ฎีกา ปี พ.ศ. 2537 แพ่ง

ฎีกาที่ 2113/2537

คำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น)

การชำระดอกเบี้ยไม่จำต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 653 วรรคสอง จึงนำสืบพยานบุคคลว่าได้ชำระดอกเบี้ยแล้วได้

คำพิพากษาย่อ (ย่อยาว)

โจทก์ฟ้องขอให้ยึดทรัพย์สินของจำเลยที่จำนองออกขายทอดตลาดเอาเงินชำระหนี้จำนองและดอกเบี้ยจำเลยให้การว่า จำเลยได้ชำระหนี้ให้แก่โจทก์แล้วเป็นเงินจำนวน 133,876 บาท จำเลยคงเป็นหนี้โจทก์เพียง 58,624 บาทขอให้ศาลพิพากษาไปตามความเป็นจริงศาลชั้นต้นพิพากษาให้ยึดที่ดินที่จำนองออกขายทอดตลาดชำระหนี้จำนองเป็นเงิน 192,500 บาท และให้จำเลยชำระดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 1.25 บาทต่อเดือน จากต้นเงินจำนวน 110,000 บาทนับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระหนี้เสร็จแก่โจทก์จำเลยอุทธรณ์ระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ภาค 2 จำเลยถึงแก่กรรมนางผวน ขอเข้าเป็นคู่ความแทน ศาลอุทธรณ์ภาค 2 อนุญาตศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยไม่ต้องรับผิดดอกเบี้ยก่อนฟ้องให้โจทก์ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหามาสู่ศาลฎีกาเพียงข้อเดียวว่าการชำระดอกเบี้ยจำต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือลงลายมือชื่อผู้ให้ยืมมาแสดงหรือไม่ เห็นว่า การชำระดอกเบี้ยไม่จำต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 653 วรรคสอง จึงนำสืบพยานบุคคลว่าได้ชำระดอกเบี้ยแล้วได้พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

คู่ความ
โจทก์ - นาง ฮวย ชาญณรงค์
จำเลย - นาย นุ่น มา ขำ
กฎหมายที่อ้าง
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ — ม. 653 วรรคสอง
องค์คณะ
ไพโรจน์ คำอ่อน
สมศักดิ์ วิธุรัติ
สมพงษ์ สนธิเณร

ที่มาของข้อมูล — ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในศาลฎีกา
ศาลฎีกา เลขที่ 6 ถนนราชดำเนินใน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 ✓ ตรวจสอบแล้ว

ข้อมูลเป็นคำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น/ย่อยาว) ตามที่ศาลเผยแพร่ ไม่ใช่ข้อความคำพิพากษาฉบับเต็ม — ตรวจกับต้นฉบับจากแหล่งทางการของศาลฎีกาก่อนอ้างอิง · ระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา

ค้นหาฎีกาอื่นข้อกฎหมายและมาตรา