ฎีกา ปี พ.ศ. 2533 อาญา
ฎีกาที่ 2066/2533
คำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น)
ผู้ตายกับพวกรวม 3 คน ถีบประตูห้องพักของจำเลยเพื่อจะเข้าไปทำร้ายจำเลยจนกลอนประตูหลุด ประตูเปิด แล้วเข้าไปทำร้ายจำเลยและจะทำร้ายภรรยาจำเลยซึ่ง มีครรภ์อยู่เป็นการกระทำทีอุกอาจและเป็นภยันตรายที่เกิดจากการประทุษร้ายอันละเมิดต่อกฎหมายทั้งเป็นภยันตรายที่ใกล้จะถึง การที่จำเลยใช้มีดแทงคนทั้งสาม แม้จะแทงหลายทีก็เป็นการป้องกันพอสมควรแก่เหตุ การกระทำของจำเลยในขณะนั้นจึงไม่มีความผิด หลังจากผู้ตายวิ่งออกมาจากห้องพักของจำเลยแล้ว จำเลยติดตามออกมาและใช้มีดแทงผู้ตายอีก 3 ที เป็นเหตุให้ผู้ตายถึงแก่ความตายแม้การกระทำของจำเลยดังกล่าวเป็นการกระทำที่ต่อเนื่องกระชั้นชิดกับการกระทำของจำเลยในตอนแรกซึ่งเป็นการป้องกันโดยชอบด้วย กฎหมายแต่เมื่อจำเลยแทงผู้ตายในขณะที่หมดโอกาสทำร้ายจำเลยแล้ว การกระทำของจำเลยในตอนนี้จึงเป็นการกระทำเกินกว่ากรณีแห่งการจำต้องกระทำเพื่อป้องกันตาม ป.อ. มาตรา 69.
คำพิพากษาย่อ (ย่อยาว)
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288และ 288, 80จำเลยให้การต่อสู้อ้างเหตุป้องกันศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 288 และ 288, 80 ประกอบกับมาตรา 69 การกระทำของจำเลยเป็นกรรมเดียว ผิดต่อกฎหมายหลายบท ลงโทษตามมาตรา 288 ประกอบมาตรา 69 ซึ่งเป็นบทหนัก ให้จำคุก 2 ปีโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า การที่ผู้ตายทั้งสองกับนายสมพรได้ร่วมกันถีบประตูห้องพักของจำเลยเพื่อจะเข้าไปทำร้ายจำเลยจนกลอนประตูหลุด ประตูเปิด แล้วคนทั้งสามได้เข้าไปทำร้ายจำเลย และจะทำร้ายภรรยาจำเลยนั้น เป็นการกระทำที่อุกอาจและเป็นภยันตรายที่เกิดจากการประทุษร้ายอันละเมิดต่อกฎหมาย ทั้งเป็นภยันตรายที่ใกล้จะถึง แม้ผู้ตายทั้งสองกับพวกจะไม่มีอาวุธ แต่ก็มีจำนวนถึง 3 คนและการที่ผู้ตายกับพวกจะทำร้ายภรรยาจำเลยซึ่งมีครรภ์อยู่นั้นก็อาจทำให้ภรรยาจำเลยและทารกในครรภ์ได้รับอันตรายอย่างร้ายแรงการที่จำเลยใช้มีดแทงคนทั้งสามไป แม้จะแทงหลายที ก็เป็นการกระทำเพื่อป้องกันพอสมควรแก่เหตุ การกระทำของจำเลยในขณะนั้นจึงไม่มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 68ส่วนที่โจทก์ฎีกาต่อมาว่า หลังจากนายสมพรและผู้ตายอีกคนหนึ่งซึ่งไม่ทราบชื่อออกมาจากห้องของจำเลยแล้ว จำเลยยังตามออกมาแทงผู้ตายดังกล่าวอีก 3 ที แสดงว่าจำเลยมีเจตนาฆ่า และไม่เป็นการป้องกันพอสมควรแก่เหตุนั้น ฯลฯ ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าหลังจากผู้ตายซึ่งไม่ทราบชื่อวิ่งออกมาจากห้องพักของจำเลยแล้วได้มานั่งอยู่ที่บริเวณหน้าห้องว่างถัดจากห้องพักของนายเอนกจำเลยได้ติดตามออกมาและใช้มีดแทงผู้ตายอีก 3 ที เป็นเหตุให้ผู้ตายถึงแก่ความตาย ศาลฎีกาเห็นว่า การกระทำของจำเลยที่ติดตามผู้ตายออกมานอกห้องพักของจำเลยและแทงผู้ตายซ้ำอีกนี้เป็นการกระทำที่ต่อเนื่องกระชั้นชิดกับการกระทำของจำเลยในตอนแรกซึ่งเป็นการป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย แต่เมื่อจำเลยใช้มีดแทงผู้ตายในขณะที่หมดโอกาศทำร้ายจำเลยแล้ว การกระทำของจำเลยในตอนนี้จึงเป็นการกระทำเกินกว่ากรณีแห่งการจำต้องกระทำเพื่อป้องกันจำเลยจึงมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 ประกอบมาตรา 69พิพากษากลับว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา288, 69 ให้จำคุก 3 ปี.
ข้อมูลคดี
- คู่ความ
- โจทก์ - พนักงานอัยการ กรมอัยการ
จำเลย - นาย สุพจน์ หรือ สมพงษ์ หรือ วันชัย หรือ เปี๊ ยก บริบูรณ์ - กฎหมายที่อ้าง
- ประมวลกฎหมายอาญา — ม. 68, ม. 69, ม. 288
- องค์คณะ
- สุเทพ กิจสวัสดิ์
ชูศักดิ์ บัณฑิตกุล
ปิ่นทิพย์ สุจริตกุล
ที่มาของข้อมูล — ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในศาลฎีกา
ศาลฎีกา เลขที่ 6 ถนนราชดำเนินใน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 ✓ ตรวจสอบแล้ว
ข้อมูลเป็นคำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น/ย่อยาว) ตามที่ศาลเผยแพร่ ไม่ใช่ข้อความคำพิพากษาฉบับเต็ม — ตรวจกับต้นฉบับจากแหล่งทางการของศาลฎีกาก่อนอ้างอิง · ระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา