ฎีกา ปี พ.ศ. 2536 แพ่ง

ฎีกาที่ 1822/2536

คำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น)

ตั๋วสัญญาใช้เงินกำหนดให้เงินเมื่อทวงถาม สิทธิเรียกร้องตามตั๋วสัญญาใช้เงินจึงเริ่มนับตั้งแต่เมื่อเจ้าหนี้ทวงถามผู้ชำระบัญชีของผู้ล้มละลายได้มีหนังสือทวงถาม เมื่อวันที่ 10มกราคม 2527 ถือเป็นวันเริ่มต้นถึงกำหนดใช้เงิน ต่อมาเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ของผู้ล้มละลายได้ยื่นหนังสือแจ้งให้จำเลยชำระหนี้ตามตั๋วสัญญาใช้เงิน เมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2529 อายุความตามสิทธิเรียกร้องของผู้ล้มละลายย่อมสะดุดหยุดอยู่ในวันนั้นตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 178 เดิม เมื่อนับย้อนหลังไปจนถึงวันเริ่มต้นถึงกำหนดใช้เงินแล้วไม่เกิน 3 ปี ตั๋วสัญญาใช้เงินจึงยังไม่ขาดอายุความ

คำพิพากษาย่อ (ย่อยาว)

โจทก์ฟ้องขอให้มีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์จำเลยเด็ดขาด และพิพากษาให้เป็นบุคคลล้มละลายจำเลยให้การว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง ตั๋วสัญญาใช้เงินที่โจทก์นำมาฟ้องไม่มีมูลหนี้และขาดอายุความแล้ว จำเลยมิได้เป็นผู้มีหนี้สินล้นพ้นตัว ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์จำเลยเด็ดขาดจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาตามฎีกาของโจทก์ประการเดียวว่า ตั๋วสัญญาใช้เงินทั้ง 12 ฉบับ ขาดอายุความหรือไม่ เห็นว่าตั๋วสัญญาใช้เงินทั้ง 12 ฉบับ ตามเอกสารหมาย จ.5 ถึง จ.16 มีกำหนดใช้เงินเมื่อทวงถาม สิทธิเรียกร้องตามตั๋วสัญญาใช้เงินดังกล่าวจึงเริ่มนับตั้งแต่เมื่อเจ้าหนี้ทวงถามเป็นต้นไปข้อเท็จจริงได้ความว่านายเติมศักดิ์ กฤษณามระ ผู้ชำระบัญชีของบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์พัฒนาเงินทุน จำกัด ผู้ล้มละลาย ได้มีหนังสือทวงถามให้ชำระหนี้ตามตั๋วสัญญาใช้เงินเมื่อวันที่ 10มกราคม 2527 ซึ่งถือเป็นวันเริ่มต้นถึงกำหนดใช้เงินแล้ว ต่อมาวันที่ 7 สิงหาคม 2529 ศาลชั้นต้นได้พิพากษาให้บริษัทเงินหลักทรัพย์พัฒนาเงินทุน จำกัด ล้มละลาย และเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ของบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์พัฒนาเงินทุน จำกัด ผู้ล้มละลาย ได้ยื่นหนังสือแจ้งให้จำเลยชำระหนี้ตามตั๋วสัญญาใช้เงินดังกล่าวเมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2529 ดังนั้นอายุความตามสิทธิเรียกร้องของผู้ล้มละลายย่อมสะดุดหยุดอยู่ในวันที่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์มีหนังสือแจ้งไปยังจำเลยให้ชำระหนี้ คือวันที่ 28 ตุลาคม 2529ตามนัยประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 178 เดิม ซึ่งเมื่อนับย้อนหลังจากวันที่ 28 ตุลาคม 2529 ไปจนถึงวันที่ 10 มกราคม 2527อันเป็นวันเริ่มต้นถึงกำหนดใช้เงินแล้วจึงยังไม่เกินกว่ากำหนดเวลา3 ปี ดังนี้ ตั๋วสัญญาใช้เงินทั้ง 12 ฉบับ จึงยังไม่ขาดอายุความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1001 คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้นพิพากษากลับ ให้พิทักษ์ทรัพย์จำเลยเด็ดขาด

ข้อมูลคดี

คู่ความ
โจทก์ - เจ้าพนักงาน พิทักษ์ทรัพย์ ของ บริษัท เงินทุนหลักทรัพย์
โจทก์ - พัฒนา เงินทุน จำกัด ผู้ล้มละลาย
จำเลย - บริษัท ซี เอส ไอ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด หรือ
จำเลย - บริษัท จัดหางาน ซี เอส ไอ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด
กฎหมายที่อ้าง
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ — ม. 178 เดิม, ม. 944, ม. 1001
พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 — ม. 8 (9), ม. 9, ม. 119
องค์คณะ
กู้เกียรติ สุนทรบุระ
บุญส่ง วรรณกลาง
เสมอ อินทรศักดิ์

ที่มาของข้อมูล — ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในศาลฎีกา
ศาลฎีกา เลขที่ 6 ถนนราชดำเนินใน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 ✓ ตรวจสอบแล้ว

ข้อมูลเป็นคำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น/ย่อยาว) ตามที่ศาลเผยแพร่ ไม่ใช่ข้อความคำพิพากษาฉบับเต็ม — ตรวจกับต้นฉบับจากแหล่งทางการของศาลฎีกาก่อนอ้างอิง · ระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา

ค้นหาฎีกาอื่นข้อกฎหมายและมาตรา