ฎีกา ปี พ.ศ. 2536 อาญา
ฎีกาที่ 1836/2536
คำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น)
อัยการสูงสุดได้มีหนังสือลงลายมือ ชื่อรับรองว่ารูปคดีมีเหตุอันควรที่ศาลฎีกาจะได้วินิจฉัย จึงรับรองฎีกาของโจทก์เพื่อศาลฎีกาจะได้พิจารณาพิพากษาต่อไป การรับรองให้ฎีกาเช่นนี้ชอบด้วยมาตรา 221 แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาแล้ว ไม่จำต้องยกเหตุผลหรือระบุว่ามีข้อความใดในส่วนใดของฎีกาที่ศาลฎีกาควรจะวินิจฉัย
คำพิพากษาย่อ (ย่อยาว)
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 335, 336 ทวิ, 357 และริบรถจักรยานยนต์ของกลางศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ฎีกาโดยอัยการสูงสุดรับรองให้ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีนี้โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานลักทรัพย์หรือรับของโจร ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ว่าจำเลยกระทำความผิดฐานลักทรัพย์ ข้อหาฐานรับของโจรจึงเป็นอันยุติตั้งแต่ศาลชั้นต้นแล้ว ที่โจทก์ฎีกาขอให้ลงโทษจำเลยฐานรับของโจรด้วยนั้น ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยข้อหาฐานรับของโจรให้ มีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยในข้อแรกตามคำแก้ฎีกาของจำเลยว่า คดีนี้ต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 220ที่แก้ไขใหม่แล้ว แต่หนังสือรับรองของอัยการสูงสุดที่แนบมาท้ายฎีกามีข้อความเพียงว่า "เห็นว่า รูปคดีมีเหตุอันควรที่ศาลฎีกาจะได้วินิจฉัย อัยการสูงสุดจึงรับรองฎีกาของโจทก์เพื่อศาลฎีกาจะได้พิจารณาพิพากษาต่อไป" โจทก์มิได้ยกเหตุผลหรือมีข้อความใดที่ปรากฏว่าฎีกาของโจทก์ในข้อเท็จจริงในฎีกาข้างต้นมีเหตุผลอันควรในส่วนไหนที่ศาลฎีกาจะได้วินิจฉัยเพื่อพิจารณาต่อไปจึงไม่เป็นการรับรองฎีกาของโจทก์โดยชอบ เห็นว่า ในคดีซึ่งห้ามฎีกาไว้โดยมาตรา 218, 219 และ 220 แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ถ้าอัยการสูงสุดลงลายมือชื่อรับรองในฎีกาว่ามีเหตุผลอันควรที่ศาลสูงสุดจะได้วินิจฉัย ก็ให้รับฎีกานั้นไว้พิจารณาได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 221คดีนี้อัยการสูงสุดได้มีหนังสือลงลายมือชื่อรับรองว่ารูปคดีมีเหตุอันควรที่ศาลฎีกาจะได้วินิจฉัย จึงรับรองฎีกาของโจทก์การรับรองให้ฎีกาของอัยการสูงสุดเช่นนี้ชอบด้วยมาตรา 21 แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาแล้ว ไม่จำต้องยกเหตุผลหรือระบุว่ามีข้อความใดในส่วนใดของฎีกาที่ศาลฎีกาควรจะได้วินิจฉัยดังข้อโต้แย้งของจำเลย"พิพากษากลับว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 335 วรรคสองประกอบกับอนุมาตรา (1)(2) จำคุก 1 ปีไม่ปรากฏว่าจำเลยเคยต้องโทษจำคุกมาก่อน เพื่อให้โอกาสจำเลยกลับตัวเป็นพลเมืองดีต่อไป จึงให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 2 ปีในระหว่างรอการลงโทษนี้ ให้คุมความประพฤติของจำเลยโดยให้ไปรายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติกระทรวงยุติธรรมทุก 2 เดือนให้คืนรถจักรยานยนต์ของกลางแก่เจ้าของ
ข้อมูลคดี
- คู่ความ
- โจทก์ - อัยการ กรมอัยการ
จำเลย - นาย สุพจน์ แซ่อึ้ง - กฎหมายที่อ้าง
- ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา — ม. 221
- องค์คณะ
- บุญศรี กอบบุญ
สุทธิ นิชโรจน์
เพี้ยน พุทธสุอัตตา
ที่มาของข้อมูล — ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในศาลฎีกา
ศาลฎีกา เลขที่ 6 ถนนราชดำเนินใน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 ✓ ตรวจสอบแล้ว
ข้อมูลเป็นคำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น/ย่อยาว) ตามที่ศาลเผยแพร่ ไม่ใช่ข้อความคำพิพากษาฉบับเต็ม — ตรวจกับต้นฉบับจากแหล่งทางการของศาลฎีกาก่อนอ้างอิง · ระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา