ฎีกา ปี พ.ศ. 2541 อาญา

ฎีกาที่ 1988/2541

คำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น)

คำฟ้องตอนแรกบรรยายว่าจำเลยจัดหางานให้แก่คนหางานเพื่อไปทำงานในต่างประเทศ โดยเรียกและรับค่าบริการเป็นค่าตอบแทนจากคนหางานโดยจำเลยมิได้รับอนุญาตจากนายทะเบียนจัดหางานตามกฎหมาย แต่คำฟ้องของโจทก์ตอนหลังที่ว่าจำเลยโดยเจตนาทุจริตหลอกลวงประชาชนทั่วไปด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จและปกปิดความจริงอันควรบอก ให้แจ้งว่าจำเลยสามารถจัดส่งคนหางานไปทำงานยังต่างประเทศโดยถูกต้องตามกฎหมาย โดยไปทำงานเป็นกรรมกรในต่างประเทศ ซึ่งจะได้เงินเดือนในอัตราสูงได้ ความจริงแล้วจำเลย ไม่สามารถจัดส่งคนไปทำงานยังต่างประเทศตามที่ได้หลอกลวงไว้ เป็นการยืนยันข้อเท็จจริงอยู่ในตัวว่าจำเลยไม่มีเจตนา จัดหางานให้แก่ผู้เสียหาย คงมีแต่เจตนาหลอกลวงเพื่อ จะได้รับเงินจากผู้เสียหายเท่านั้น การกระทำของจำเลยตามฟ้องจึงไม่เป็นความผิดตามพระราชบัญญัติจัดหางาน และคุ้มครองคนหางาน พ.ศ. 2528 มาตรา 30,82

คำพิพากษาย่อ (ย่อยาว)

