ฎีกา ปี พ.ศ. 2535 แพ่ง
ฎีกาที่ 1987/2535
คำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น)
หนังสือเลิกจ้างระบุเหตุที่จำเลยเลิกจ้างโจทก์เพียง 2 ประการคือ โจทก์ยักยอกเงินของจำเลย โดยใช้ใบเสร็จของบริษัท อ. และโจทก์ใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบในการกู้ยืมเงิน พ. มิได้อ้างเหตุว่าโจทก์ยักยอกหรือโจทก์ใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบครั้งอื่นจำเลยจึงยกเหตุว่าจำเลยเลิกจ้างโจทก์เพราะโจทก์ยักยอกหรือโจทก์ใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบครั้งอื่นนอกเหนือจากที่ระบุไว้ในหนังสือเลิกจ้างขึ้นเป็นข้อต่อสู้ไม่ได้ จำเลยหาได้เลิกจ้างโจทก์เพราะเหตุนั้นไม่ คดีจึงไม่มีประเด็นที่ศาลแรงงานกลางจะวินิจฉัยว่าโจทก์ยักยอกและโจทก์ใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบครั้งอื่นหรือไม่
คำพิพากษาย่อ (ย่อยาว)
โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าค่าชดเชย ค่าเสียหายจากการเลิกจ้างไม่เป็นธรรม และคืนเงินสะสมแก่โจทก์จำเลยให้การและฟ้องแย้งว่า จำเลยเลิกจ้างโจทก์เพราะโจทก์ได้ยักยอกเงินทดรองจ่ายของฝ่ายบุคคล ซึ่งโจทก์เป็นผู้เก็บรักษายอดเงินที่ตรวจพบประมาณ 10,000 บาท โจทก์ใช้อำนาจหน้าที่พนักงานฝ่ายบุคคลของจำเลยบังคับและจูงใจเพื่อนพนักงานให้ใช้สิทธิกู้ยืมเงินสวัสดิการแล้วโจทก์รับเงินดังกล่าวไป สร้างความเดือดร้อนแก่พนักงานกว่า 10 คน โจทก์ได้ยักยอกเงินที่ได้รับมอบหมายจากผู้จัดการฝ่ายบุคคลให้เบิกจากแผนกบัญชีจำนวนประมาณ 300 บาท และโจทก์ได้ยักยอกเงินจากการขายหนังสือของห้องสมุดของจำเลยจำนวนประมาณ 1,500 บาท การที่จำเลยเลิกจ้างโจทก์จึงมิใช่เป็นการเลิกจ้างไม่เป็นธรรม โจทก์ไม่มีสิทธิได้รับค่าชดเชยและสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า จำเลยได้หักเงินสะสมจากโจทก์ไว้ แต่โจทก์ถูกเลิกจ้างเพราะกระทำความผิดร้ายแรงจึงไม่มีสิทธิได้รับ โจทก์ได้กู้เงินธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด โดยนำเงินสะสมและเงินสมทบของจำเลยเป็นประกัน เมื่อโจทก์ถูกเลิกจ้างต้องชำระหนี้แก่ธนาคารธนาคารได้หักเงินสมทบส่วนของจำเลยไว้จำนวน 37,437.46 บาท ตั้งแต่วันที่ 3 กันยายน 2534 จำเลยจึงขอฟ้องแย้งเรียกเงินจำนวนดังกล่าวพร้อมดอกเบี้ย และขอให้ยกฟ้องโจทก์โจทก์ให้การแก้ฟ้องแย้งว่า โจทก์ไม่ได้กระทำผิดตามข้อกล่าวหาของจำเลย ขอให้ยกฟ้องแย้งศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่า ตามหนังสือเลิกจ้างโจทก์ของจำเลยระบุเหตุแห่งการเลิกจ้างว่า เลิกจ้างโจทก์ในข้อหายักยอกเฉพาะกรณีใช้ใบเสร็จของบริษัทอันดามันปริ้นเซส จำกัด และข้อหาใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบเฉพาะกรณีของนายพยอม จันทร์หอม เท่านั้นเมื่อโจทก์ฟ้องจำเลย จำเลยจะยกเหตุยักยอกและเหตุใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบครั้งอื่นนอกเหนือจากที่ระบุไว้ในหนังสือเลิกจ้างมาเป็นข้อต่อสู้ไม่ได้ ประเด็นที่จะต้องวินิจฉัยมีเฉพาะเหตุที่จำเลยระบุไว้ในหนังสือเลิกจ้างเท่านั้น สำหรับประเด็นที่ว่าโจทก์ยักยอกโดยใช้ใบเสร็จของบริษัทอันดามันปริ้นเซส จำกัด นั้น ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า โจทก์ไม่ได้ยักยอกเงินของจำเลย ส่วนประเด็นที่ว่าโจทก์ใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบในกรณีของนายพยอมนั้น ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า