ฎีกา ปี พ.ศ. 2529

ฎีกาที่ 1950/2529

คำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น)

การที่ผู้ร้องทั้งสองซึ่งเป็นบุคคลสัญชาติญวนร้องขอต่อศาลให้สั่งนายอำเภอในฐานะนายทะเบียนครอบครัวจดทะเบียนสมรสให้แก่ผู้ร้องทั้งสองนั้นแม้ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการขัดกันแห่งกฎหมาย พุทธศักราช 2481 มาตรา 10 และมาตรา 19 จะบัญญัติว่าความสามารถของบุคคลและเงื่อนไขแห่งการสมรสให้เป็นไปตามกฎหมายสัญชาติของบุคคลนั้น ๆ ก็ตาม แต่ตามมาตรา 8 แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าวผู้ร้องก็หาได้มีหน้าที่พิสูจน์ถึงความสามารถและเงื่อนไขดังกล่าวแต่เพียงฝ่ายเดียวไม่และเมื่อไม่มีฝ่ายใดนำสืบว่าตามกฎหมายสัญชาติของผู้ร้องในเรื่องนี้มีอยู่อย่างไร จึงต้องบังคับตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ เมื่อปรากฏว่าผู้ร้องทั้งสองมีเงื่อนไขที่จะทำการสมรสได้ครบถ้วนตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์แล้ว นายอำเภอก็ไม่ชอบที่จะปฏิเสธไม่ยอมจดทะเบียนสมรสให้ผู้ร้องทั้งสอง.

คำพิพากษาย่อ (ย่อยาว)

ผู้ร้องทั้งสองยื่นคำร้องว่า ผู้ร้องที่ ๑ เป็นคนต่างด้าวผู้ร้องทั้งสองอยู่กินเป็นสามีภริยากันตั้งแต่ พ.ศ. ๒๔๙๑ และมีบุตรด้วยกัน ๗ คน ได้ยื่นคำร้องต่อนายอำเภอเมืองนครพนมในฐานะนายทะเบียนเพื่อขอจดทะเบียนสมรส แต่นายทะเบียนไม่ดำเนินการให้ขอให้ศาลมีคำสั่งให้นายทะเบียนอำเภอเมืองนครพนมจดทะเบียนสมรสให้ผู้ร้องทั้งสอง
ผู้คัดค้านยื่นคำคัดค้านว่า ผู้ร้องทั้งสองเป็นคนสัญชาติญวนความสามารถและเงื่อนไขการสมรสต้องเป็นไปตามกฎหมายสัญชาติของผู้ร้อง เมื่อผู้ร้องไม่แสดงให้ทราบ จึงไม่อาจจดทะเบียนสมรสให้ได้ ขอให้ยกคำร้อง
ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้นายทะเบียนอำเภอเมืองนครพนมจดทะเบียนสมรสให้ผู้ร้องทั้งสอง
ผู้คัดค้านอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
ผู้คัดค้านฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาในชั้นฎีกาเพียงว่า การที่ผู้ร้องทั้งสองเป็นบุคคลสัญชาติญวนร้องขอต่อศาลให้สั่งผู้คัดค้านจดทะเบียนสมรสให้แก่ผู้ร้องทั้งสองผู้ร้องย่อมมีหน้าที่พิสูจน์ว่าผู้ร้องมีความสามารถและเงื่อนไขแห่งการสมรสครบถ้วนตามกฎหมายของประเทศเวียดนาม ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการขัดกันแห่งกฎหมาย พุทธศักราช ๒๔๘๑ นั้น เห็นว่า แม้ตามกฎหมายดังกล่าวมาตรา ๑๐ และมาตรา ๑๙ จะบัญญัติว่าความสามารถของบุคคลและเงื่อนไขแห่งการสมรสให้เป็นไปตามกฎหมายสัญชาติของบุคคลนั้น ๆ ก็ตาม แต่ตามกฎหมายดังกล่าว มาตรา ๘ บัญญัติว่า 'ในกรณีที่จะต้องใช้กฎหมายต่างประเทศบังคับ ถ้ามิได้พิสูจน์กฎหมายนั้นให้เป็นที่พอใจแก่ศาลให้ใช้กฎหมายภายในแห่งประเทศสยาม' ผู้ร้องจึงหามีหน้าที่พิสูจน์ถึงความสามารถและเงื่อนไขดังกล่าวแต่เพียงฝ่ายเดียว และเมื่อไม่มีฝ่ายใดนำสืบว่าตามกฎหมายสัญชาติของผู้ร้องคือประเทศเวียดนามในเรื่องนี้มีอยู่อย่างไร กรณีจึงต้องบังคับตามพระราชบัญญัติดังกล่าว มาตรา ๘ กล่าวคือ ต้องบังคับตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ดังนั้นเมื่อปรากฏว่าผู้ร้องทั้งสองมีเงื่อนไขที่จะทำการสมรสได้ครบถ้วนตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์แล้ว ผู้คัดค้านก็ไม่ชอบที่จะปฏิเสธไม่ยอมจดทะเบียนสมรสให้ผู้ร้องทั้งสอง
พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

คู่ความ
ผู้ร้อง - นายกิ่ง หลาซิน กับพวก
ผู้คัดค้าน - พันตรีพยุงศักดิ์ ทรัพย์ชูแสง นายอำเภอเมืองนครพนม
กฎหมายที่อ้าง
พระราชบัญญัติจดทะเบียนครอบครัว พ.ศ.2479 — ม. 10
พระราชบัญญัติว่าด้วยการหวงห้ามที่ดินรกร้างว่างเปล่าอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน พ.ศ.2478 — ม. 8, ม. 10, ม. 19
องค์คณะ
วิฑูรย์ ตั้งตรงจิตต์
โสภณ รัตนากร
วุฒิ ยุววิทยาพาณิชย์
ศาลชั้นต้น/อุทธรณ์
ศาลจังหวัดนครพนม - นายสมศิลป์ โสเจยยะ
ศาลอุทธรณ์ - นายเอกชัย วิมานะ

ที่มาของข้อมูล — ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในศาลฎีกา
ศาลฎีกา เลขที่ 6 ถนนราชดำเนินใน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 ✓ ตรวจสอบแล้ว

ข้อมูลเป็นคำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น/ย่อยาว) ตามที่ศาลเผยแพร่ ไม่ใช่ข้อความคำพิพากษาฉบับเต็ม — ตรวจกับต้นฉบับจากแหล่งทางการของศาลฎีกาก่อนอ้างอิง · ระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา

ค้นหาฎีกาอื่นข้อกฎหมายและมาตรา