ฎีกา ปี พ.ศ. 2542 แพ่ง

ฎีกาที่ 188/2542

คำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น)

ศ. เป็นกรรมการผู้จัดการของจำเลย มีฐานะเป็นนายจ้างของโจทก์และเป็นผู้บังคับบัญชาโดยตรงของโจทก์เมื่อโจทก์ประพฤติตนบกพร่องโดยมาทำงานสายเป็นประจำ อันอาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่จำเลย ศ. ย่อมมีอำนาจที่จะว่ากล่าวตักเตือนโจทก์เป็นหนังสือได้ และในหนังสือ ตักเตือนไม่จำต้องให้กรรมการจำเลยสองคนลงลายมือชื่อ และประทับตราสำคัญของจำเลยเพราะมิใช่เป็นการ กระทำนิติกรรมแทนจำเลย

คำพิพากษาย่อ (ย่อยาว)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเลิกจ้างโจทก์โดยโจทก์ไม่ได้กระทำความผิดและไม่ได้บอกกล่าวล่วงหน้าตามกฎหมาย ขอให้บังคับจำเลยจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าจำนวน 49,950 บาท และค่าชดเชยจำนวน 243,000 บาท กับค่าเสียหายจากการเลิกจ้างไม่เป็นธรรมจำนวน 243,000 บาท แก่โจทก์จำเลยให้การว่า จำเลยมีคำสั่งให้โจทก์ออกจากงานเนื่องจากโจทก์ฝ่าฝืนข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานหรือระเบียบหรือคำสั่งของนายจ้างอันชอบด้วยกฎหมายและเป็นธรรมและนายจ้างได้ตักเตือนเป็นหนังสือแล้ว ขอให้ยกฟ้องศาลแรงงานกลางพิจารณาแล้ววินิจฉัยว่า ก่อนจำเลยให้โจทก์ออกจากงาน โจทก์มาทำงานสาย นายศิวะ งานทวี กรรมการผู้จัดการของจำเลยและเป็นผู้บังคับบัญชาโจทก์ได้มีหนังสือตักเตือนโจทก์ถึง 2 ครั้ง โจทก์ก็ยังคงมาทำงานสายเช่นเดิม จำเลยจึงเลิกจ้างโจทก์ ถือได้ว่าโจทก์ได้ปฏิบัติตนฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับ ในการทำงานหรือคำสั่งของจำเลยอันชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งจำเลย ได้ตักเตือนแล้ว จำเลยจึงมีสิทธิเลิกจ้างโจทก์ได้โดยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย สินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า และเป็นการเลิกจ้างที่มีเหตุสมควร มิใช่เป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรมในอันที่จะต้องใช้ค่าเสียหายให้โจทก์ พิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกาศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า "มีปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของโจทก์ว่า การที่นายศิวะ งานทวี ซึ่งเป็นกรรมการผู้จัดการของจำเลยและเป็นผู้บังคับบัญชาโจทก์ได้ออกหนังสือตักเตือนโจทก์ ถือไม่ได้ว่าหนังสือตักเตือนดังกล่าวเป็นหนังสือตักเตือนของจำเลย เพราะในหนังสือตักเตือนไม่มีกรรมการจำเลยสองคนลงลายมือชื่อและประทับตราสำคัญของจำเลยนั้น เห็นว่า นายศิวะเป็นกรรมการผู้จัดการของจำเลยมีฐานะเป็นนายจ้างของโจทก์ด้วย ทั้งเป็นผู้บังคับบัญชาโดยตรงของโจทก์ เมื่อโจทก์ประพฤติตนบกพร่องโดยมาทำงานสายเป็นประจำอันอาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่จำเลย นายศิวะย่อมมีอำนาจที่จะว่ากล่าวตักเตือนโจทก์เป็นหนังสือได้ และในหนังสือตักเตือนก็ไม่จำต้องให้กรรมการจำเลยสองคนลงลายมือชื่อและประทับตราสำคัญของจำเลยเพราะมิใช่เป็นการกระทำนิติกรรมแทนจำเลย ศาลแรงงานกลางพิพากษาชอบแล้ว อุทธรณ์โจทก์ฟังไม่ขึ้น"พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

คู่ความ
โจทก์ - นาง หรือ นางสาว วราพร แสง บุญ ส่ง
จำเลย - บริษัท เจ.ที.เอส จำกัด
กฎหมายที่อ้าง
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ — ม. 70, ม. 149
องค์คณะ
เสรี ชุณหถนอม
เสมอ อินทรศักดิ์
วิรัตน์ ลัทธิวงศกร

ที่มาของข้อมูล — ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในศาลฎีกา
ศาลฎีกา เลขที่ 6 ถนนราชดำเนินใน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 ✓ ตรวจสอบแล้ว

ข้อมูลเป็นคำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น/ย่อยาว) ตามที่ศาลเผยแพร่ ไม่ใช่ข้อความคำพิพากษาฉบับเต็ม — ตรวจกับต้นฉบับจากแหล่งทางการของศาลฎีกาก่อนอ้างอิง · ระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา

ค้นหาฎีกาอื่นข้อกฎหมายและมาตรา