ฎีกา ปี พ.ศ. 2540 แพ่ง
ฎีกาที่ 1937/2540
คำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น)
แม้คู่ความฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดไม่ได้ยื่นบัญชีระบุพยาน ภายในเวลากำหนดประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 88 วรรคท้ายก็มิได้ตัดโอกาสที่จะยื่นบัญชีระบุพยานเสียทีเดียว คงให้โอกาสแก่คู่ความฝ่ายที่มิได้ยื่นบัญชีระบุพยานได้ หากปรากฏตามคำร้องขออนุญาตยื่นบัญชีระบุพยานว่ามีเหตุสมควรที่ไม่สามารถยื่นบัญชีระบุพยานตามกำหนดเวลาดังกล่าวได้ และถ้าศาลเห็นว่าเพื่อให้การวินิจฉัยชี้ขาดข้อสำคัญแห่งประเด็นเป็นไปโดยเที่ยงธรรมจำเป็นที่จะต้องสืบพยานเช่นว่านั้น ศาลก็อนุญาตตามคำร้อง โจทก์ยื่นคำร้องขออนุญาตยื่นบัญชีระบุพยานอ้างเหตุว่าส.ทนายความคนก่อนของโจทก์ได้ยื่นคำร้องขอถอนตัวออกจากเป็นทนายความโดยไม่ได้แจ้งให้โจทก์ทราบ เป็นเหตุให้ ส.ยุติการปฏิบัติหน้าที่ของทนายความตั้งแต่วันนั้นและจากวันดังกล่าวส. ก็ไม่ได้มาศาล ดังนี้เมื่อการไม่ยื่นบัญชีระบุพยานเป็นความบกพร่องของทนายความซึ่งโจทก์ไม่อาจทราบได้ จึงนับว่ามีเหตุอันสมควร ที่โจทก์ไม่สามารถยื่นบัญชีระบุพยานตามกำหนดได้ และเพื่อให้ การวินิจฉัยชี้ขาดข้อสำคัญแห่งประเด็นที่กำหนดไว้เป็นไปโดยเที่ยงธรรม ทั้งจำเลยก็ไม่ได้สืบพยานแต่ประการใดกรณีไม่อาจทำให้จำเลยเสียเปรียบ จึงชอบที่รับบัญชีระบุพยานโจทก์ไว้ดำเนินการต่อไป
คำพิพากษาย่อ (ย่อยาว)
โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งเจ็ด ร่วมกันคืนเงินจำนวน56,000,000 บาท แก่โจทก์ทั้งสาม หากไม่สามารถคืนได้ก็ให้จำเลยทั้งเจ็ดร่วมกันรับผิดชดใช้เงินจำนวน 56,000,000 บาทพร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ทั้งสามจำเลยที่ 1 ขาดนัดยื่นคำให้การจำเลยที่ 2 ถึงที่ 7 ให้การต่อสู้คดี ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นชี้สองสถานเมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2538 และกำหนดวันนัดสืบพยานโจทก์ในวันที่ 20 กันยายน 2538ครั้นถึงวันนัดสืบพยานโจทก์ โจทก์ทั้งสามได้ยื่นคำร้องขออนุญาตยื่นบัญชีระบุพยานและศาลชั้นต้นเป็นว่าคดีอาจตกลงกันได้จึงให้เลื่อนไปสั่งคำร้องดังกล่าวในวันนัดพร้อมวันที่ 20 พฤศจิกายน 2538ถึงวันนัดพร้อมศาลชั้นต้นไกล่เกลี่ยแล้วคู่ความตกลงกันไม่ได้จึงมีคำสั่งไม่อนุญาตให้โจทก์ทั้งสามยื่นบัญชีระบุพยานตามคำร้องดังกล่าว และสั่งงดสืบพยานโจทก์จำเลยและนัดฟังคำพิพากษาวันที่ 25 ธันวาคม 2538 และศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษายกฟ้องโจทก์ทั้งสามอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายกคำสั่งและคำพิพากษาของศาลชั้นต้นให้ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไปแล้วพิพากษาใหม่ตามรูปคดีจำเลยที่ 2 ถึงที่ 7 ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยที่ 2ถึงที่ 7 มีว่า กรณีมีเหตุสมควรอนุญาตให้โจทก์ทั้งสามยื่นบัญชีระบุพยานหรือไม่ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 88 วรรคท้ายบัญญัติว่า "ถ้าคู่ความฝ่ายใด ซึ่งมิได้ยื่นบัญชีระบุพยานแสดงให้เป็นที่พอใจแก่ศาลได้ว่า มีเหตุอันสมควรที่ไม่สามารถยื่นบัญชีระบุพยานตามกำหนดเวลาดังกล่าวได้ คู่ความฝ่ายนั้นอาจยื่นคำร้องขออนุญาตอ้างพยานหลักฐานเช่นว่านั้นต่อศาลพร้อมกับบัญชีระบุพยานและสำเนาบัญชีระบุพยานดังกล่าวไม่ว่าเวลาใด ๆ ก่อนพิพากษาคดีและถ้าศาลเห็นว่าเพื่อให้การวินิจฉัยชี้ขาดข้อสำคัญแห่งประเด็นเป็นไปโดยเที่ยงธรรม จำเป็นจะต้องสืบพยานหลักฐานเช่นว่านั้นก็ให้ศาลอนุญาตตามคำร้อง" เห็นว่า แม้คู่ความฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดไม่ได้ยื่นบัญชีระบุพยานภายในเวลากำหนดในวรรคก่อน มาตรา 88 วรรคท้ายก็มิได้ตัดโอกาสที่จะยื่นบัญชีระบุพยานเสียทีเดียว คงให้โอกาสแก่คู่ความฝ่ายที่มิได้ยื่นบัญชีระบุพยานได้ หากปรากฏตามคำร้องขออนุญาตยื่นบัญชีระบุพยานว่ามีเหตุสมควรที่ไม่สามารถยื่นบัญชีระบุพยานตามกำหนดเวลาดังกล่าวได้และถ้าศาลเห็นว่าเพื่อให้การวินิจฉัยชี้ขาดข้อสำคัญแห่งประเด็น เป็นไปโดยเที่ยงธรรมจำเป็นที่จะต้องสืบพยานเช่นว่านั้น ศาลก็อนุญาตตามคำร้องซึ่งปรากฏว่าโจทก์ทั้งสามยื่นคำร้องฉบับลงวันที่ 20 กันยายน 2538ขออนุญาตยื่นบัญชีระบุพยานอ้างเหตุว่า นายสุเทพ อิ่มสมบัติทนายความคนก่อนของโจทก์ทั้งสามได้ยื่นคำร้องขอถอนตัวออกจากเป็นทนายความตั้งแต่วันที่ 13 กรกฎาคม 2538 โดยไม่ได้แจ้งให้โจทก์ทั้งสามทราบเลย เป็นเหตุให้นายสุเทพยุติการปฏิบัติหน้าที่ของทนายความตั้งแต่วันนั้น ซึ่งเห็นได้จากแม้วันที่31 กรกฎาคม 2538 นายสุเทพก็ไม่ได้มาศาลการไม่ยื่นบัญชีระบุพยานเป็นความบกพร่องของทนายความซึ่งโจทก์ทั้งสามไม่อาจทราบได้ เห็นว่า มีเหตุอันสมควรที่โจทก์ทั้งสามไม่สามารถยื่นบัญชีระบุพยานตามกำหนดได้และเพื่อให้การวินิจฉัยชี้ขาดข้อสำคัญแห่งประเด็นที่กำหนดไว้ เป็นไปโดยเที่ยงธรรม ทั้งจำเลยทั้งเจ็ดก็ไม่ได้สืบพยานแต่ประการใด ไม่อาจทำให้จำเลยทั้งเจ็ดเสียเปรียบ อนึ่งที่ศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษาให้ยกคำสั่งศาลชั้นต้นที่ไม่ให้รับบัญชีระบุพยานยังไม่ชัดเจนเห็นควรแก้ไขเสียให้ชัดเจนพิพากษาแก้เป็นให้รับบัญชีระบุพยานโจทก์ทั้งสามไว้ดำเนินการต่อไป นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์
ข้อมูลคดี
- คู่ความ
- โจทก์ - นาย ปกิตย์ กิจไช ยา กับพวก
จำเลย - นางสาว รพีพรรณ กิจไช ยา หรือ
จำเลย - นางสาว กนก วรรณ จงอภิชัย กับพวก - กฎหมายที่อ้าง
- ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง — ม. 1 (11), ม. 88
- องค์คณะ
- สมปอง เสนเนียม
จรัญ หัตถกรรม
ผล อนุวัตรนิติการ
ที่มาของข้อมูล — ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในศาลฎีกา
ศาลฎีกา เลขที่ 6 ถนนราชดำเนินใน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 ✓ ตรวจสอบแล้ว
ข้อมูลเป็นคำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น/ย่อยาว) ตามที่ศาลเผยแพร่ ไม่ใช่ข้อความคำพิพากษาฉบับเต็ม — ตรวจกับต้นฉบับจากแหล่งทางการของศาลฎีกาก่อนอ้างอิง · ระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา