ฎีกา ปี พ.ศ. 2535 แพ่ง
ฎีกาที่ 2087/2535
คำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น)
โจทก์เช่าที่ดินเพื่อปลูกสร้างตึกแถวเก็บผลประโยชน์ตลอดเวลาเช่า เมื่อครบกำหนดสัญญาเช่าแล้วโจทก์ยอมให้ตึกแถว ตกเป็นของเจ้าของที่ดิน จำเลยได้ทำสัญญาเช่าซื้อตึกแถวจากโจทก์ แม้เมื่อครบกำหนดการเช่าที่ดินแล้วกรรมสิทธิ์ในตึกแถวจะตกเป็นของเจ้าของที่ดิน ก็เป็นสิทธิของบุคคลภายนอกที่จะกล่าวกันต่างหาก แต่ระหว่างโจทก์กับจำเลยย่อมมีผลผูกพันตามสัญญาเช่าซื้อ ที่ได้ทำกันไว้ เมื่อจำเลยเข้าอยู่ในตึกแถวโดยอาศัยสิทธิ การเช่าซื้อระหว่างโจทก์กับจำเลย และจำเลยมิได้ผิดสัญญา แต่อย่างใด โจทก์จึงไม่มีสิทธิที่จะขับไล่จำเลย หรือเรียกค่าเสียหาย
คำพิพากษาย่อ (ย่อยาว)
โจทก์ฟ้องว่า เมื่อปี 2511 จำเลยเช่าตึกแถวเลขที่ 3/25-26ตั้งอยู่บนที่ดินโฉนดที่ 10548 ตำบลท่าราบ อำเภอเมืองเพชรบุรีจังหวัดเพชรบุรี ซึ่งเป็นกรรมสิทธิ์ของวัดเกาะแก้วสุทธารามจากโจทก์โดยไม่ได้ทำสัญญาเช่าต่อกัน จำเลยยอมชำระค่าเช่าให้โจทก์ปีละ 361 บาท ตลอดมา ต่อมาจำเลยไม่ชำระค่าเช่าให้โจทก์เป็นเวลา 3 ปี โจทก์จึงบอกเลิกสัญญาเช่าและให้จำเลยออกจากตึกแถวดังกล่าว จำเลยไม่ยอมออก ทำให้โจทก์เสียหายขาดประโยชน์ที่โจทก์อาจนำตึกแถวดังกล่าวให้ผู้อื่นเช่ามีรายได้เดือนละ 1,000 บาทขอให้ขับไล่จำเลยและบริวารออกจากตึกแถว และให้ใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์เดือนละ 1,000 บาท นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยจะออกจากตึกแถวดังกล่าวจำเลยให้การว่า จำเลยได้เช่าซื้อตึกแถวตามฟ้องและได้ชำระค่าเช่าซื้อให้แก่โจทก์ครบถ้วนแล้ว ทั้งยังได้ครอบครองตึกแถวดังกล่าวด้วยความสงบเปิดเผย ด้วยเจตนาเป็นเจ้าของเป็นเวลาเกินกว่า10 ปีแล้ว ตึกแถวดังกล่าวจึงตกเป็นกรรมสิทธิ์ของจำเลยโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง หากโจทก์ได้รับความเสียหายก็ไม่เกินเดือนละ 30 บาทศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษายกฟ้องโจทก์โจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ขับไล่จำเลยและบริวารออกจากตึกแถวเลขที่ 3/25-26 ถนนมาตยาวงษ์ ตำบลท่าราบ อำเภอเมืองเพชรบุรีจังหวัดเพชรบุรี ห้ามจำเลยและบริวารเข้าเกี่ยวข้องต่อไป กับให้จำเลยชำระค่าเสียหายให้แก่โจทก์เป็นรายเดือน เดือนละ 300 บาทนับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยและบริวารจะออกจากตึกแถวดังกล่าวจำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า โจทก์ได้เช่าที่ดินจากวัดเกาะแก้วสุทธาราม เพื่อปลูกสร้างอาคารหรือถาวรวัตถุในที่ดินที่เช่า แล้วเก็บผลประโยชน์ตลอดเวลาเช่าเมื่อครบกำหนดสัญญาแล้วโจทก์ยอมให้อาคารหรือถาวรวัตถุตกเป็นของวัดเกาะแก้วสุทธารามเมื่อโจทก์ก่อสร้างตึกแถวพิพาทขึ้นในที่ดินดังกล่าวแล้ว จำเลยได้เช่าซื้อตึกแถวพิพาทจากโจทก์ แม้เมื่อครบกำหนดการเช่าที่ดินแล้วตึกแถวพิพาทจะตกเป็นของวัดเกาะแก้วสุทธาราม ก็เป็นสิทธิของบุคคลภายนอกที่จะว่ากล่าวกันต่างหาก แต่ระหว่างโจทก์กับจำเลยย่อมมีผลผูกพันตามสัญญาเช่าซื้อที่ได้ทำกันไว้ และจำเลยได้ปฏิบัติสัญญาเช่าซื้อโดยถูกต้องมิได้ผิดสัญญาแต่ประการใด โจทก์ไม่มีสิทธิที่จะขับไล่จำเลยออกจากตึกแถวพิพาทหรือเรียกค่าเสียหายได้พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง
ข้อมูลคดี
- คู่ความ
- โจทก์ - นาง สุรินทร์ แซ่ฝงหรือแซ่ผงหรือธีระ สมบัติ
จำเลย - นาง อ่อน ปิ่น แก้ว - กฎหมายที่อ้าง
- ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ — ม. 109 เดิม, ม. 146, ม. 112 เดิม, ม. 149, ม. 572
- องค์คณะ
- ก้าน อันนานนท์
อุดม เฟื่องฟุ้ง
อัมพร ทองประยูร
ที่มาของข้อมูล — ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในศาลฎีกา
ศาลฎีกา เลขที่ 6 ถนนราชดำเนินใน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 ✓ ตรวจสอบแล้ว
ข้อมูลเป็นคำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น/ย่อยาว) ตามที่ศาลเผยแพร่ ไม่ใช่ข้อความคำพิพากษาฉบับเต็ม — ตรวจกับต้นฉบับจากแหล่งทางการของศาลฎีกาก่อนอ้างอิง · ระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา