ฎีกา ปี พ.ศ. 2542 อาญา

ฎีกาที่ 1794/2542

คำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น)

โจทก์มีพยานแวดล้อมกรณีมาสืบอย่างมั่นคงปราศจากสงสัยว่า ขณะเกิดเหตุจำเลยอยู่ในที่เกิดเหตุ หลังเกิดเหตุเจ้าพนักงานตำรวจตรวจพบเสื้อผ้าของจำเลยที่จำเลยสวมใส่ ขณะเกิดเหตุมีคราบโลหิตมนุษย์ติดอยู่ และผลการตรวจพิสูจน์ พบรอยนิ้วมือของจำเลยที่ขาเก้าอี้ที่ใช้เป็นอาวุธตีทำร้ายผู้ตาย กับพบเส้นผมของจำเลยติดอยู่ที่คราบโลหิตตรงขาของ ผู้ตายทั้งสองข้าง นอกจากนี้ยังตรวจพบรอยขีดข่วนและ รอยถลอกใหม่ที่บริเวณแขนและนิ้วมือทั้งสองข้างของจำเลย จึงรับฟังได้ว่าจำเลยเป็นคนร้ายฆ่าผู้ตายเพื่อปกปิด ความผิดอื่นของตน ซึ่งลำพังแต่พยานโจทก์ที่นำสืบมาก็เพียงพอ ที่จะลงโทษจำเลยได้แล้ว ฉะนั้นการที่จำเลยรับสารภาพก็เพราะ เกิดจากจำนนต่อพยานหลักฐาน จึงไม่เป็นประโยชน์แก่ การพิจารณาแต่อย่างใด ไม่มีเหตุบรรเทาโทษตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ประกอบกับพฤติการณ์ แห่งคดีมีลักษณะร้ายแรง จึงไม่สมควรลดโทษให้จำเลย

คำพิพากษาย่อ (ย่อยาว)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยโดยมีเจตนาข่มขืนกระทำชำเราได้ใช้กำลังประทุษร้ายกอดปลุกปล้ำนางสาวสุภารัตน์ อาจสาลีผู้ตาย ซึ่งมิใช่ภริยาตน แต่การกระทำของจำเลยไม่บรรลุผล เนื่องจากผู้ตายขัดขืน จำเลยจึงฆ่าผู้ตายเพื่อปกปิดความผิดที่จำเลยพยายามข่มขืนผู้ตาย ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 80, 91, 276, 288, 289จำเลยให้การรับสารภาพฐานฆ่าผู้อื่นเพื่อปกปิดการกระทำความผิดอื่นของตนแต่ปฏิเสธฐานพยายามข่มขืนกระทำชำเราศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 278, 289(7) การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกันต้องลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานกระทำอนาจารลงโทษจำคุก 5 ปี ฐานฆ่าผู้อื่นเพื่อปกปิดความผิดอื่นของตนลงโทษประหารชีวิต แต่เมื่อรวมโทษทั้งสองกรรมแล้วคงให้ลงโทษประหารชีวิตสถานเดียวจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืนจำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "มีปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยเพียงว่าคำรับสารภาพของจำเลยในชั้นจับกุมสอบสวนและในชั้นศาลมีเหตุบรรเทาโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 หรือไม่เห็นว่า คดีนี้โจทก์มีพยานแวดล้อมกรณีมาสืบอย่างมั่นคงปราศจากสงสัยว่า ขณะเกิดเหตุจำเลยอยู่ในที่เกิดเหตุ หลังเกิดเหตุเจ้าพนักงานตำรวจตรวจพบเสื้อผ้าของจำเลยที่จำเลยสวมใส่ขณะเกิดเหตุมีคราบโลหิตมนุษย์ติดอยู่ และผลการตรวจพิสูจน์พบรอยนิ้วมือของจำเลยที่ขาเก้าอี้ที่ใช้เป็นอาวุธตีทำร้ายผู้ตายกับพบเส้นผมของจำเลยติดอยู่ที่คราบโลหิตตรงขาของผู้ตายทั้งสองข้างนอกจากนี้ยังตรวจพบรอยขีดข่วนและรอยถลอกใหม่ที่บริเวณแขนและนิ้วมือทั้งสองข้างของจำเลย คดีจึงรับฟังได้ว่าจำเลยเป็นคนร้ายฆ่าผู้ตายเพื่อปกปิดความผิดอื่นของตนลำพังแต่พยานโจทก์ที่นำสืบมาก็เพียงพอที่จะลงโทษจำเลยได้ การที่จำเลยรับสารภาพดังกล่าวมาข้างต้นเกิดจากจำนนต่อพยานหลักฐาน ไม่เป็นประโยชน์แก่การพิจารณาแต่อย่างใด ไม่มีเหตุบรรเทาโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ประกอบกับพฤติการณ์แห่งคดีมีลักษณะร้ายแรง จึงไม่สมควรลดโทษให้จำเลย ที่ศาลล่างทั้งสองไม่ลดโทษให้จำเลยจึงชอบแล้ว ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น"พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

คู่ความ
โจทก์ - พนักงานอัยการ จังหวัด ศรีสะเกษ
จำเลย - นาย ยงยุทธ วงศ์ขมิ้น
กฎหมายที่อ้าง
ประมวลกฎหมายอาญา — ม. 78, ม. 289
องค์คณะ
ธนะพัฒน์ แจ่มจันทร์
อร่าม หุตางกูร
อำนวย เต้พันธ์

ที่มาของข้อมูล — ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในศาลฎีกา
ศาลฎีกา เลขที่ 6 ถนนราชดำเนินใน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 ✓ ตรวจสอบแล้ว

ข้อมูลเป็นคำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น/ย่อยาว) ตามที่ศาลเผยแพร่ ไม่ใช่ข้อความคำพิพากษาฉบับเต็ม — ตรวจกับต้นฉบับจากแหล่งทางการของศาลฎีกาก่อนอ้างอิง · ระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา

ค้นหาฎีกาอื่นข้อกฎหมายและมาตรา