ฎีกา ปี พ.ศ. 2534 อาญา
ฎีกาที่ 1814/2534
คำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น)
ความผิดฐานใช้อุบายหลอกลวงไปเพื่อการอนาจาร กับใช้กำลังประทุษร้ายเพื่อการอนาจาร แม้เป็นความผิดในมาตราเดียวกันแต่ลักษณะของการกระทำต่างกัน องค์ประกอบในการกระทำความผิดจึงต่างกัน เมื่อโจทก์บรรยายฟ้องเพียงว่าจำเลยกับพวกที่หลบหนีได้บังอาจร่วมกันใช้กำลังประทุษร้ายฉุดลากพาผู้เสียหายไปเพื่อการอนาจาร ดังนี้ โจทก์จะกลับขอให้ลงโทษจำเลยฐานใช้อุบายหลอกลวงเพื่อการอนาจารหาได้ไม่ ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 192 วรรคแรก.
คำพิพากษาย่อ (ย่อยาว)
โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 19 เมษายน 2531 เวลากลางคืนหลังเที่ยง จำเลยกับพวกอีก 1 คนที่หลบหนีได้บังอาจร่วมกันใช้กำลังประทุษร้าย ฉุดลากพาผู้เสียหายอายุ 18 ปี ไปเพื่อการอนาจารหลังจากพาผู้เสียหายไปเพื่อการอนาจารแล้วจนถึงวันที่ 21 เมษายน2531 เวลากลางวันติดต่อกันตลอดมา จำเลยได้ข่มขืนกระทำชำเราผู้เสียหายซึ่งมิใช่ภริยาของตนจนสำเร็จความใคร่หลายครั้ง โดยใช้กำลังประทุษร้ายกอดปล้ำ จนผู้เสียหายอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้ ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 276, 284, 91จำเลยให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดฐานพาหญิงไปเพื่อการอนาจารตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 284 วรรคแรก ให้ลงโทษจำคุก 6 ปีข้อหาอื่นให้ยกจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องในข้อหาพาหญิงไปเพื่อการอนาจารตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 284 เสียด้วยนอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า พิเคราะห์แล้วเห็นว่า โจทก์ฟ้องจำเลยในข้อหาตามมาตรา 284 นี้โดยบรรยายฟ้องว่า จำเลยกับพวกที่หลบหนีอีก 1 คน ได้บังอาจร่วมกันใช้กำลังประทุษร้ายฉุดลากพาผู้เสียหายไปเพื่อการอนาจาร โจทก์มิได้กล่าวในฟ้องว่าจำเลยใช้อุบายหลอกลวงผู้เสียหายไปเพื่อการอนาจาร ถึงแม้ว่าความผิดฐานใช้อุบายหลอกลวงไปเพื่อการอนาจาร กับใช้กำลังประทุษร้ายเพื่อการอนาจารจะเป็นความผิดในมาตราเดียวกัน แต่ลักษณะของการกระทำต่างกัน องค์ประกอบในการกระทำความผิดจึงต่างกัน เมื่อโจทก์มิได้กล่าวมาในฟ้องในองค์ประกอบของความผิดว่าจำเลยใช้อุบายหลอกลวงผู้เสียหายไปเพื่อการอนาจารจะขอให้ลงโทษจำเลยฐานใช้อุบายหลอกลวงเพื่อการอนาจารหาได้ไม่ ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา192 วรรคแรก ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษามาศาลฎีกาเห็นชอบด้วยในผลฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้นพิพากษายืน.
ข้อมูลคดี
- คู่ความ
- โจทก์ - พนักงานอัยการ จังหวัด พัทลุง
จำเลย - นาย คะนอง ชู พงศ์ - กฎหมายที่อ้าง
- ประมวลกฎหมายอาญา — ม. 284
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา — ม. 192 วรรคแรก - องค์คณะ
- ประจักษ์ พุทธิสมบัติ
นิเวศน์ คำผอง
ยงยุทธ ธารีสาร
ที่มาของข้อมูล — ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในศาลฎีกา
ศาลฎีกา เลขที่ 6 ถนนราชดำเนินใน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 ✓ ตรวจสอบแล้ว
ข้อมูลเป็นคำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น/ย่อยาว) ตามที่ศาลเผยแพร่ ไม่ใช่ข้อความคำพิพากษาฉบับเต็ม — ตรวจกับต้นฉบับจากแหล่งทางการของศาลฎีกาก่อนอ้างอิง · ระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา