ฎีกา ปี พ.ศ. 2548 แพ่ง

ฎีกาที่ 2033/2548

คำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น)

การขอทุเลาการบังคับ กฎหมายกำหนดวิธีการให้อยู่ในอำนาจของศาลเป็นชั้น ๆ ไป การขอทุเลาการบังคับในระหว่างอุทธรณ์เป็นเรื่องที่อยู่ในอำนาจของศาลอุทธรณ์ภาค 7 เมื่อศาลอุทธรณ์ภาค 7 มีคำสั่งยกคำร้องขอทุเลาการบังคับแล้ว จำเลยจะฎีกาคำสั่งต่อศาลฎีกาอีกไม่ได้

คำพิพากษาย่อ (ย่อยาว)

คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงิน 4,438,308.18 บาท พร้อมดอกเบี้ย นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ หากไม่ชำระให้ยึดทรัพย์จำนองออกขายทอดตลาดชำระหนี้แก่โจทก์ แต่จำเลยไม่ชำระ โจทก์จึงขอหมายบังคับคดีและนำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างซึ่งเป็นทรัพย์จำนองเพื่อขายทอดตลาดชำระหนี้ตามคำพิพากษา
จำเลยยื่นคำร้องขอให้ศาลชั้นต้นมีคำสั่งตั้งจำเลยเป็นผู้จัดการอสังหาริมทรัพย์ซึ่งเป็นทรัพย์จำนองแทนการขายทอดตลาดทรัพย์ดังกล่าวตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 307
ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้อง
จำเลยอุทธรณ์พร้อมกับยื่นคำร้องขอทุเลาการบังคับในระหว่างอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์ภาค 7 มีคำสั่งยกคำร้อง
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ที่จำเลยฎีกาขอให้ศาลฎีกามีคำสั่งอนุญาตให้ทุเลาการบังคับในระหว่างอุทธรณ์นั้น เห็นว่า การทุเลาการบังคับ กฎหมายกำหนดวิธีการให้อยู่ในอำนาจของศาลเป็นชั้น ๆ ไป การขอทุเลาการบังคับในระหว่างอุทธรณ์เป็นเรื่องที่อยู่ในอำนาจของศาลอุทธรณ์ภาค 7 เมื่อศาลอุทธรณ์ภาค 7 มีคำสั่งยกคำร้องขอทุเลาการบังคับแล้ว จำเลยจะฎีกาคำสั่งต่อศาลฎีกาอีกไม่ได้ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยให้"
พิพากษายกฎีกาจำเลย

ข้อมูลคดี

คู่ความ
โจทก์ - ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน)
จำเลย - นายแพทย์เกรียงศักดิ์ หรือภิญโญหรือเกรียงไกรหรือศิววงศ์ เหมือนลม้าย
กฎหมายที่อ้าง
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง — ม. 231
องค์คณะ
มนตรี ยอดปัญญา
วิบูลย์ มีอาสา
ประจักษ์ เกียรติ์อนุพงศ์

ที่มาของข้อมูล — ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในศาลฎีกา
ศาลฎีกา เลขที่ 6 ถนนราชดำเนินใน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 ✓ ตรวจสอบแล้ว

ข้อมูลเป็นคำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น/ย่อยาว) ตามที่ศาลเผยแพร่ ไม่ใช่ข้อความคำพิพากษาฉบับเต็ม — ตรวจกับต้นฉบับจากแหล่งทางการของศาลฎีกาก่อนอ้างอิง · ระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา

ค้นหาฎีกาอื่นข้อกฎหมายและมาตรา