ฎีกา ปี พ.ศ. 2536 อาญา

ฎีกาที่ 2101/2536

คำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น)

ผู้ตายหาเรื่องทำร้ายเพื่อนของจำเลยแล้วหันไปหาเรื่องทำร้ายจำเลยอีก แต่มีกลุ่มชายประมาณ 10 คน ที่นั่งอยู่บริเวณนั้นเห็นความไม่เป็นธรรมได้เข้าช่วยเหลือจำเลย ผู้ตายจึงวิ่งหนีออกไปที่ถนน จำเลยวิ่งไล่ตามไปติด ๆ แล้วต่อสู้กับผู้ตายที่ใกล้เกาะกลางถนน จำเลยใช้มีดแทงผู้ตายถึงแก่ความตาย บาดแผลที่แทงลึกถึง 14 ซ.ม. ทะลุถูกเยื่อหุ้มหัวใจและเส้นเลือดดำขั้วหัวใจแสดงว่าแทงโดยแรงเป็นการกระทำโดยเจตนาฆ่า เมื่อผู้ตายเป็นฝ่ายหาเรื่องทำร้ายจำเลยก่อน เป็นเรื่องที่จำเลยถูกผู้ตายข่มเหงอย่างร้ายแรงด้วยเหตุอันไม่เป็นธรรม และจำเลยติดตามไปทำร้ายผู้ตายในขณะนั้น เป็นการกระทำโดยบันดาลโทสะ จำเลยจึงมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288,72

คำพิพากษาย่อ (ย่อยาว)

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน 2532 เวลากลางคืนหลังเที่ยง จำเลยใช้มีดปลายแหลมแทงนายอนุชิตถึงแก่ความตายเหตุเกิดที่แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288จำเลยให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 290 ประกอบมาตรา 72 ขณะกระทำผิดจำเลยอายุ 19 ปีลดมาตราส่วนโทษกึ่งหนึ่งตามมาตรา 76 คำให้การชั้นสอบสวนเป็นประโยชน์แก่การพิจารณามีเหตุบรรเทาโทษลดโทษหนึ่งในสาม คงจำคุก 2 ปีให้รอการลงโทษมีกำหนด 2 ปีโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 ลดมาตราส่วนโทษหนึ่งในสาม ตามมาตรา 76 คำให้การชั้นสอบสวนเป็นประโยชน์แก่การพิจารณามีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษหนึ่งในสาม คงจำคุก 6 ปี 8 เดือนจำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า จำเลยวิ่งไล่ตามผู้ตายไปทันแล้วใช้มีดแทงผู้ตายปรากฏบาดแผลลึกถึง 14 ซ.ม. ทะลุถูกเยื่อหุ้มหัวใจและเส้นเลือดดำขั้วหัวใจแสดงว่าจำเลยแทงโดยแรง ย่อมเล็งเห็นผลได้ว่าผู้ตายอาจได้รับบาดแผลถึงแก่ความตายได้ เพราะบริเวณอกที่จำเลยแทงมีอวัยวะสำคัญอยู่ภายใน จึงเป็นการกระทำโดยเจตนาฆ่าแต่เมื่อผู้ตายเป็นฝ่ายหาเรื่องทำร้ายนายสมเจตน์เพื่อนของจำเลยก่อนโดยไม่มีสาเหตุ แล้วผู้ตายหันไปเตะจำเลยซึ่งนั่งอยู่ใกล้ ๆ นั้น จำเลยจึงต้องลุกขึ้นไปยืนบนม้านั่ง ผู้ตายกลับแสดงความยิ่งใหญ่ประกาศตนว่าเป็นไทยสุริยะ 29 และติดตามจะเข้าทำร้ายจำเลยอีก เมื่อกลุ่มชายประมาณ 10 คน ที่นั่งอยู่เห็นความไม่เป็นธรรมพากันลุกขึ้นมาช่วยจำเลย ผู้ตายจึงวิ่งหนีออกไป ที่กลางถนน จำเลยวิ่งไล่ตามผู้ตายไปแล้ว ต่อสู้กันขึ้นจำเลยได้ใช้มีดแทงผู้ตายถึงแก่ความตาย จึงเป็นเรื่องที่จำเลยถูกข่มเหงอย่างร้ายแรงด้วยเหตุอันไม่เป็นธรรม จำเลยบันดาลโทสะไล่ติดตามไปทำร้ายผู้ตายในขณะนั้น เป็นเหตุให้ผู้ตายถึงแก่ความตายเป็นการกระทำโดยบันดาลโทสะตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 72พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 288 ประกอบด้วยมาตรา 72 ขณะกระทำผิดจำเลยอายุ 19 ปีลดมาตราส่วนโทษหนึ่งในสาม ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 76 จำคุก 4 ปีจำเลยรับสารภาพในชั้นถูกจับกุมและชั้นสอบสวนเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78ลดโทษหนึ่งในสาม คงจำคุก 2 ปี 8 เดือน

ข้อมูลคดี

คู่ความ
โจทก์ - พนักงานอัยการ กรมอัยการ
จำเลย - นาย วิโรจน์ พ วง สุข
กฎหมายที่อ้าง
ประมวลกฎหมายอาญา — ม. 72, ม. 76, ม. 78, ม. 288
องค์คณะ
สุนพ กีรติยุติ
ชลิต ประไพศาล
สุเมธ อุปนิสากร

ที่มาของข้อมูล — ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในศาลฎีกา
ศาลฎีกา เลขที่ 6 ถนนราชดำเนินใน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 ✓ ตรวจสอบแล้ว

ข้อมูลเป็นคำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น/ย่อยาว) ตามที่ศาลเผยแพร่ ไม่ใช่ข้อความคำพิพากษาฉบับเต็ม — ตรวจกับต้นฉบับจากแหล่งทางการของศาลฎีกาก่อนอ้างอิง · ระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา

ค้นหาฎีกาอื่นข้อกฎหมายและมาตรา