ฎีกา ปี พ.ศ. 2537 อาญา

ฎีกาที่ 200/2537

คำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น)

ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 36 มิได้จำกัดสิทธิผู้เป็นเจ้าของร่วมมิให้ร้องขอคืนทรัพย์ที่ตนเป็นเจ้าของร่วมที่ศาลสั่งริบ เจ้าของร่วมที่มิได้รู้เห็นเป็นใจด้วยในการกระทำความผิด จึงมีสิทธิร้องขอคืนทรัพย์ที่ศาลสั่งริบในส่วนที่เป็นของตนได้

คำพิพากษาย่อ (ย่อยาว)

คดีสืบเนื่องจากศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยที่ 1 มีความผิดฐานรับของโจร ลงโทษจำคุกมีกำหนด 1 ปี 6 เดือน และริบของกลางรวมทั้งรถยนต์คันหมายเลขทะเบียน น-3012 อ่างทองผู้ร้องยื่นคำร้องว่า ผู้ร้องเป็นเจ้าของรถยนต์ของกลางจำเลยที่ 1 กับผู้ร้องเป็นสามีภริยากันโดยชอบด้วยกฎหมาย จำเลยที่ 1ยืมรถยนต์ของกลางไปใช้ ผู้ร้องมิได้รู้เห็นเป็นใจในการกระทำความผิดกับจำเลยที่ 1 ขอให้คืนรถยนต์ของกลางแก่ผู้ร้องโจทก์ยื่นคำร้องคัดค้านว่า ผู้ร้องกับจำเลยที่ 1เป็นสามีภริยากันแต่รถยนต์ของกลางเป็นของจำเลยที่ 1 ผู้ร้องรู้เห็นเป็นใจด้วยในการกระทำผิดของจำเลยที่ 1 ไม่มีสิทธิร้องขอคืนของกลางขอให้ยกคำร้องศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า จำเลยที่ 1 กับผู้ร้องเป็นเจ้าของรถยนต์ของกลางร่วมกันผู้ร้องจึงไม่มีสิทธิยื่นคำร้องขอคืนของกลางให้ยกคำร้องผู้ร้องอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนผู้ร้องฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า แม้ในคู่มือการจดทะเบียนรถยนต์เอกสารหมายร.3 จะมีชื่อผู้ร้องเป็นเจ้าของ แต่เอกสารดังกล่าวเป็นเพียงบันทึกแสดงการจดทะเบียนของเจ้าหน้าที่เกี่ยวกับรายละเอียดของรถเท่านั้นหาใช่หลักฐานแสดงว่าผู้มีชื่อในทะเบียนเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในรถนั้นไม่ เมื่อรถยนต์ของกลางเป็นทรัพย์ที่ผู้ร้องและจำเลยที่ 1ซื้อมาภายหลังสมรสด้วยเงินที่ได้มาระหว่างสมรสส่วนหนึ่งและเงินที่มารดาผู้ร้องออกให้โดยมิได้ระบุว่าออกให้แทนใครอีกส่วนหนึ่งรถยนต์ของกลางจึงเป็นสินสมรสที่ผู้ร้องกับจำเลยที่ 1 เป็นเจ้าของร่วมกันคนละครึ่งมิใช่ของผู้ร้องเพียงผู้เดียว ดังนั้นที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่าจำเลยที่ 1 เป็นเจ้าของร่วมในรถยนต์ของกลาง ผู้ร้องย่อมไม่มีสิทธิขอให้คืนรถยนต์ของกลางนั้นเห็นว่า ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 36 มิได้จำกัดสิทธิผู้เป็นเจ้าของร่วมที่ศาลสั่งริบ เจ้าของร่วมที่มิได้รู้เห็นเป็นใจด้วยใจการกระทำผิด จึงมีสิทธิร้องขอคืนทรัพย์ที่ศาลสั่งริบในส่วนที่เป็นของตนได้และเมื่อพิจารณาจากคำพยานผู้ร้องประกอบกับพฤติการณ์แห่งคดี ย่อมมีเหตุให้เชื่อว่าผู้ร้องมิได้รู้เห็นเป็นใจในการกระทำความผิดกับจำเลยที่ 1 รถยนต์ของกลางจึงเป็นทรัพย์ต้องริบเพียงกึ่งหนึ่ง อีกกึ่งหนึ่งต้องคืนให้แก่ผู้ร้องพิพากษาแก้เป็นว่า ให้คืนรถยนต์ของกลางแก่ผู้ร้องกึ่งหนึ่งนอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์

ข้อมูลคดี

คู่ความ
โจทก์ - พนักงานอัยการ จังหวัด นนทบุรี
ผู้ร้อง - นาง อำพราง สุข สำอาง ค์
จำเลย - นาย โรจน์ทนง หรือแขก สุขสำอางค์ กับพวก
กฎหมายที่อ้าง
ประมวลกฎหมายอาญา — ม. 36
องค์คณะ
ประสิทธิ์ แสนศิริ
นิเวศน์ คำผอง
ไพศาล รางชางกูร

ที่มาของข้อมูล — ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในศาลฎีกา
ศาลฎีกา เลขที่ 6 ถนนราชดำเนินใน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 ✓ ตรวจสอบแล้ว

ข้อมูลเป็นคำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น/ย่อยาว) ตามที่ศาลเผยแพร่ ไม่ใช่ข้อความคำพิพากษาฉบับเต็ม — ตรวจกับต้นฉบับจากแหล่งทางการของศาลฎีกาก่อนอ้างอิง · ระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา

ค้นหาฎีกาอื่นข้อกฎหมายและมาตรา