ฎีกา ปี พ.ศ. 2539 แพ่ง

ฎีกาที่ 204/2539

คำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น)

การนำสืบว่าหลักฐานแห่งการกู้ยืมเป็นหนังสือสูญหายไปนั้นโจทก์นำสืบด้วยพยานบุคคลได้เพราะเป็นกรณีที่ไม่มีกฎหมายบังคับให้ต้องมีพยานเอกสารมาแสดงส่วนการนำสืบพยานบุคคลว่าจำเลยกู้เงินโจทก์ตามหลักฐานแห่งการกู้ยืมที่สูญหายไปต้องได้รับอนุญาตจากศาลก่อนเมื่อศาลชั้นต้นยอมให้โจทก์นำพยานบุคคลเข้าสืบได้ตลอดทั้งเรื่องถือได้อนุญาตโดยปริยายการสืบพยานของโจทก์จึงชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา93(2)

คำพิพากษาย่อ (ย่อยาว)

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 5 มีนาคม 2532 จำเลยกู้เงินโจทก์จำนวน 40,000 บาท กำหนดชำระคืนภายใน 3 เดือนจำเลยได้ทำสัญญากู้ยืมให้โจทก์ไว้เป็นหลักฐาน แต่หลักฐานแห่งการกู้ยืมได้สูญหายไปโจทก์ได้แจ้งความต่อพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรอำเภอชุมแพไว้แล้ว จำเลยได้รับเงินไปครบถ้วนแล้ว ครั้นครบกำหนด 3 เดือนจำเลยไม่ยอมชำระเงินคืนโจทก์ โจทก์ทวงถามแล้วแต่จำเลยเพิกเฉยขอให้บังคับจำเลยชำระเงิน 40,000 บาท ให้แก่โจทก์ พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับแต่วันที่ 5 มีนาคม 2532 จนกว่าจะชำระให้โจทก์เสร็จสิ้นจำเลยให้การว่า จำเลยไม่เคยทำสัญญากู้ยืมและรับเงินจำนวน40,000 บาท จากโจทก์ โจทก์แจ้งความต่อพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรอำเภอชุมแพเรื่องสัญญากู้ระหว่างโจทก์กับจำเลยหายไปเป็นการกระทำของโจทก์ฝ่ายเดียวซึ่งไม่เป็นความจริง โจทก์จึงไม่มีสิทธินำหลักฐานการแจ้งความมาใช้เป็นหลักฐานฟ้องเรียกเงินกู้จากจำเลยเพราะมิใช่สัญญากู้ยืมและมิใช่หลักฐานการกู้ยืมตามกฎหมายขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงิน 40,000 บาท ให้โจทก์พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันฟ้อง จนกว่าจะชำระเสร็จจำเลย อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ ภาค 1 พิพากษากลับ ให้ยก ฟ้องโจทก์โจทก์ ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่โจทก์ฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายว่า จำเลยกู้เงินโจทก์โดยมีหลักฐานแห่งการกู้ยืมเป็นหนังสือ แต่หลักฐานการกู้ยืมดังกล่าวได้สูญหายไป โจทก์จึงนำสืบพยานบุคคลว่าหลักฐานแห่งการกู้ยืมของโจทก์ได้สูญหายไปและนำสืบว่าจำเลยกู้เงินโจทก์ตามหลักฐานแห่งการกู้ยืมที่สูญหายไปได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 94 วรรคท้ายประกอบมาตรา 93(2) นั้นเห็นว่า การนำพยานบุคคลเข้าสืบในประเด็นแรกเป็นการนำสืบว่าหลักฐานแห่งการกู้ยืมของโจทก์ได้สูญหายไป เป็นกรณีที่ไม่มีกฎหมายบังคับให้ต้องมีพยานเอกสารมาแสดงโจทก์จึงนำสืบพยานบุคคลในข้อนี้ ส่วนการนำพยานบุคคลเข้าสืบในประเด็นหลังเป็นการนำสืบว่าจำเลยกู้เงินโจทก์ตามหลักฐานแห่งการกู้ยืมที่สูญหายไป กรณีหลังต้องได้รับอนุญาตจากศาลก่อนจึงจะนำสืบได้ คดีนี้ศาลชั้นต้นยอมให้โจทก์นำพยานบุคคลเข้าสืบได้ตลอดเรื่อง ถือได้ว่าศาลชั้นต้นได้อนุญาตโดยปริยาย การสืบพยานของโจทก์จึงชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 93(2) ศาลรับฟังคำพยานบุคคลของโจทก์ได้ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 วินิจฉัยในปัญหาข้อกฎหมายว่าโจทก์ไม่มีหลักฐานแห่งการกู้ยืมมาแสดง จึงไม่อาจนำพยานบุคคลเข้าสืบและศาลไม่สามารถรับฟังพยานบุคคลแทนพยานเอกสารได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 94 และพิพากษายกฟ้องโจทก์นั้น ไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาของโจทก์ข้อนี้ฟังขึ้น และเนื่องจากข้อเท็จจริงฟังเป็นยุติตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้นแล้วว่า จำเลยกู้เงินโจทก์จำนวน 40,000 บาท โดยมีหลักฐานแห่งการกู้ยืมเป็นหนังสือแต่หลักฐานแห่งการกู้ยืมดังกล่าวสูญหายไป จำเลยจึงต้องรับผิดต่อโจทก์ตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้นพิพากษากลับ ให้บังคับคดีไปตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้น

ข้อมูลคดี

คู่ความ
โจทก์ - เจ้าอธิการสุนทร ถิรธมโม
จำเลย - นาย จรัส กุลรัตน์
กฎหมายที่อ้าง
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ — ม. 653
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง — ม. 93 (2), ม. 94
องค์คณะ
ดุสิต เพชรปลูก
อากาศ บำรุงชีพ
ทวีชัย เจริญบัณฑิต

ที่มาของข้อมูล — ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในศาลฎีกา
ศาลฎีกา เลขที่ 6 ถนนราชดำเนินใน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 ✓ ตรวจสอบแล้ว

ข้อมูลเป็นคำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น/ย่อยาว) ตามที่ศาลเผยแพร่ ไม่ใช่ข้อความคำพิพากษาฉบับเต็ม — ตรวจกับต้นฉบับจากแหล่งทางการของศาลฎีกาก่อนอ้างอิง · ระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา

ค้นหาฎีกาอื่นข้อกฎหมายและมาตรา