ฎีกา ปี พ.ศ. 2536 แพ่ง

ฎีกาที่ 193/2536

คำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น)

ตั๋วสัญญาใช้เงินที่ลูกหนี้ออกให้เจ้าหนี้ทั้ง 5 ฉบับกำหนดอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 21 ต่อปี โดยมิได้ระบุให้คิดดอกเบี้ยตั้งแต่เมื่อใด จึงต้องคิดดอกเบี้ยตั้งแต่วันที่ลงในตั๋วสัญญาใช้เงินจนถึงวันที่ศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ลูกหนี้เด็ดขาดตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 911 ประกอบมาตรา 985และ พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 94 มิใช่คิดตั้งแต่วันถึงกำหนดใช้เงิน ตามตั๋วสัญญาใช้เงิน

คำพิพากษาย่อ (ย่อยาว)

คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยที่ 2 เด็ดขาด เจ้าหนี้ยื่นคำขอรับชำระหนี้ตามตั๋วสัญญาใช้เงิน5 ฉบับ เป็นเงิน 22,183,941.51 บาท จากกองทรัพย์สินของจำเลยที่ 2เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์นัดตรวจคำขอรับชำระหนี้แล้วไม่มีผู้ใดโต้แย้งคำขอรับชำระหนี้ของเจ้าหนี้รายนี้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์สอบสวนแล้ว เห็นว่ามูลหนี้ไม่ต้องห้ามมิให้ขอรับชำระหนี้ เจ้าหนี้จึงมีสิทธิรับชำระหนี้ตามตั๋วสัญญาใช้เงิน 5 ฉบับ เป็นต้นเงิน 11,000,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 21 ต่อปี นับแต่วันที่ตั๋วสัญญาใช้เงินถึงกำหนดชำระ จนถึงวันพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด รวมเป็นต้นเงินและดอกเบี้ย12,837,643.84 บาท เห็นควรให้เจ้าหนี้ได้รับชำระหนี้ตามจำนวนดังกล่าว ส่วนที่ขอเกินมาให้ยกเสียศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตให้เจ้าหนี้ได้รับชำระหนี้ตามความเห็นของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เจ้าหนี้อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนเจ้าหนี้ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังเป็นยุติว่าจำเลยที่ 1กู้เงินเจ้าหนี้รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 11,000,000 บาท โดยออกตั๋วสัญญาใช้เงินให้เจ้าหนี้ไว้ 5 ฉบับ ลงวันที่ 27 กรกฎาคม 2527 อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 21 ต่อปี โดยมีจำเลยที่ 2 เป็นผู้รับอาวัลจำเลยที่ 1 ยังมิได้ชำระดอกเบี้ยตามตั๋วสัญญาใช้เงินให้แก่เจ้าหนี้ มีปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยตามฎีกาของเจ้าหนี้ว่า เจ้าหนี้มีสิทธิคิดดอกเบี้ยตามตั๋วสัญญาใช้เงินทั้ง 5 ฉบับ ตั้งแต่วันที่27 กรกฎาคม 2527 อันเป็นวันที่ลงในตั๋วสัญญาใช้เงินหรือไม่เห็นว่าตั๋วสัญญาใช้เงินไม่ได้บัญญัติเรื่องดอกเบี้ยไว้ แต่มาตรา985 บัญญัติให้นำเอาบทบัญญัติในหมวด 2 ว่าด้วยตั๋วแลกเงินมาบังคับ ซึ่งในหมวดดังกล่าวมาตรา 911 บัญญัติว่า "ผู้สั่งจ่ายจะเขียนข้อความกำหนดลงไว้ว่าจำนวนเงินอันจะพึงใช้นั้นให้คิดดอกเบี้ยด้วยก็ได้ และในกรณีเช่นนั้นถ้ามิได้กล่าวลงไว้เป็นอย่างอื่นท่านว่าดอกเบี้ยย่อมคิดแต่วันที่ลงในตั๋วเงิน" เมื่อข้อเท็จจริงได้ความว่าตั๋วสัญญาใช้เงินทั้ง 5 ฉบับ มิได้กล่าวถึงเรื่องการคิดดอกเบี้ยไว้เป็นอย่างอื่น จึงต้องคิดดอกเบี้ยตั้งแต่วันที่ 27 กรกฎาคม 2527 อันเป็นวันที่ลงในตั๋วสัญญาใช้เงินเป็นต้นไป หาใช่ตั้งแต่วันถึงกำหนดใช้เงินตามตั๋วสัญญาใช้เงินดังศาลล่างทั้งสองวินิจฉัยไม่พิพากษาแก้เป็นว่า อนุญาตให้เจ้าหนี้มีสิทธิได้รับชำระหนี้ดอกเบี้ยตามตั๋วสัญญาใช้เงิน เอกสารหมาย จ.21 ถึง จ.25รวม 5 ฉบับ ในอัตราร้อยละ 21 ต่อปี ตั้งแต่วันที่ 27กรกฎาคม 2527 ถึงวันที่ 30 พฤษภาคม 2532 นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์

ข้อมูลคดี

คู่ความ
โจทก์ - บริษัท เงินทุน ไทย เซ ฟวิ่งก์ ทรัสต์ จำกัด
โจทก์ - เจ้าหนี้
โจทก์ - บริษัท เงินทุน ไทย เซ ฟวิ่งก์ ทรัสต์ จำกัด
จำเลย - บริษัท ออล ไทย จำกัด กับพวก
กฎหมายที่อ้าง
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ — ม. 911, ม. 985
พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 — ม. 94, ม. 107
องค์คณะ
บุญส่ง วรรณกลาง
สะสม สิริเจริญสุข
ปรีชา เฉลิมวณิชย์

ที่มาของข้อมูล — ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในศาลฎีกา
ศาลฎีกา เลขที่ 6 ถนนราชดำเนินใน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 ✓ ตรวจสอบแล้ว

ข้อมูลเป็นคำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น/ย่อยาว) ตามที่ศาลเผยแพร่ ไม่ใช่ข้อความคำพิพากษาฉบับเต็ม — ตรวจกับต้นฉบับจากแหล่งทางการของศาลฎีกาก่อนอ้างอิง · ระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา

ค้นหาฎีกาอื่นข้อกฎหมายและมาตรา