ฎีกา ปี พ.ศ. 2533 แพ่ง

ฎีกาที่ 2064/2533

คำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น)

การยื่นคำร้องขอต่อศาลโดยทำเป็นคำร้องขอฝ่ายเดียว เป็นคดีไม่มีข้อพิพาทตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 188ได้นั้น จะต้องเป็นกรณีที่มีกฎหมายบัญญัติให้อำนาจไว้ การที่ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งว่าที่ดินของผู้ร้องที่ผู้อื่นมีกรรมสิทธิ์รวมอยู่ด้วยปลอดจากภาระจำนองโดยอ้างว่ามีการชำระหนี้จำนองแล้ว แต่ผู้รับจำนองถึงแก่กรรมไปก่อนจดทะเบียนไถ่ถอนจำนองและไม่มีทายาทนั้นไม่มีกฎหมายใดสนับสนุนให้ผู้ร้องยื่นคำร้องขอฝ่ายเดียวเป็นคดีไม่มีข้อพิพาทได้ หากมีผู้โต้แย้งสิทธิหรือหน้าที่ของผู้ร้องเกี่ยวกับที่ดินดังกล่าวประการใด ผู้ร้องก็ชอบที่จะเสนอคดีของตนต่อศาลส่วนแพ่งที่มีเขตอำนาจได้ โดยเป็นโจทก์ยื่นฟ้องผู้นั้นเป็นจำเลยอย่างคดีที่มีข้อพิพาทตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 55

คำพิพากษาย่อ (ย่อยาว)

ผู้ร้องยื่นคำร้องขอว่า ผู้ร้องเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินตามโฉนดเลขที่ 8008 ตำบลท่าชุมพล (คลองควาย) อำเภอโพธารามจังหวัดราชบุรี เนื้อที่ 2 ไร่ 2 งาน 48 ตารางวา ร่วมกับสิบเอกไพโรจน์ เงอเลอะและนางลำยอง เงอเลอะ เดิมที่ดินดังกล่าวเป็นของนายแมว ตันแดงบิดานางกรุด ตันแดง นายแมวได้นำที่ดินดังกล่าวไปจำนองเป็นประกันเงินกู้ไว้กับนางเซี้ยะ แย้มมาเมื่อปี พ.ศ. 2464 จำนวนเงิน 200 บาท หลังจากจำนองแล้ว 4-5 ปีนายแมวได้ชำระเงินคืนให้นางเซี้ยะเพื่อไถ่ถอนจำนอง และนางเซี้ยะส่งมอบโฉนดที่ดินคืนนายแมว แต่ไม่ได้จดทะเบียนไถ่ถอนจำนอง จนกระทั่งผู้จำนองและผู้รับจำนองถึงแก่กรรมเมื่อ 60 ปีมาแล้ว ที่ดินดังกล่าวได้ตกเป็นมรดกแก่นางกรุดบุตรนายแมวตามกฎหมาย และนางกรุดได้จดทะเบียนรับมรดกเมื่อปี พ.ศ. 2478 ต่อมาเมื่อเดือนเมษายน 2531 นางกรุดได้ขายที่ดินดังกล่าวให้ผู้ร้องโดยแจ้งว่าที่ดินไม่มีภาระจำนองใด ๆ ต่อมาผู้ร้องได้จดทะเบียนให้สิบเอกไพโรจน์ และนางลำยองเงอเลอะ สามีภริยากันถือกรรมสิทธิ์ร่วมด้วยและต่อมาผู้ร้องกับสิบเอกไพโรจน์และนางลำยองต้องการแบ่งแยกโฉนดที่ดินจึงทราบจากเจ้าพนักงานที่ดินว่าที่ดินรายนี้ยังติดภาระจำนองนางเซี้ยะอยู่ไม่อาจแบ่งแยกโฉนดที่ดินให้ได้ ผู้ร้องติดตามหานางเซี้ยะและทายาทเพื่อให้ไปจดทะเบียนไถ่ถอนจำนองปรากฏว่านางเซี้ยะถึงแก่กรรมไปหลายสิบปีแล้วโดยไม่มีทายาทรับมรดกจะมาจดทะเบียนไถ่ถอนจำนองที่ดินได้ และไม่มีทางอื่นใดที่เจ้าพนักงานที่ดินจะดำเนินการจดทะเบียนให้ที่ดินปลอดจากภาระจำนองจึงขอให้ศาลไต่สวนและมีคำสั่งว่า ที่ดินตามโฉนดเลขที่ 8008ตำบลท่าชุมพล (คลองควาย) อำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรีปลอดจากภาระจำนอง จึงขอให้ศาลไต่สวนและมีคำสั่งว่า ที่ดินตามโฉนดเลขที่ 8008 ตำบลท่าชุมพล (คลองควาย) อำเภอโพธารามจังหวัดราชบุรี ปลอดจากภาระจำนอง ศาลชั้นต้นพิจารณาคำร้องขอแล้วมีคำสั่งให้ยกคำร้อง ผู้ร้องอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ผู้ร้องฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "เห็นว่าบุคคลใดจะยื่นคำร้องขอต่อศาลโดยทำเป็นคำร้องขอฝ่ายเดียวเป็นคดีไม่มีข้อพิพาทตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 188 ได้นั้นจะต้องเป็นกรณีที่มีกฎหมายบัญญัติให้อำนาจไว้ แต่กรณีตามคำร้องขอของผู้ร้องในคดีนี้นั้น ผู้ร้องขอให้ศาลมีคำสั่งว่าที่ดินของผู้ร้องที่ผู้อื่นมีกรรมสิทธิ์รวมอยู่ด้วยปลอดจากภาระจำนอง ซึ่งไม่มีกฎหมายใดสนับสนุนให้ผู้ร้องยื่นคำร้องขอฝ่ายเดียวเป็นคดีไม่มีข้อพิพาทเพื่อให้ศาลมีคำสั่งดังที่ผู้ร้องกระทำในคดีนี้ได้หากมีผู้โต้แย้งสิทธิหรือหน้าที่ของผู้ร้องเกี่ยวกับที่ดินดังกล่าวประการใดผู้ร้องก็ชอบที่จะเสนอคดีของตนต่อศาลส่วนแพ่งที่มีเขตอำนาจได้ โดยเป็นโจทก์ยื่นฟ้องผู้นั้นเป็นจำเลยอย่างคดีที่มีข้อพิพาท ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 55ที่ศาลล่างทั้งสองให้ยกคำร้องขอของผู้ร้องเสียนั้นชอบแล้ว ฎีกาของผู้ร้องฟังไม่ขึ้น"พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

คู่ความ
ผู้ร้อง - นาย สม ปอ ง จีระ
กฎหมายที่อ้าง
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง — ม. 55, ม. 188
องค์คณะ
ปิ่นทิพย์ สุจริตกุล
ชูศักดิ์ บัณฑิตกุล
สุเทพ กิจสวัสดิ์

ที่มาของข้อมูล — ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในศาลฎีกา
ศาลฎีกา เลขที่ 6 ถนนราชดำเนินใน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 ✓ ตรวจสอบแล้ว

ข้อมูลเป็นคำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น/ย่อยาว) ตามที่ศาลเผยแพร่ ไม่ใช่ข้อความคำพิพากษาฉบับเต็ม — ตรวจกับต้นฉบับจากแหล่งทางการของศาลฎีกาก่อนอ้างอิง · ระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา

ค้นหาฎีกาอื่นข้อกฎหมายและมาตรา