ฎีกา ปี พ.ศ. 2536 แพ่ง
ฎีกาที่ ADMIN 1775/2536
คำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น)
ในการตรวจคำขอรับชำระหนี้ของเจ้าหนี้ไม่มีผู้ใดโต้แย้งคัดค้านคำขอรับชำระหนี้ของเจ้าหนี้รายนี้ ดังนั้นเมื่อศาลชั้นต้นเห็นชอบด้วยกับความเห็นของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ก็ชอบที่จะอนุญาตให้รับชำระหนี้ได้โดยไม่ต้องกล่าวแสดงเหตุผลแห่งคำวินิจฉัยไว้ในคำสั่งอนุญาต เพราะข้อเท็จจริงและเหตุผลแห่งคำวินิจฉัยปรากฏอยู่ในความเห็นของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์แล้ว และก็เป็นการสั่งตามพระราชบัญญัติ ล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 106 ซึ่งได้บัญญัติไว้โดยเฉพาะไม่จำต้องนำบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 141(4) ประกอบด้วยมาตรา 153 แห่งพระราชบัญญัติล้มละลายฯมาใช้บังคับโดยอนุโลม
คำพิพากษาย่อ (ย่อยาว)
คดีนี้ศาลชั้นต้นมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ลูกหนี้ไว้เด็ดขาดเจ้าหนี้ยื่นคำขอรับชำระหนี้ เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์นัดตรวจคำขอรับชำระหนี้แล้ว ไม่มีผู้ใดโต้แย้งเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์สอบสวนแล้ว เห็นควรให้เจ้าหนี้ได้รับชำระหนี้เป็นเงิน 6,866,004.18 บาท จากกองทรัพย์สินของลูกหนี้ตามมาตรา 130(8) แห่งพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 ส่วนที่ขอเกินมาให้ยกเสียและให้ยกคำขอรับชำระหนี้ในอันดับที่ 2 เสียทั้งสิ้นตามมาตรา 107(1) แห่งพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตให้เจ้าหนี้ได้รับชำระหนี้ในหนี้สินอันดับที่ 1 และให้ยกคำขอรับชำระหนี้ในหนี้อันดับที่ 2 เสียตามรายงานของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เจ้าหนี้อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนเจ้าหนี้ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "พิเคราะห์แล้ว ปัญหาประการแรกต้องวินิจฉัยตามฎีกาของเจ้าหนี้มีว่า คำสั่งศาลชั้นต้นในเรื่องขอรับชำระหนี้ซึ่งศาลชั้นต้นมิได้กล่าวหรือแสดงเหตุผลแห่งคำวินิจฉัยไว้ในคำสั่งของศาลชั้นต้นชอบหรือไม่ เห็นว่า ตามพระราชบัญญัติล้มละลายพ.ศ. 2483 มาตรา 106 บัญญัติว่า คำขอรับชำระหนี้รายใด ถ้าลูกหนี้เจ้าหนี้หรือเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ไม่โต้แย้ง ศาลมีอำนาจสั่งอนุญาตให้รับชำระหนี้ได้ เว้นแต่มีเหตุอันสมควรสั่งเป็นอย่างอื่นซึ่งก็ปรากฏว่า ในการตรวจคำขอรับชำระหนี้ของเจ้าหนี้ ไม่มีผู้ใดโต้แย้งคัดค้านคำขอรับชำระหนี้ของเจ้าหนี้รายนี้ ดังนั้นเมื่อคดีนี้ศาลชั้นต้นเห็นชอบด้วยกับความเห็นของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ก็อนุญาตให้รับชำระหนี้ได้โดยไม่ต้องกล่าวแสดงเหตุผลแห่งคำวินิจฉัยไว้ในคำสั่งอนุญาต เพราะข้อเท็จจริงและเหตุผลแห่งคำวินิจฉัยปรากฏอยู่ในความเห็นของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์แล้ว และก็เป็นการสั่งตามมาตรา 106 ดังกล่าวข้างต้นซึ่งได้บัญญัติไว้โดยเฉพาะไม่จำต้องนำบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 141(4) ประกอบด้วย มาตรา 153 แห่งพระราชบัญญัติล้มละลายพ.ศ. 2483 มาใช้บังคับโดยอนุโลม คำสั่งของศาลชั้นต้นชอบด้วยกฎหมาย"พิพากษายืน
ข้อมูลคดี
- คู่ความ
- ผู้ล้มละลาย - นาย เติม ศักดิ์ กฤษณามระ ผู้ชำระบัญชี ร้องขอ ให้
ผู้ล้มละลาย - บริษัท เงินทุนหลักทรัพย์ พัฒนา เงินทุน จำกัด
เจ้าหนี้ - ธนาคาร นครหลวง ไทย จำกัด - กฎหมายที่อ้าง
- ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง — ม. 141
พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 — ม. 106 - องค์คณะ
- สุทธิ นิชโรจน์
บุญส่ง วรรณกลาง
วิทูรย์ สุทธิประภา
ที่มาของข้อมูล — ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในศาลฎีกา
ศาลฎีกา เลขที่ 6 ถนนราชดำเนินใน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 ✓ ตรวจสอบแล้ว
ข้อมูลเป็นคำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น/ย่อยาว) ตามที่ศาลเผยแพร่ ไม่ใช่ข้อความคำพิพากษาฉบับเต็ม — ตรวจกับต้นฉบับจากแหล่งทางการของศาลฎีกาก่อนอ้างอิง · ระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา