ฎีกา ปี พ.ศ. 2537 แพ่ง

ฎีกาที่ 1949/2537

คำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น)

การที่โจทก์ทั้งสองขอให้ย้ายทางภารจำยอมไปอยู่ชิดแนวเขตที่ดินของโจทก์ทั้งสอง โดยให้ทางภารจำยอมเหลือความกว้างเพียง1 เมตรนั้นแม้จะเป็นประโยชน์แก่โจทก์ทั้งสอง แต่เป็นการกระทำที่เป็นเหตุให้ประโยชน์แห่งภารจำยอมลดไป หรือความสะดวกของเจ้าของสามยทรัพย์ในอันที่จะใช้ทางภารจำยอมนั้นลดน้อยลง ซึ่งต้องห้ามตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1390 และ 1392

คำพิพากษาย่อ (ย่อยาว)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ทั้งสองเป็นเจ้าของที่ดิน โฉนดเลขที่ 2813ที่ดินของโจทก์ทั้งสองทางทิศตะวันออกตกเป็นทางภารจำยอมแก่ที่ดินของจำเลยทั้งสาม ต่อมาโจทก์ทั้งสองและเจ้าของกรรมสิทธิ์เดิมในที่ดินที่จำเลยทั้งสามได้รับโอนมาได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความยกเลิกทางภารจำยอมเดิมบางส่วนและจดทะเบียนทางภารจำยอมใหม่ สำหรับทางภารจำยอมเดิมที่เหลือบางส่วนจำเลยทั้งสามใช้เป็นทางเดินติดกับรั้วบ้านโจทก์ทั้งสองทำให้ที่ดินของโจทก์ทั้งสองซึ่งติดกับทางภารจำยอมเดิมที่เหลืออยู่กว้างประมาณ 3 เมตร ใช้ทำประโยชน์ไม่ได้ โจทก์ทั้งสองขอให้จำเลยทั้งสามย้ายทางภารจำยอมเดิมไปใช้ทางใหม่โดยโจทก์ทั้งสองจะสร้างทางเดินกว้าง 1 เมตร ให้ใช้ได้ทุกฤดูกาล แต่จำเลยทั้งสามไม่ยอม ขอให้บังคับจำเลยทั้งสามย้ายทางภารจำยอมเดิมไปใช้ทางใหม่ดังกล่าว หากไม่ปฏิบัติตามให้ถือเอาคำพิพากษาเป็นการแสดงเจตนาแทนจำเลยทั้งสามให้การว่า จำเลยทั้งสามได้รับมรดกที่ดินพิพาทมาจากนางวิเชียร ฉายานนท์ ทางภารจำยอมมีมานานแล้ว ต่อมาโจทก์ทั้งสองปิดกั้นทางภารจำยอมจึงถูกนางวิเชียรฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาตามสัญญาประนีประนอมยอมความให้ย้ายทางภารจำยอมบางส่วนออกไป ส่วนทางภารจำยอมเดิมที่เหลืออยู่กว้างประมาณ5 เมตร ซึ่งเป็นทางพิพาทคดีนี้ โจทก์ทั้งสองนำมาฟ้องอีก เป็นฟ้องซ้ำและการที่โจทก์ทั้งสองจะกำหนดทางภารจำยอมใหม่มีขนาดกว้าง 1 เมตรย่อมทำให้ประโยชน์แห่งภารจำยอมลดลงหรือเสื่อมความสะดวกเป็นการขัดต่อกฎหมาย คำขอท้ายฟ้องไม่ชัดแจ้งว่าประสงค์อะไร เป็นคำขอเคลือบคลุม ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษายกฟ้องโจทก์ทั้งสองอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ทั้งสองฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่ดินของโจทก์ทั้งสองตามโฉนดเลขที่ 2813ตำบลตลาดขวัญ อำเภอเมืองนนทบุรี จังหวัดนนทบุรี บางส่วนตกอยู่ในภารจำยอมเป็นทางเดินเพื่อประโยชน์ของโฉนดเลขที่ 2716 ของจำเลยทั้งสาม ทางภารจำยอมเหลือความกว้างเพียง 1 เมตรนั้น แม้จะเป็นประโยชน์แก่โจทก์ทั้งสองแต่ก็ทำให้จำเลยทั้งสามได้ใช้ทางภารจำยอมแคบลงกว่าเดิม อันเป็นการกระทำที่เป็นเหตุให้ประโยชน์แห่งภารจำยอมลดไป หรือความสะดวกของเจ้าของสามยทรัพย์ในอันที่จะใช้ทางภารจำยอมนั้นลดน้อยลง ซึ่งต้องห้ามตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1390 และ 1392 โจทก์ทั้งสองจึงไม่มีอำนาจเรียกให้ย้ายทางภารจำยอมที่พิพาทไปยังส่วนอื่นของที่ดินของโจทก์ทั้งสองได้พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

คู่ความ
โจทก์ - นาย จง กล ทอง โอฬาร กับพวก
จำเลย - เด็ก ชาย วรภฤศ ม่วงมิ่ง สุข กับพวก
กฎหมายที่อ้าง
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ — ม. 1390, ม. 1392
องค์คณะ
ชลอ บุณยเนตร
สังเวียน รัตนมุง
สมชาย รังสิกรรพุม

ที่มาของข้อมูล — ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในศาลฎีกา
ศาลฎีกา เลขที่ 6 ถนนราชดำเนินใน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 ✓ ตรวจสอบแล้ว

ข้อมูลเป็นคำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น/ย่อยาว) ตามที่ศาลเผยแพร่ ไม่ใช่ข้อความคำพิพากษาฉบับเต็ม — ตรวจกับต้นฉบับจากแหล่งทางการของศาลฎีกาก่อนอ้างอิง · ระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา

ค้นหาฎีกาอื่นข้อกฎหมายและมาตรา