ฎีกา ปี พ.ศ. 2537 แพ่ง
ฎีกาที่ 1925/2537
คำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น)
การเป็นตัวแทนตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์นั้น อาจเกิดโดยการแต่งตั้งโดยชัดแจ้งหรือโดยปริยายก็ได้ และกรณีตัวแทนเชิดที่ถือได้ว่าเป็นการแต่งตั้งโดยปริยายนั้น ตัวการผู้เชิดต้องแสดงออกว่าผู้ถูกเชิดเป็นตัวแทนของตน หรือรู้แล้วยอมให้ผู้เชิดแสดงออกว่าเขาเป็นตัวแทนของตน ตัวการจึงจะมีความรับผิดต่อบุคคลภายนอกในกิจการทั้งหลายที่ตัวแทนได้กระทำลงไป คดีนี้ ไม่ปรากฏว่าจำเลยที่ 1 สั่งให้จำเลยที่ 3 สั่งซื้อเบียร์จากโจทก์ หรือยินยอมให้จำเลยที่ 3 สั่งซื้อเบียร์จากโจทก์ในนามจำเลยที่ 1 แต่เป็นเรื่องจำเลยที่ 3 ใช้ตำแหน่งหน้าที่โดยทุจริตสั่งซื้อเบียร์จากโจทก์เองโดยพลการ การที่จำเลยที่ 3 ใช้อำนาจหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่ายไว้โดยใช้ใบรับเงินของจำเลยที่ 1 ก็ไม่ปรากฏว่าจำเลยที่ 1 รู้เห็นยินยอมให้จำเลยที่ 3 กระทำ การกระทำของจำเลยที่ 3 ต่าง ๆ จำเลยที่ 1 มิได้มีส่วนได้เสียหรือยินยอมด้วย จำเลยที่ 3 จึงมิใช่ตัวแทนเชิดของจำเลยที่ 1
คำพิพากษาย่อ (ย่อยาว)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 1 เป็นนิติบุคคลประเภทรัฐวิสาหกิจเป็นลูกค้าของโจทก์ จำเลยที่ 2 เป็นหัวหน้าแผนกพัสดุ จำเลยที่ 3เป็นหัวหน้าหมวดพัสดุของจำเลยที่ 1 เป็นตัวแทนผู้มีอำนาจสั่งซื้อสินค้าประเภทเบียร์ โซดาตราสิงห์ จากโจทก์เป็นคราว ๆและชำระค่าสินค้าให้โจทก์ ได้แสดงต่อโจทก์ว่าเป็นเจ้าหน้าที่ของจำเลยที่ 1 สั่งซื้อสินค้าดังกล่าวจากโจทก์ เมื่อระหว่างเดือนมกราคม 2530 ถึงเดือนมิถุนายน 2530 จำเลยที่ 1 ค้างชำระค่าเบียร์รวมเป็นเงิน 2,592,000 บาท ขอให้บังคับจำเลยทั้งสามร่วมกันชำระเงินจำนวนดังกล่าว พร้อมดอกเบี้ยจำเลยทั้งสามให้การว่า จำเลยที่ 1 เคยเป็นลูกค้าโจทก์ต่อมาปี 2527 จำเลยที่ 1 ให้เอกชนเช่ารถเสบียงและกิจการโรงแรมไปดำเนินการ หลังจากนั้นจำเลยที่ 1 ไม่ได้สั่งซื้อหรือมอบหมายให้จำเลยที่ 2 ที่ 3 สั่งซื้อสินค้าจากโจทก์อีกและไม่ได้ค้างชำระค่าสินค้า ฟ้องโจทก์เคลือบคลุม ขอให้ยกฟ้องโจทก์ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 3 ชำระเงิน 2,592,000 บาทแก่โจทก์ พร้อมดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ ยกฟ้องโจทก์เกี่ยวกับจำเลยที่ 1 ที่ 2โจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยที่ 1 ร่วมกับจำเลยที่ 3 ชำระเงินจำนวน 2,592,000 บาท แก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้นจำเลยที่ 1 ฎีกาศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า ขณะเกิดเหตุคดีนี้จำเลยที่ 3เป็นพนักงานของจำเลยที่ 1 มีตำแหน่งเป็นหัวหน้าหมวดพัสดุ เป็นผู้สั่งซื้อเบียร์จากโจทก์และค้างชำระค่าเบียร์โจทก์จำนวน 2,592,000บาท แล้ววินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายว่า การเป็นตัวแทนตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์นั้น อาจเกิดโดยการแต่งตั้งโดยชัดแจ้ง หรือโดยปริยายก็ได้ และกรณีตัวแทนเชิดที่ถือได้ว่าเป็นการแต่งตั้งโดยปริยายนั้น ตัวการผู้เชิดต้องแสดงออกว่าผู้ถูกเชิดเป็นตัวแทนของตน หรือรู้แล้วยอมให้ผู้เชิดแสดงออกว่าเขาเป็นตัวแทนของตนตัวการจึงจะมีความรับผิดต่อบุคคลภายนอกในกิจการทั้งหลายที่ตัวแทนได้กระทำลงไป คดีนี้ไม่ปรากฏว่าจำเลยที่ 1 สั่งให้จำเลยที่ 3สั่งซื้อเบียร์จากโจทก์หรือยินยอมให้จำเลยที่ 3 สั่งซื้อเบียร์จากโจทก์ในนามจำเลยที่ 1 แต่เป็นเรื่องจำเลยที่ 3 ใช้ตำแหน่งหน้าที่โดยทุจริตสั่งซื้อเบียร์จากโจทก์เองโดยพลการ การที่จำเลยที่ 3 ใช้อำนาจหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่ายไว้โดยใช้ใบรับเงินของจำเลยที่ 1 ก็ไม่ปรากฏว่าจำเลยที่ 1 รู้เห็นยินยอมให้จำเลยที่ 3กระทำ การกระทำของจำเลยที่ 3 ต่าง ๆ จำเลยที่ 1 มิได้มีส่วนได้เสียหรือยินยอมด้วย จำเลยที่ 3 จึงมิใช่ตัวแทนเชิดของจำเลยที่ 1พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 1 นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์
ข้อมูลคดี
- คู่ความ
- โจทก์ - บริษัท บุญ รอด บริวเวอรี่ จำกัด
จำเลย - การรถไฟแห่งประเทศไทย กับพวก - กฎหมายที่อ้าง
- ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ — ม. 820, ม. 821
- องค์คณะ
- ปราโมทย์ ชพานนท์
อุระ หวังอ้อมกลาง
ปรีชา เฉลิมวณิชย์
ที่มาของข้อมูล — ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในศาลฎีกา
ศาลฎีกา เลขที่ 6 ถนนราชดำเนินใน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 ✓ ตรวจสอบแล้ว
ข้อมูลเป็นคำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น/ย่อยาว) ตามที่ศาลเผยแพร่ ไม่ใช่ข้อความคำพิพากษาฉบับเต็ม — ตรวจกับต้นฉบับจากแหล่งทางการของศาลฎีกาก่อนอ้างอิง · ระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา