ฎีกา ปี พ.ศ. 2539 อาญา

ฎีกาที่ 21/2539

คำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น)

เจ้าพนักงานตำรวจพบรถยนต์ของผู้เสียหายที่ถูกคนร้ายลักไปอยู่ในความครอบครองของจำเลยที่1จำเลยที่1แจ้งว่าซื้อมาจากจำเลยที่2แต่จำเลยที่2ปฏิเสธว่าไม่ได้ขายโดยไม่ยอมเปิดเผยความจริงว่าจำเลยที่2ได้รถยนต์คันดังกล่าวมาด้วยวิธีใดและไม่มีหลักฐานเอกสารใดๆในการได้รถยนต์นั้นมาเป็นข้อพิรุธเชื่อได้ว่าจำเลยที่2ได้รถยนต์ของกลางมาโดยรู้ว่าถูกคนร้ายลักมาจำเลยที่2มีความผิดฐานรับของโจร ข้อเท็จจริงฟังไม่ได้ว่าจำเลยที่1กระทำความผิดและเป็นข้อเท็จจริงที่เกี่ยวพันกับจำเลยที่2ซึ่งฎีกาขึ้นมาแม้จำเลยที่1มิได้ฎีกาศาลฎีกาก็มีอำนาจยกฟ้องจำเลยที่1ได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา185วรรคหนึ่งประกอบด้วยมาตรา215และมาตรา225

คำพิพากษาย่อ (ย่อยาว)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 264,268, 335, 357, 83, 91จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 357 วรรคแรก จำคุกคนละ 5 ปีข้อหาอื่นให้ยกจำเลยทั้งสองอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยที่ 2 ฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งลงชื่อในคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ อนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า รถยนต์กระบะของกลางเป็นของผู้เสียหายถูกคนร้ายลักไปโดยไม่ทราบตัวคนร้าย ต่อมาเจ้าพนักงานตำรวจพบรถยนต์กระบะคันดังกล่าวอยู่ในความครอบครองของจำเลยที่ 1จำเลยที่ 1 แจ้งว่าซื้อรถยนต์ของกลางมาจากจำเลยที่ 2 จำเลยที่ 2ครอบครองรถยนต์ของกลางแล้วนำไปขายให้จำเลยที่ 1 แต่จำเลยที่ 2กลับปฏิเสธว่าไม่ได้ขายโดยไม่ยอมเปิดเผยความจริงว่าจำเลยที่ 2ได้รถยนต์คันดังกล่าวมาด้วยวิธีใดอันเป็นการผิดปกติวิสัยของบุคคลผู้สุจริต ทั้งไม่มีหลักฐานเอกสารใด ๆ ในการได้รถยนต์นั้นมา เป็นข้อพิรุธเชื่อได้ว่า จำเลยที่ 2 ได้รถยนต์ของกลางมาโดยรู้ว่าถูกคนร้ายลักมา จำเลยที่ 2 จึงมีความผิดฐานรับของโจรส่วนจำเลยที่ 1 ปรากฎว่า จำเลยที่ 1 ซื้อรถยนต์ของกลางจากจำเลยที่ 2 ตามราคาท้องตลาดและจำเลยที่ 1 ได้แสดงความบริสุทธิ์ตั้งแต่แรกโดยแจ้งความจริงแก่เจ้าพนักงานตำรวจในทันทีที่เข้าสอบถามจำเลยที่ 1 ว่า จำเลยที่ 1 ซื้อรถยนต์ของกลางมาจากจำเลยที่ 2 นอกจากนี้จำเลยที่ 1 ใช้รถอย่างเปิดเผยโดยจอดไว้ในโรงรถริมถนน เป็นเหตุให้เจ้าพนักงานตำรวจผ่านไปพบเห็นและเข้าตรวจสอบจับกุม ปรากฎว่าไม่มีการเปลี่ยนแปลงสภาพรถ เชื่อได้ว่าจำเลยที่ 1 ไม่รู้ว่าเป็นรถที่ถูกคนร้ายลักมา จำเลยที่ 1จึงไม่มีความผิดฐานรับของโจร แม้จำเลยที่ 1 จะมิได้ฎีกาแต่เมื่อข้อเท็จจริงฟังไม่ได้ว่าจำเลยที่ 1 กระทำความผิดและเป็นข้อเท็จจริงที่เกี่ยวพันกับจำเลยที่ 2 ซึ่งฎีกาขึ้นมา ศาลฎีกาจึงมีอำนาจยกฟ้องจำเลยที่ 1 ให้พ้นจากความผิด ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 185 ประกอบด้วยมาตรา 215 และมาตรา 225พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องจำเลยที่ 1 และให้จำคุกจำเลยที่ 2 มีกำหนด 2 ปี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์

ข้อมูลคดี

คู่ความ
โจทก์ - พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด
จำเลย - นาย สนั่น วรรณภาค กับพวก
กฎหมายที่อ้าง
ประมวลกฎหมายอาญา — ม. 357
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา — ม. 185 วรรคแรก, ม. 215, ม. 225
องค์คณะ
อรุณ น้าประเสริฐ
จเร อำนวยวัฒนา
อรรถนิติ ดิษฐอำนาจ

ที่มาของข้อมูล — ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในศาลฎีกา
ศาลฎีกา เลขที่ 6 ถนนราชดำเนินใน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 ✓ ตรวจสอบแล้ว

ข้อมูลเป็นคำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น/ย่อยาว) ตามที่ศาลเผยแพร่ ไม่ใช่ข้อความคำพิพากษาฉบับเต็ม — ตรวจกับต้นฉบับจากแหล่งทางการของศาลฎีกาก่อนอ้างอิง · ระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา

ค้นหาฎีกาอื่นข้อกฎหมายและมาตรา