ฎีกา ปี พ.ศ. 2535 แพ่ง

ฎีกาที่ 2054/2535

คำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น)

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตให้ขายทอดตลาดแก่ผู้ที่ประมูลราคาสูงสุด จำเลยจะยื่นอุทธรณ์คำสั่งหาได้ไม่ หากจำเลยเห็นว่าการขายทอดตลาดไม่ชอบด้วยกฎหมาย จำเลยชอบที่จะยื่นคำขอให้ศาลยกกระบวนวิธีการบังคับคดีทั้งปวงหรือวิธีการบังคับใด ๆ โดยเฉพาะตาม ป.วิ.พ. มาตรา 296 วรรคสอง.

คำพิพากษาย่อ (ย่อยาว)

มูลกรณีสืบเนื่องมาจากเจ้าพนักงานบังคับคดียึดทรัพย์จำเลยที่ 1 ออกขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้ตามคำพิพากษา มีการเลื่อนการขายทอดตลาดถึง 7 ครั้ง เพราะไม่มีผู้ประมูลซื้อบ้าง จำเลยขอเลื่อนบ้าง ได้ราคาต่ำเกินไปบ้างจนถึงการขายทอดตลาดครั้งที่แปด เมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน 2530 เจ้าพนักงานบังคับคดีตกลงขายทรัพย์อันดับที่ 1 ถึงที่ 5 แก่โจทก์เป็นเงิน 3,000,000 บาทและขายทรัพย์อันดับ 6.6 แก่นายสมพร สุระวรรณวิจิตร เป็นเงิน110,000 บาท ซึ่งเป็นผู้ให้ราคาสูงสุดทั้งสองราย จำเลยที่ 1 แถลงคัดค้านต่อศาลชั้นต้นว่า ราคาที่ผู้ประมูลได้นั้นต่ำเกินไป หากมีการแยกขายทรัพย์สินแต่ละอันดับจะได้ราคามากกว่านี้ จำเลยที่ 1ได้พยายามหาคนเข้าสู้ราคาแล้วแต่ยังดำเนินการไม่ทันเพื่อบรรเทาความเสียหาย ขอให้ระงับการขายทอดตลาดทรัพย์ครั้งนี้ไว้ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตให้ขายทรัพย์แก่ผู้ที่ประมูลราคาสูงสุดจำเลยที่ 1 อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายกอุทธรณ์ของจำเลยที่ 1จำเลยที่ 1 ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงได้ความว่าเมื่อวันที่ 12พฤศจิกายน 2530 เจ้าพนักงานบังคับคดีขายทอดตลาดทรัพย์ของจำเลยที่ 1 อันดับที่ 1 ถึงที่ 5 แก่โจทก์เป็นเงิน 3,000,000 บาทและขายทรัพย์อันดับที่ 6.6 แก่นายสมพร สุระวรรณวิจิตร เป็นเงิน110,000 บาท ก่อนการเคาะไม้ขายทรัพย์ดังกล่าว เจ้าพนักงานบังคับคดีรายงานการขายต่อศาลชั้นต้นเพื่อมีคำสั่งว่าจะอนุญาตให้ขายหรือไม่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตให้ขายได้ เจ้าพนักงานบังคับคดีจึงเคาะไม้ขายไป ต่อมาวันที่ 18 พฤศจิกายน 2530 จำเลยที่ 1 ยื่นอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นที่อนุญาตให้ขายทรัพย์ ขอให้ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งงดการขายทอดตลาดทรัพย์ดังกล่าว และประกาศขายทอดตลาดใหม่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาว่า จำเลยที่ 1 มิได้ร้องคัดค้านเรื่องผิดระเบียบหรือการฝ่าฝืนต่อบทบัญญัติว่าด้วยการบังคับคดีตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 27 และมาตรา 296 จึงใช้สิทธิอุทธรณ์ไม่ได้ พิพากษายกอุทธรณ์ จำเลยที่ 1 จึงฎีกาคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1 ดังกล่าวแล้วพิเคราะห์แล้วเห็นว่า การที่เจ้าพนักงานบังคับคดีรายงานการขายทอดตลาดต่อศาลขอให้มีคำสั่งอนุญาตให้ขายทอดตลาดและศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ขายทอดตลาดนั้นเป็นวิธีการขายทอดตลาดทรัพย์ของเจ้าพนักงานบังคับคดี หากจำเลยที่ 1 เห็นว่า การขายทรัพย์ดังกล่าวไม่ชอบด้วยกฎหมาย จำเลยที่ 1 ต้องยื่นคำขอต่อศาลชั้นต้นไม่ว่าเวลาใด ๆ ก่อนการบังคับคดีได้เสร็จลง แต่ต้องไม่ช้ากว่าแปดวันนับแต่ทราบการฝ่าฝืนนั้น ขอให้ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกกระบวนวิธีการบังคับคดีทั้งปวง หรือวิธีการบังคับใด ๆ โดยเฉพาะเพื่อให้ศาลชั้นต้นวินิจฉัยชี้ขาดเสียก่อน ทั้งนี้ตามนัยมาตรา 296 วรรคสองแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง แต่จำเลยที่ 1 หาได้ปฏิบัติตามบทบัญญัติดังกล่าวแล้วไม่ กลับยื่นอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นที่อนุญาตให้เจ้าพนักงานบังคับคดีขายทรัพย์ต่อศาลอุทธรณ์ภาค 1ซึ่งไม่ชอบด้วยกฎหมาย จำเลยที่ 1 จึงใช้สิทธิอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นดังกล่าวแล้วไม่ได้..."พิพากษายืน.

ข้อมูลคดี

คู่ความ
โจทก์ - ธนาคาร กรุงเทพ จำกัด
จำเลย - นาง อรุณศรี คุณกิตติ กับพวก
กฎหมายที่อ้าง
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง — ม. 296 วรรคสอง
องค์คณะ
ประจักษ์ พุทธิสมบัติ
ปรีชา ธนานันท์
สุทธิ อินทุเศรษฐ

ที่มาของข้อมูล — ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในศาลฎีกา
ศาลฎีกา เลขที่ 6 ถนนราชดำเนินใน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 ✓ ตรวจสอบแล้ว

ข้อมูลเป็นคำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น/ย่อยาว) ตามที่ศาลเผยแพร่ ไม่ใช่ข้อความคำพิพากษาฉบับเต็ม — ตรวจกับต้นฉบับจากแหล่งทางการของศาลฎีกาก่อนอ้างอิง · ระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา

ค้นหาฎีกาอื่นข้อกฎหมายและมาตรา