ฎีกา ปี พ.ศ. 2538

ฎีกาที่ 1975/2538

คำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น)

จำเลยเป็นบริษัทผู้ค้าน้ำมันที่จำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิงและน้ำมันหล่อลื่นแก่บริษัทสายการบินเพื่อใช้เติมให้แก่อากาศยานในท่าอากาศยานมิใช่นายเรือและไม่ได้เป็นตัวแทนนายเรือตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2569 มาตรา 110จำเลยจึงไม่มีหน้าที่ชำระค่าธรรมเนียมล่วงเวลาให้แก่กรมศุลกากรโจทก์ในการเติมน้ำมันเชื้อเพลิงและน้ำมันหล่อลื่นแก่อากาศยาน

คำพิพากษาย่อ (ย่อยาว)

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงินค่าธรรมเนียมล่วงเวลาพร้อมดอกเบี้ยจำนวน 13,136,836.25 บาท ให้แก่โจทก์ ให้จำเลยชำระดอกเบี้ยจากต้นเงินค่าธรรมเนียมล่วงเวลาจำนวน 8,880,000 บาทในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จให้แก่โจทก์จำเลยให้การว่า ค่าธรรมเนียมล่วงเวลาสำหรับการเติมน้ำมันเชื้อเพลิงและน้ำมันหล่อลื่นแก่อากาศยานมิได้อยู่ภายใต้บังคับพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2469 และ/หรือประกาศของกรมศุลกากรขอให้ยกฟ้องศาลภาษีอากรกลางพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกาศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากรวินิจฉัยว่า "มีปัญหาข้อกฎหมายที่ต้องวินิจฉัยในประเด็นที่ว่า โจทก์มีอำนาจฟ้องหรือไม่ โดยโจทก์ขอให้บังคับจำเลยชำระเงินค่าธรรมเนียมล่วงเวลาส่วนที่ยังขาดอยู่ตามฟ้องพร้อมด้วยดอกเบี้ยให้แก่โจทก์ ศาลฎีกาเห็นว่า การจัดเก็บค่าธรรมเนียมล่วงเวลาดังกล่าว โจทก์ได้อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 110 และมาตรา 122 แห่งพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2469ประกอบด้วยกฎกระทรวงการคลังออกตามความในพระราชบัญญัติศุลกากรพ.ศ. 2469 ให้ไว้ ณ วันที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2483 ฉบับที่ 73(พ.ศ. 2521) และประกาศกรมศุลกากรที่ 14/2521 ซึ่งบทบัญญัติของมาตรา 110 แห่งพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2469 บัญญัติว่า"ถ้าเรือลำใดบรรทุกหรือถ่ายออก ซึ่งของหรือสินค้าอย่างใด ๆก็ดี หรือกระทำการงานอย่างหนึ่งอย่างใดก็ดี ในวันอาทิตย์ วันหยุดหรือก่อน หรือภายหลังเวลาราชการดังกล่าวไว้ตามที่รัฐมนตรีกำหนดในกฎกระทรวงนอกจากที่ได้รับอนุญาตจากอธิบดีหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ก่อน และได้เสียค่าธรรมเนียมตามอัตราที่รัฐมนตรีกำหนดในกฎกระทรวงท่านว่านายเรือ หรือตัวแทนหรือทั้งสองคนร่วมกัน มีความผิดต้องระวางโทษปรับไม่เกินห้าพันบาทแต่การที่ต้องรับผิดตามมาตรานี้ไม่กระทำให้ผู้นั้นหลุดพ้นจากโทษที่จะพึงต้องรับตามมาตราอื่นแห่งพระราชบัญญัตินี้" มาตรา 122 บัญญัติว่า "ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังมีหน้าที่รักษาการให้เป็นไปตามพระราชบัญญัตินี้และให้มีอำนาจออกกฎกระทรวง กำหนดวันหยุดและเวลาราชการศุลกากรกำหนดอัตราค่าธรรมเนียม" ส่วนคำว่า "นายเรือ" หมายความว่าบุคคลใด ๆ ซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาหรือควบคุมเรือ "เรือกำปั่นหาเรือ" ให้มีความหมายรวมถึงอากาศยานดังที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2469 มาตรา 2 และพระราชบัญญัติศุลกากร (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2480 มาตรา 3(1) ดังนั้นคำว่า "นายเรือ"จึงมีความหมายถึงผู้บังคับบัญชาหรือผู้ควบคุมเรือหรืออากาศยานและมีหน้าที่รับผิดชอบตามที่ระบุไว้ในพระราชบัญญัติศุลกากรและตามบทบัญญัติมาตรา 110 แห่งพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2469ได้ระบุตัวผู้รับผิดไว้คือ นายเรือ หรือตัวแทน หรือทั้งสองคนร่วมกันเป็นผู้มีหน้าที่รับผิดชอบ แม้ว่าบทบัญญัติของกฎหมายดังกล่าวเป็นบทบัญญัติความรับผิดในทางอาญา ส่วนความรับผิดในค่าธรรมเนียมล่วงเวลาเป็นความรับผิดทางแพ่ง แต่การเติมน้ำมันเชื้อเพลิงและน้ำมันหล่อลื่นแก่อากาศยานเป็นการกระทำการงานอย่างหนึ่งอย่างใดแก่อากาศยาน ซึ่งนายเรือผู้ควบคุมอากาศยานเป็นผู้มีหน้าที่รับผิดชอบ จึงเป็นหน้าที่ของนายเรือหรือตัวแทนหรือทั้งสองคนร่วมกันที่จะต้องรับผิดในค่าธรรมเนียมดังกล่าว ทั้งไม่มีบทกฎหมายบัญญัติให้ผู้ยื่นคำขอทำการไว้ต่อพนักงานศุลกากรเป็นผู้รับผิดจำเลยเป็นบริษัทผู้ค้าน้ำมันที่จำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิงและน้ำมันหล่อลื่นแก่บริษัทสายการบิน เพื่อใช้เติมให้แก่อากาศยานมิใช่นายเรือ และไม่ได้ความว่าเป็นตัวแทนนายเรือตามบทบัญญัติมาตรา 110 แห่งพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2469 จำเลยจึงไม่มีหน้าที่ชำระค่าธรรมเนียมล่วงเวลาในการเติมน้ำมันเชื้อเพลิงและน้ำมันหล่อลื่นแก่อากาศยานตามฟ้องแก่โจทก์"พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

คู่ความ
โจทก์ - กรมศุลกากร
จำเลย - บริษัท เชลล์ แห่งประเทศ ไทย จำกัด
กฎหมายที่อ้าง
พระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ.2469 — ม. 2, ม. 110
องค์คณะ
จรัญ หัตถกรรม
นิเวศน์ คำผอง
สถิตย์ สิทธิลักษณ์

ที่มาของข้อมูล — ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในศาลฎีกา
ศาลฎีกา เลขที่ 6 ถนนราชดำเนินใน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 ✓ ตรวจสอบแล้ว

ข้อมูลเป็นคำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น/ย่อยาว) ตามที่ศาลเผยแพร่ ไม่ใช่ข้อความคำพิพากษาฉบับเต็ม — ตรวจกับต้นฉบับจากแหล่งทางการของศาลฎีกาก่อนอ้างอิง · ระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา

ค้นหาฎีกาอื่นข้อกฎหมายและมาตรา