ฎีกา ปี พ.ศ. 2539

ฎีกาที่ 2109/2539

คำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น)

จำเลยที่1กับพวกได้ใช้รถยนต์ของกลางเป็นยานพาหนะไปติดต่อเจรจาซื้อขายเฮโรอีนรวม3ครั้งรถยนต์ของกลางจึงเป็นทรัพย์สินที่เกี่ยวเนื่องกับการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดซึ่งจำเลยที่1ได้ใช้เป็นอุปกรณ์ให้ได้รับผลในการกระทำความผิดตามพระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดพ.ศ.2534มาตรา29,30ให้ริบเป็นของกองทุนป้องกันและปราบปรามยาเสพติด

คำพิพากษาย่อ (ย่อยาว)

โจทก์ ฟ้อง ว่า จำเลย ทั้ง สาม ได้ ร่วมกัน มี เฮโรอีน จำนวน200 ก้อน น้ำหนัก 70,154 กรัม มี ปริมาณ คำนวณ เป็น สาร บริสุทธิ์หนัก 57,385 กรัม ไว้ ใน ครอบครอง เพื่อ จำหน่าย เจ้าพนักงาน จับจำเลย ทั้ง สาม ได้ พร้อม ด้วย เฮโรอีน ที่ จำเลย ทั้ง สาม จำหน่าย ให้ แก่สาย ลับ ผู้ล่อซื้อ และ รถยนต์ คัน หมายเลข ทะเบียน 5ช-9862 กรุงเทพมหานครซึ่ง จำเลย ทั้ง สาม ร่วมกัน ใช้ เป็น ยานพาหนะ ติดต่อ ซื้อ ขาย เฮโรอีน ของกลางขอให้ ลงโทษ ตาม พระราชบัญญัติ ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 4, 7,8, 15, 66, 102 พระราชบัญญัติ มาตรการ ใน การ ปราบปราม ผู้กระทำความผิด เกี่ยวกับ ยาเสพติด พ.ศ. 2534 มาตรา 3, 30, 31 ริบ เฮโรอีนของกลาง และ ริบ รถยนต์ ของกลาง เป็น ของ กองทุน ป้องกัน และ ปราบปรามยาเสพติดจำเลย ที่ 1 และ ที่ 3 ให้การ ปฏิเสธจำเลย ที่ 2 ให้การรับสารภาพศาลชั้นต้น พิพากษา ว่า จำเลย ทั้ง สาม มี ความผิด ตามพระราชบัญญัติ ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 15 วรรคสอง ,66 วรรคสอง ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 ให้ ลงโทษ ประหารชีวิตจำเลย ทั้ง สาม จำเลย ที่ 1 ให้การรับสารภาพ ชั้นสอบสวน เป็น ประโยชน์แก่ การ พิจารณา อยู่ บ้าง ลดโทษ ให้ หนึ่ง ใน สาม ตาม ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 78 ประกอบ ด้วย มาตรา 51(1) คง จำคุก ตลอด ชีวิต จำเลย ที่ 2ให้การรับสารภาพ ชั้นสอบสวน และ ชั้นพิจารณา มีเหตุ บรรเทา โทษลดโทษ ให้ กึ่งหนึ่ง ตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ประกอบ ด้วยมาตรา 52(2) จำคุก 40 ปี ริบ เฮโรอีน ส่วน รถยนต์ ของกลาง ให้ริบเป็น ของ กองทุน ป้องกัน และ ปราบปราม ยาเสพติดจำเลย ที่ 1 และ ที่ 3 อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ พิพากษายืนจำเลย ที่ 1 และ ที่ 3 ฎีกาศาลฎีกา วินิจฉัย ว่า ส่วน ที่ จำเลย ที่ 1 ฎีกา ว่า รถยนต์ ของกลางหมายเลข ทะเบียน 5ช-9826 กรุงเทพมหานคร ไม่ใช่ ยานพาหนะ ที่ ได้ใช้ ใน การกระทำ ความผิด เกี่ยวกับ ยาเสพติดให้โทษ จึง ไม่สมควร ริบ นั้นเห็นว่า จำเลย ที่ 1 กับพวก ได้ ใช้ รถยนต์ ของกลาง เป็น ยานพาหนะ ไป ติดต่อเจรจา ซื้อ ขาย เฮโรอีน ของกลาง รวม 3 ครั้ง รถยนต์ ของกลาง จึง เป็นทรัพย์สิน ที่ เกี่ยวเนื่อง กับ การกระทำ ความผิด เกี่ยวกับ ยาเสพติดซึ่ง จำเลย ที่ 1 ได้ ใช้ เป็น อุปกรณ์ ให้ ได้รับ ผล ใน การกระทำ ความผิดตาม พระราชบัญญัติ มาตรการ ใน การ ปราบปราม ผู้กระทำ ความผิด เกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ. 2534 มาตรา 29, 30 ที่ ศาลล่าง ทั้ง สอง ใช้ ดุลพินิจให้ริบ รถยนต์ ของกลาง เป็น ของ กองทุน ป้องกัน และ ปราบปราม ยาเสพติดนั้น ศาลฎีกา เห็นพ้อง ด้วย ฎีกา ของ จำเลย ที่ 1 ใน ข้อ นี้ ฟังไม่ขึ้นเช่นกันพิพากษายืน

ข้อมูลคดี

คู่ความ
โจทก์ - พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด
จำเลย - นาย รักชรินหรือหลีจือกวงหรือกวง ทามัน กับพวก
กฎหมายที่อ้าง
พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 — ม. 15 วรรคสอง, ม. 66 วรรคสอง, ม. 102
พระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ.2534 — ม. 3, ม. 29, ม. 30, ม. 31
องค์คณะ
ดุสิต เพชรปลูก
ดำรุพงศ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา
ทวีชัย เจริญบัณฑิต

ที่มาของข้อมูล — ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในศาลฎีกา
ศาลฎีกา เลขที่ 6 ถนนราชดำเนินใน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 ✓ ตรวจสอบแล้ว

ข้อมูลเป็นคำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น/ย่อยาว) ตามที่ศาลเผยแพร่ ไม่ใช่ข้อความคำพิพากษาฉบับเต็ม — ตรวจกับต้นฉบับจากแหล่งทางการของศาลฎีกาก่อนอ้างอิง · ระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา

ค้นหาฎีกาอื่นข้อกฎหมายและมาตรา