การที่นายพยอมยินยอมให้โจทก์กู้ยืมเงิน ก็เนื่องจากเห็นใจกัน ไม่ได้เกิดจากการใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบของโจทก์แต่อย่างใด โจทก์จึงมิได้ใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบ พิพากษาให้จำเลยชำระสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า เงินสะสมและค่าชดเชยแก่โจทก์ คำขออย่างอื่นของโจทก์นอกจากนี้และฟ้องแย้งของจำเลยให้ยก จำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกาศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า "จำเลยอุทธรณ์ว่า จำเลยให้การต่อสู้คดีว่า จำเลยเลิกจ้างโจทก์เพราะโจทก์ยักยอกเงินของจำเลย 3 ครั้ง และโจทก์ใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบบังคับและจูงใจเพื่อนพนักงานให้ใช้สิทธิกู้ยืมเงินสวัสดิการ แล้วโจทก์รับเงินนั้นไป สร้างความเดือดร้อนแก่พนักงานกว่า 10 คน แต่ศาลแรงงานกลางกลับวินิจฉัยเฉพาะเรื่องที่โจทก์ยักยอกเงินโดยใช้ใบเสร็จของบริษัทอันดามันปริ้นเซส จำกัด และโจทก์ใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบในการกู้ยืมเงินรายนายพยอม จันทร์หอม แต่ไม่วินิจฉัยถึงการยักยอกและการใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบครั้งอื่นของโจทก์ โดยยกเหตุผลว่าประเด็นที่จะต้องวินิจฉัยมีเฉพาะเหตุที่จำเลยระบุไว้ในหนังสือเลิกจ้างเท่านั้น คำวินิจฉัยของศาลแรงงานกลางดังกล่าวเป็นคำวินิจฉัยที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย พิเคราะห์แล้วเห็นว่า ตามหนังสือเลิกจ้างโจทก์ของจำเลย เอกสารหมาย ล.7 ระบุเหตุที่จำเลยเลิกจ้างโจทก์เพียง2 ประการ คือโจทก์ยักยอกเงินของจำเลย โดยใช้ใบเสร็จของบริษัทอันดามันปริ้นเซส จำกัด และโจทก์ใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบในการกู้ยืมเงินนายพยอม จันทร์หอม มิได้อ้างเหตุว่าโจทก์ยักยอกหรือโจทก์ใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบครั้งอื่นแต่อย่างใด ดังนั้นจำเลยจะยกเหตุว่าจำเลยเลิกจ้างโจทก์เพราะโจทก์ยักยอกหรือโจทก์ใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบครั้งอื่นนอกเหนือจากที่ระบุไว้ในหนังสือเลิกจ้างขึ้นเป็นข้อต่อสู้ไม่ได้ จำเลยหาได้เลิกจ้างโจทก์เพราะเหตุนั้นไม่คดีจึงไม่มีประเด็นที่ศาลแรงงานกลางจะวินิจฉัยว่าโจทก์ยักยอกและโจทก์ใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบครั้งอื่นหรือไม่ ที่ศาลแรงงานกลางไม่วินิจฉัยถึงเหตุดังกล่าวจึงชอบแล้ว อุทธรณ์ของจำเลยฟังไม่ขึ้น"พิพากษายืน
ข้อมูลคดี
- คู่ความ
- โจทก์ - นาง จินตนา อุดม ศิลป์
จำเลย - บริษัท โรงแรม โอเรียนเต็ล ( ประเทศ ไทย ) จำกัด - กฎหมายที่อ้าง
- ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง — ม. 142
ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน - องค์คณะ
- ราเชนทร์ จัมปาสุต
ตัน เวทไว
ชวลิต พรายภู่
ที่มาของข้อมูล — ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในศาลฎีกา
ศาลฎีกา เลขที่ 6 ถนนราชดำเนินใน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 ✓ ตรวจสอบแล้ว
ข้อมูลเป็นคำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น/ย่อยาว) ตามที่ศาลเผยแพร่ ไม่ใช่ข้อความคำพิพากษาฉบับเต็ม — ตรวจกับต้นฉบับจากแหล่งทางการของศาลฎีกาก่อนอ้างอิง · ระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา