ฎีกา ปี พ.ศ. 2536 แพ่งและอาญา

ฎีกาที่ 2012/2536

คำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น)

เจ้าหน้าที่ศาลส่งหมายนัดฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ไปให้โจทก์ณ บ้านเลขที่ตามคำฟ้องโดยวิธีปิดหมายตามคำสั่งศาล แม้โจทก์จะย้ายไปรับราชการต่างจังหวัด แต่เมื่อไม่ปรากฏหลักฐานว่า โจทก์ได้ย้ายทะเบียนบ้านและครอบครัวไปด้วยดังนี้ ถือว่าโจทก์มีถิ่นที่อยู่หลายแห่งตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 45(เดิม) การส่งหมายนัดดังกล่าวจึงชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 74และมาตรา 79 ประกอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 15 แล้ว การที่โจทก์ย้ายไปรับราชการในต่างจังหวัดและมิได้อาศัยอยู่ที่บ้านเลขที่ตามฟ้อง ทำให้โจทก์ไม่ทราบวันนัดฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์นั้น ไม่ใช่เหตุสุดวิสัยตามประมวลกฎหมาย-วิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 23

คำพิพากษาย่อ (ย่อยาว)

คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326 จำคุก 3 เดือน ปรับ 2,000 บาทโทษจำคุกให้รอไว้ 1 ปี จำเลยอุทธรณ์ ศาลชั้นต้นนัดฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ในวันที่ 13 ธันวาคม 2533 ถึงวันนัดจำเลยมาศาล โจทก์ไม่มา ศาลชั้นต้นได้อ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ซึ่งพิพากษากลับให้ยกฟ้องให้จำเลยฟังโดยถือว่าได้อ่านให้โจทก์ฟังด้วยแล้วโจทก์ยื่นคำร้องฉบับลงวันที่ 29 มกราคม 2534 ว่า โจทก์ไม่ทราบกำหนดนัดฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ขอให้ศาลชั้นต้นขยายระยะเวลายื่นฎีกา ศาลชั้นต้นยกคำร้อง ต่อมา วันที่ 1 มีนาคม 2534 โจทก์ยื่นคำร้องว่าที่โจทก์ไม่ได้มาฟังคำพิพากษาไม่ใช่ความผิดของโจทก์ศาลชั้นต้นอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ไปโดยโจทก์ไม่ทราบวันนัดเป็นการไม่ชอบ ขอให้ศาลชั้นต้นเพิกถอนการอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์และนัดอ่านใหม่ ศาลชั้นต้นยกคำร้องโจทก์อุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นทั้งสองคำสั่งศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า การส่งหมายนัดโดยเจ้าพนักงานศาลตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 74 และมาตรา 79ประกอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15 ให้ส่งแก่คู่ความ ณ ภูมิลำเนาของคู่ความ โจทก์อ้างว่าโจทก์ได้ย้ายไปรับราชการที่จังหวัดสิงห์บุรี โดยไม่ปรากฏหลักฐานว่าโจทก์ได้ย้ายทะเบียนบ้านและครอบครัวไปด้วยแต่อย่างใด ดังนั้นตราบใดที่โจทก์ยังมิได้แจ้งย้ายภูมิลำเนาย่อมต้องถือว่าโจทก์มีถิ่นที่อยู่หลายแห่งซึ่งตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 45(เดิม) ให้ถือเอาแห่งใดแห่งหนึ่งเป็นภูมิลำเนา บ้านเลขที่ตามฟ้องจึงเป็นภูมิลำเนาแห่งหนึ่งของโจทก์ การที่พนักงานเดินหมายนำหมายนัดฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ไปส่งแล้วพบว่าบ้านปิดใส่กุญแจ จึงได้ปิดหมายนัดไว้ ณบ้านเลขที่ตามฟ้องอันเป็นภูมิลำเนาของโจทก์ จึงเป็นการส่งหมายนัดที่ชอบด้วยบทกฎหมายดังกล่าวข้างต้น ถือได้ว่าโจทก์ได้ทราบกำหนดนัดฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์โดยชอบแล้ว การอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ของศาลชั้นต้นจึงชอบด้วยกฎหมาย ไม่มีเหตุที่ศาลชั้นต้นจะเพิกถอนการอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์และวินิจฉัยต่อไปว่า การขอขยายหรือย่นระยะเวลาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 23 ประกอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15 จะทำได้ต่อเมื่อมีพฤติการณ์พิเศษ และคู่ความมีคำขอขึ้นมาก่อนสิ้นระยะเวลานั้นเว้นแต่ในกรณีที่มีเหตุสุดวิสัยคดีนี้ศาลชั้นต้นอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์เมื่อวันที่ 13 ธันวาคม 2533 โจทก์มีสิทธิยื่นฎีกาได้ภายในวันที่ 13 มกราคม 2534 โจทก์ยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาฎีกาเมื่อวันที่ 29 มกราคม 2534 จึงเป็นคำร้องขอขยายระยะเวลาฎีกาที่ยื่นต่อศาลเมื่อสิ้นระยะเวลาฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 216 ที่โจทก์ฎีกาว่าโจทก์ได้ย้ายไปรับราชการที่จังหวัดสิงห์บุรีตั้งแต่ พ.ศ. 2532 และมิได้อาศัยอยู่บ้านเลขที่ตามฟ้องโจทก์จึงไม่ทราบวันนัด นั้น ไม่ใช่เหตุสุดวิสัยอันจะทำให้โจทก์มีสิทธิยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาฎีกาได้เมื่อสิ้นระยะเวลาฎีกาแล้วตามบทกฎหมายดังกล่าวพิพากษายืน

ข้อมูลคดี

คู่ความ
โจทก์ - นาย ธนวัฒน์ วัฒน ฐานะ
จำเลย - นาย บุญ ยงค์ สุข มั่น
กฎหมายที่อ้าง
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ — ม. 45 เดิม
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง — ม. 23, ม. 74, ม. 79
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา — ม. 15
องค์คณะ
ประสิทธิ์ แสนศิริ
วิทวัส อยู่วัฒนา
ไพศาล รางชางกูร

ที่มาของข้อมูล — ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในศาลฎีกา
ศาลฎีกา เลขที่ 6 ถนนราชดำเนินใน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 ✓ ตรวจสอบแล้ว

ข้อมูลเป็นคำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น/ย่อยาว) ตามที่ศาลเผยแพร่ ไม่ใช่ข้อความคำพิพากษาฉบับเต็ม — ตรวจกับต้นฉบับจากแหล่งทางการของศาลฎีกาก่อนอ้างอิง · ระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา

ค้นหาฎีกาอื่นข้อกฎหมายและมาตรา