทนายความให้ 6,000 บาท

ข้อมูลคดี

คู่ความ
โจทก์ - นาง บุญ นา ค ลิ้มป สุวรรณ
จำเลย - น.ส. เปรื่อง แสง ดี
กฎหมายที่อ้าง
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ — ม. 1012, ม. 1061
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง — ม. 55
องค์คณะ
อำนวย เปล่งวิทยา
สุชาติ จิวะชาติ
เสรี แสงศิลป์

ที่มาของข้อมูล — ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในศาลฎีกา
ศาลฎีกา เลขที่ 6 ถนนราชดำเนินใน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 ✓ ตรวจสอบแล้ว

ข้อมูลเป็นคำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น/ย่อยาว) ตามที่ศาลเผยแพร่ ไม่ใช่ข้อความคำพิพากษาฉบับเต็ม — ตรวจกับต้นฉบับจากแหล่งทางการของศาลฎีกาก่อนอ้างอิง · ระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา

ค้นหาฎีกาอื่นข้อกฎหมายและมาตรา