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อประมาณต้นเดือนกุมภาพันธ์ 2533 เวลากลางวันถึงวันที่ 17 มีนาคม 2534 เวลากลางวันต่อเนื่องกัน จำเลยได้จัดหางานให้แก่คนหางานเพื่อไปทำงานในต่างประเทศ เรียกและรับค่าบริการเป็นค่าตอบแทนจากคนหางาน โดยมิได้รับอนุญาตจากนายทะเบียนจัดหางานกลาง และมิได้เป็นตัวแทนหรือลูกจ้างที่จะดำเนินการเกี่ยวกับการจัดหางานเพื่อส่งคนหางานไปทำงานในต่างประเทศ ในเขตจังหวัดอุดรธานี และจำเลยโดยเจตนาทุจริตได้หลอกลวงประชาชนทั่วไปด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จและปกปิดความจริงอันควรบอกให้แจ้งว่าจำเลยสามารถจัดส่งคนหางานไปทำงานยังประเทศญี่ปุ่นโดยถูกต้องตามกฎหมายโดยไปทำงานเป็นกรรมกรในประเทศญี่ปุ่น ซึ่งจะได้เงินเดือนในอัตราสูงเดือนละ 40,000 ถึง 60,000 บาท แต่ต้องเสียค่าบริการให้แก่จำเลยคนละ 200,000 บาทอันเป็นความเท็จ เพราะความจริงแล้วจำเลยไม่สามารถจัดให้คนหางานไปประเทศญี่ปุ่นและได้ทำงานในประเทศญี่ปุ่นโดยรับค่าจ้างตามที่กล่าวอ้างได้ และโดยการหลอกลวงของจำเลยดังกล่าวเป็นเหตุให้ประชาชนทั่วไปและผู้เสียหายหลงเชื่อว่าเป็นความจริงจึงพากันสมัครเพื่อไปทำงานในประเทศญี่ปุ่นและชำระค่าบริการตามจำนวนที่เรียกร้องให้แก่จำเลยไป โดยนายสมคิด ศรีเมืองชำระจำนวน220,000 บาท นายพิมล แสนสะอาด ชำระจำนวน 200,000 บาทและนายชุนหรือสมบัติหรือวิบูลย์ ไชยเหง้า ชำระจำนวน 200,000บาท รวมเป็นเงิน 620,000 บาท ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 91, 343 พระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางานพ.ศ. 2528 มาตรา 4, 30, 82 กับให้จำเลยคืนหรือใช้เงินจำนวน620,000 บาท แก่ผู้เสียหายทั้งสามจำเลยให้การปฏิเสธระหว่างพิจารณา นายชุนหรือสมบัติ ไชยเหง้า และนายพิมลแสนสะอาด ผู้เสียหายยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ศาลชั้นต้นอนุญาตศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ. 2528 มาตรา 30 วรรคหนึ่ง, 82จำคุก 3 ปี คำขออื่นให้ยกจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืนจำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งนั่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงศาลฎีกาเห็นสมควรวินิจฉัยเกี่ยวกับปัญหาที่ว่าฟ้องโจทก์ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ เพราะเป็นข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน ซึ่งศาลฎีกายกขึ้นเองได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 225 ประกอบด้วยมาตรา 215และมาตรา 195 วรรคสอง แม้จะไม่ได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 1 และเห็นว่า คำฟ้องตอนแรกบรรยายว่าจำเลยจัดหางานให้แก่คนหางานเพื่อไปทำงานในต่างประเทศที่ประเทศญี่ปุ่นโดยเรียกและรับค่าบริการเป็นค่าตอบแทนจากคนหางานโดยจำเลยมิได้รับอนุญาตจากนายทะเบียนจัดหางานตามกฎหมาย แต่คำฟ้องของโจทก์ตอนหลังที่ว่าจำเลยโดยเจตนาทุจริตหลอกลวงประชาชนทั่วไปด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จและปกปิดความจริงอันควรบอกให้แจ้งว่าจำเลยสามารถจัดส่งคนหางานไปทำงานยังประเทศญี่ปุ่นโดยถูกต้องตามกฎหมายโดยไปทำงานเป็นกรรมกรในประเทศญี่ปุ่นซึ่งจะได้เงินเดือนในอัตราสูงได้ ความจริงแล้วจำเลยไม่สามารถจัดส่งคนไปทำงานยังประเทศญี่ปุ่นตามที่ได้หลอกลวงไว้เป็นการยืนยันข้อเท็จจริงอยู่ในตัวว่าจำเลยไม่มีเจตนาจัดหางานให้แก่ผู้เสียหาย คงมีแต่เจตนาหลอกลวงเพื่อจะได้รับเงินจากผู้เสียหายเท่านั้น การกระทำของจำเลยตามฟ้องจึงไม่เป็นความผิดตามพระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ. 2528มาตรา 30, 82 ที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาลงโทษจำเลยในข้อหานี้มานั้นไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกาพิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง

ข้อมูลคดี

คู่ความ
โจทก์ - พนักงานอัยการ จังหวัด อุดรธานี
โจทก์ - โจทก์ร่วม
โจทก์ - นาย ชุนหรือสมบัติ ไชยเหง้า กับพวก
จำเลย - นาย ทอง ใบ วงศ์ สม ศ รี
กฎหมายที่อ้าง
ประมวลกฎหมายอาญา — ม. 341
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา — ม. 158 (5)
พระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ.2528 — ม. 30, ม. 82
องค์คณะ
วิชา มั่นสกุล
บุญธรรม อยู่พุก
อภิศักดิ์ พรวชิราภา

ที่มาของข้อมูล — ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในศาลฎีกา
ศาลฎีกา เลขที่ 6 ถนนราชดำเนินใน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 ✓ ตรวจสอบแล้ว

ข้อมูลเป็นคำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น/ย่อยาว) ตามที่ศาลเผยแพร่ ไม่ใช่ข้อความคำพิพากษาฉบับเต็ม — ตรวจกับต้นฉบับจากแหล่งทางการของศาลฎีกาก่อนอ้างอิง · ระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา

ค้นหาฎีกาอื่นข้อกฎหมายและมาตรา