ฎีกา ปี พ.ศ. 2529
ฎีกาที่ 1849/2529
คำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น)
โจทก์ป่วยเป็นโรคเบาหวานจนไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่พนักงานขับรถตามตำแหน่งได้ จำเลยไม่อาจคาดหมายได้ว่าโจทก์จะมีโอกาสหายจากโรคดังกล่าวหรือไม่ และไม่สามารถหางานอื่นที่เหมาะสมให้ได้ จำเลยเลิกจ้างโจทก์ได้ไม่ใช่เลิกจ้างไม่เป็นธรรม
การที่ผู้อำนวยการของจำเลยออกคำสั่งมอบอำนาจให้ผู้จัดการเขตการเดินรถมีอำนาจดำเนินการในเขตการเดินรถที่รับผิดชอบ รวมทั้งมีอำนาจอนุมัติลาออก เลิกจ้าง ให้ออก ไล่ออกพนักงานหรือลูกจ้างในสังกัดได้ คำสั่งดังกล่าวเป็นการแบ่งงานในหน้าที่ ซึ่งเป็นการแบ่งเบาภาระของผู้อำนวยการของจำเลย เป็นคำสั่งในทางบริหารงาน มิใช่เป็นการมอบอำนาจโดยเฉพาะ และมิใช่เป็นการมอบอำนาจให้กระทำนิติกรรมอันหนึ่งอันใดอันพึงต้องปิดอากรแสตมป์ตามประมวลรัษฎากร คำสั่งดังกล่าวซึ่งมิได้ปิดอากรแสตมป์จึงชอบด้วยกฎหมาย ผู้จัดการเขตการเดินรถจึงมีอำนาจออกคำสั่งเลิกจ้างโจทก์ได้
คำพิพากษาย่อ (ย่อยาว)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยจ้างโจทก์เป็นพนักงานขับรถ ต่อมาโจทก์ป่วยเป็นโรคเบาหวาน แพทย์มีความเห็นว่าโจทก์ควรทำงานบนพื้นดิน ผู้จัดการเขตการเดินรถออกคำสั่งถึงโจทก์ว่า โจทก์ป่วยเป็นโรคเบาหวานถึงขั้นไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่พนักงานขับรถ ต้องทำงานเบาหน้าที่อื่น และจำเลยไม่สามารถหาตำแหน่งงานหน้าที่อื่นที่เหมาะสมให้ปฏิบัติเป็นการประจำต่อไป จึงให้เลิกจ้างโจทก์ ซึ่งผู้จัดการเขตการเดินรถดังกล่าวไม่มีอำนาจสั่งเลิกจ้าง ทั้งเป็นคำสั่งที่ไม่เป็นธรรม เพราะโจทก์หายจากโรคเบาหวานแล้ว ขอให้พิพากษายกคำสั่งเลิกจ้างของจำเลย ให้จำเลยจ่ายค่าเสียหายเงินโบนัส ค่าครองชีพ เบี้ยขยัน เบี้ยเลี้ยง เงินสวัสดิการของบุตร เงินค่าบำรุงการศึกษาของบุตร และค่ารักษาพยาบาลพร้อมดอกเบี้ย
จำเลยให้การว่าจำเลยเลิกจ้างโจทก์เพราะโจทก์ไม่สามารถทำงานให้กับจำเลยในหน้าที่พนักงานขับรถยนต์โดยสารประจำทาง จำเลยได้มอบอำนาจให้ผู้จัดการเขตการเดินรถมีอำนาจในการจ้างและเลิกจ้างภายในอัตรากำลังได้ตามคำสั่งของจำเลย คำสั่งเลิกจ้างจึงชอบแล้ว จำเลยไม่ต้องรับโจทก์กลับเข้าทำงานและจ่ายเงินใด ๆ ให้แก่โจทก์
ศาลแรงงานกลางพิพากษายกฟ้อง
โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา
ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า โจทก์ป่วยเป็นโรคเบาหวานจนไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่พนักงานขับรถตามตำแหน่งได้ และจำเลยไม่อาจคาดหมายได้ว่าโจทก์จะมีโอกาสหายจากโรคนี้หรือไม่ จำเลยไม่สามารถหาตำแหน่งงานหน้าที่อื่นที่เหมาะสมให้ได้จึงได้มีคำสั่งเลิกจ้างโจทก์ คำสั่งเลิกจ้างโจทก์ดังกล่าวจึงเป็นการเลิกจ้างที่เป็นธรรมแล้ว ส่วนการที่ข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างกำหนดหลักเกณฑ์การพิจารณาเลิกจ้างพนักงานของจำเลยไว้ว่าพนักงานที่ถูกยุบเลิกหน่วยงานหรือตำแหน่งงานและองค์การ ฯ ไม่สามารถจัดหางานอื่นที่เหมาะสมให้ถือปฏิบัติเป็นการถาวรได้ให้เลิกจ้างนั้น หมายถึงพนักงานที่ยังมีความสามารถปฏิบัติงานในหน้าที่ได้ แต่ต้องถูกยุบเลิกหน่วยงานที่ตนสังกัดอยู่ หรือยุบเลิกตำแหน่งที่ตนดำรงอยู่ และจำเลยไม่อาจหาตำแหน่งงานอื่นที่เหมาะสมได้จึงมีสิทธิเลิกจ้างเท่านั้น หาใช่มีความหมายว่า หากพนักงานผู้ใดไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้เพราะความป่วยเจ็บ ไร้ความสามารถหรือหย่อนสมรรถภาพด้วยเหตุของสุขภาพอนามัยแล้วจำเลยไม่มีสิทธิเลิกจ้างได้ กรณีของโจทก์หาขัดต่อบันทึกดังกล่าวไม่
ผู้อำนวยการของจำเลยได้มีคำสั่งมอบอำนาจให้ผู้จัดการเขตการเดินรถมีอำนาจดำเนินการในเขตการเดินรถที่รับผิดชอบ โดยกำหนดอำนาจทั่วไป อำนาจบริหารงานบุคคล ฯลฯ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง มีอำนาจอนุมัติและลงนามคำสั่งหรือสัญญาบรรจุ จ้าง แต่งตั้งย้าย ลาออก เลิกจ้าง ให้ออก ไล่ออกพนักงานหรือลูกจ้างในสังกัดได้ คำสั่งของจำเลยดังกล่าวเป็นการแบ่งงานในหน้าที่ เป็นคำสั่งในทางบริหารงานซึ่งมิใช่เป็นกรณีมอบอำนาจให้แก่ผู้จัดการเขตการเดินรถโดยเฉพาะและมิใช่เป็นการมอบอำนาจให้กระทำนิติกรรมอันหนึ่งอันใดอันพึงต้องติดอากรแสตมป์ตามประมวลรัษฎากรไม่ คำสั่งของจำเลยจึงชอบด้วยกฎหมาย และผู้จัดการเขตการเดินรถมีอำนาจออกคำสั่งเลิกจ้างโจทก์ได้
พิพากษายืน.
ข้อมูลคดี
- คู่ความ
- โจทก์ - นายสุพจน์ ศิลธารา
จำเลย - องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ - กฎหมายที่อ้าง
- พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 — ม. 49
ประมวลรัษฎากร — ม. 7
บัญชีอัตราอากรแสตมป์ท้ายประมวลรัษฎากร - องค์คณะ
- มาโนช เพียรสนอง
สมบูรณ์ บุญภินนท์
เพียร สุมิระ - ศาลชั้นต้น/อุทธรณ์
- ศาลแรงงานกลาง - นายสนิท นิติธรรมาศ
ศาลอุทธรณ์
ที่มาของข้อมูล — ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในศาลฎีกา
ศาลฎีกา เลขที่ 6 ถนนราชดำเนินใน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 ✓ ตรวจสอบแล้ว
ข้อมูลเป็นคำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น/ย่อยาว) ตามที่ศาลเผยแพร่ ไม่ใช่ข้อความคำพิพากษาฉบับเต็ม — ตรวจกับต้นฉบับจากแหล่งทางการของศาลฎีกาก่อนอ้างอิง · ระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา