ฎีกา ปี พ.ศ. 2541 อาญา

ฎีกาที่ 2123/2541

คำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น)

คำบอกยืนยันตัวคนร้ายต่อพยานทั้งสองโดยมิได้ลังเลใจ แสดงว่าผู้ตายจำหน้าคนร้ายได้แน่นอนว่าเป็นจำเลยจริง คำบอกเล่าในลักษณะเช่นนี้ย่อมรับฟังได้ในฐานะที่เป็นคำกล่าว ในเวลาใกล้ชิดกับเหตุ โดยไม่มีโอกาสที่ผู้บอกเล่าจะคิด ใส่ความปรักปรำได้ทัน ย่อมเป็นพฤติการณ์รับฟังประกอบพยาน หลักฐานอื่นได้ จำเลยเป็นฝ่ายได้รับอันตรายแก่กาย ส่วนผู้ตายไม่ได้รับอันตราย จึงไม่มีเหตุที่จำเลยจะต้องหวาดกลัวว่าผู้ตายและญาติผู้ตายจะมาทำร้ายจำเลยอีกพฤติการณ์ของจำเลย ที่หลบหนีโดยไม่ยอมกลับไปทำงานน่าจะเป็นเพราะจำเลยตี ทำร้ายร่างกายผู้ตายในคืนเกิดเหตุ โดยกลัวว่าจะถูกเจ้าพนักงาน ตำรวจจับได้มากกว่า ประกอบกับในชั้นจับกุมจำเลยก็ให้การ รับสารภาพว่าเป็นผู้ทำร้ายผู้ตายจนถึงแก่ความตายโดยมี สาเหตุเกิดจากการทะเลาะวิวาทและยอมรับว่าเป็นบุคคลเดียวกัน กับชื่อซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดตามระบุไว้ในหมายจับจริงจึงเป็นพยานหลักฐานยันจำเลยในชั้นพิจารณาได้ แม้จำเลยจะถูกจับ ภายหลังเกิดเหตุเกือบ 10 ปี แต่พยานหลักฐานที่โจทก์นำสืบ ประกอบพฤติเหตุแวดล้อมกรณี ฟังได้โดยปราศจากสงสัยว่าจำเลย เป็นคนร้ายรายนี้ ข้อนำสืบปฏิเสธของจำเลยไม่มีน้ำหนัก หักล้างพยานหลักฐานโจทก์ได้ จำเลยจึงมีความผิดตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288

คำพิพากษาย่อ (ย่อยาว)

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยใช้ของแข็งตีทำร้ายนายนิวัฒน์หรือต้อยหรือนิวัตร นะยะพันธ์หลายครั้งถูกบริเวณใบหน้า ศีรษะและร่างกายโดยมีเจตนาฆ่า เป็นเหตุให้นายนิวัฒน์หรือต้อยหรือนิวัตร ถึงแก่ความตาย ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 288จำเลยให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดฐานฆ่าผู้อื่นตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 ให้จำคุก 18 ปี จำเลยให้การรับสารภาพในชั้นจับกุม เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 12 ปีจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงฟังได้ในเบื้องต้นว่า ตามวันเวลาและสถานที่เกิดเหตุดังฟ้อง มีคนร้ายใช้ของแข็งตีทำร้ายนายนิวัฒน์หรือต้อยหรือนิวัตร นะยะพันธ์ผู้ตาย หลายครั้ง ถูกที่บริเวณใบหน้า ศีรษะและร่างกายโดยมีเจตนาฆ่า เป็นเหตุให้ผู้ตายถึงแก่ความตาย บาดแผลปรากฏตามรายงานการชันสูตรพลิกศพและรายงานการตรวจศพท้ายฟ้องเอกสารหมาย จ.8 และ จ.9 มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาจำเลยว่า จำเลยเป็นคนร้ายรายนี้หรือไม่ ในการพิสูจน์ความผิดของจำเลยดังกล่าว แม้โจทก์จะไม่มีประจักษ์พยานรู้เห็นในขณะที่ผู้ตายถูกทำร้ายก็ตาม แต่โจทก์มีนายอนุ สังฆจันทร์ และนายมานิต ผาเพชร เบิกความสอดคล้องต้องกันว่า คืนเกิดเหตุ พยานทั้งสองทำงานล่วงเวลาจนถึง 20 นาฬิกา จึงเดินกลับที่พักซึ่งอยู่ด้านหลังโรงงานต่อมาเวลาประมาณ 21 นาฬิกา มีคนงานวิ่งมาบอกพยานทั้งสองว่าผู้ตายถูกจำเลยใช้ท่อเหล็กตีทำร้ายพยานทั้งสองจึงวิ่งไปดูผู้ตายที่ห้องพักพบผู้ตาย ผู้ตายบอกพยานทั้งสองว่าถูกจำเลยใช้ท่อเหล็กตีทำร้ายที่บริเวณกลางซอยพยานทั้งสองจึงนำผู้ตายส่งโรงพยาบาลศิริราช หลังจากนั้น พยานทั้งสองไปแจ้งความที่สถานีตำรวจนครบาลท่าข้าม ต่อมาวันที่ 14 เดือนเดียวกันผู้ตายถึงแก่ความตายเห็นว่า แม้ข้อเท็จจริงจะไม่ได้ความชัดเจนว่าในขณะที่ผู้ตายบอกพยานทั้งสอง ผู้ตายรู้ตัวว่าใกล้จะตายก็ตามแต่ก็ไม่ปรากฏว่าในขณะนั้นผู้ตายมีสติฟั่นเฟือนเพราะความเจ็บปวดหรือเพียงแต่บอกตัวคนร้ายโดยการคาดคะเน หากแต่เป็นคำบอกยืนยันตัวคนร้ายต่อพยานทั้งสองโดยมิได้ลังเลใจ แสดงว่าผู้ตายจำคนร้ายได้แน่นอนว่าเป็นจำเลยจริง คำบอกเล่าในลักษณะนี้ย่อมรับฟังได้ในฐานะที่เป็นคำกล่าวในเวลาใกล้ชิดกับเหตุโดยไม่มีโอกาสที่ผู้บอกเล่าจะคิดใส่ความปรักปรำได้ทันย่อมเป็นพฤติการณ์รับฟังประกอบพยานหลักฐานอื่นได้ และโจทก์มีพันตำรวจโทสมศักดิ์ จีบภิญโญ เบิกความสนับสนุนว่าภายหลังได้รับแจ้งความ พยานไปที่โรงพยาบาลศิริราชเพื่อสอบปากคำผู้ตาย แต่ไม่สามารถสอบปากคำได้ เนื่องจากแพทย์กำลังผ่าตัดบาดแผลผู้ตาย แต่จากการสอบสวน นายอนุให้การว่าผู้ตายบอกนายอนุว่าจำเลยเป็นคนทำร้ายผู้ตาย แม้จะได้ความจากนายอนุว่าผู้ตายเป็นน้องเขยนายอนุและได้ความจากนายมานิตว่านายมานิตเกี่ยวพันเป็นญาติภริยาผู้ตาย แต่คำเบิกความของพยานทั้งสองมีน้ำหนักให้รับฟังได้ว่าเป็นความจริงที่เกิดขึ้นไม่มีเหตุระแวงสงสัยว่าจะเบิกความช่วยเหลือผู้ตายเพื่อปรักปรำจำเลย เพราะข้อเท็จจริงได้ความจากพยานโจทก์และพยานจำเลยต่อไปว่า ก่อนเกิดเหตุในวันนั้นเวลาประมาณ 12 นาฬิกาผู้ตายกับจำเลยมีเรื่องทะเลาะวิวาทกัน ผู้ตายใช้ท่อเหล็กตีทำร้ายจำเลยจนได้รับอันตรายแก่กาย จึงอาจเป็นเหตุให้จำเลยโกรธแค้นผู้ตาย และทำร้ายผู้ตายในคืนเกิดเหตุ นอกจากนี้ยังได้ความจากพันตำรวจโทวิชัย พิบูลย์สมบัติ พยานโจทก์ตอบคำถามค้านว่า หลังเกิดเหตุ 2 ถึง 3 วัน พยานไปถามหาจำเลย ณ ที่ทำงานของจำเลย ปรากฏว่าจำเลยได้หลบหนีไปแล้ว ต่อมาจึงได้ออกหมายจับจำเลย ที่จำเลยนำสืบว่า หลังจากจำเลยกับผู้ตายมีเรื่องทะเลาะวิวาทกันในวันนั้น จำเลยถูกผู้ตายตีทำร้ายจนได้รับอันตรายแก่กาย จำเลยไปรักษาบาดแผลและเดินทางกลับภูมิลำเนาเดิมที่จังหวัดปราจีนบุรีโดยไม่กลับไปทำงานที่เดิมอีก เนื่องจากกลัวผู้ตายและญาติผู้ตายทำร้ายจำเลยนั้นไม่มีน้ำหนักให้รับฟังได้ เพราะผลการทะเลาะวิวาทกับผู้ตายในวันนั้น จำเลยเป็นฝ่ายได้รับอันตรายแก่กายโดยมีบาดแผลที่ศีรษะตามภาพถ่ายหมาย จ.4 ส่วนผู้ตายไม่ได้รับอันตรายแก่กาย จึงไม่มีเหตุที่จำเลยจะต้องหวาดกลัวว่าผู้ตายและญาติผู้ตายจะทำร้ายจำเลยอีก พฤติการณ์ของจำเลยที่หลบหนีโดยไม่ยอมกลับไปทำงานที่เดิมน่าจะเป็นเพราะจำเลยตีทำร้ายผู้ตายในคืนเกิดเหตุโดยกลัวว่าจะถูกเจ้าพนักงานตำรวจจับได้มากกว่า ในชั้นจับกุมจำเลยก็ให้การรับสารภาพว่าเป็นผู้ทำร้ายผู้ตายจนถึงแก่ความตายโดยมีสาเหตุเกิดจากการทะเลาะวิวาทและยอมรับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกันกับชื่อซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดตามที่ระบุไว้ในหมายจับ ตามบันทึกการจับกุมเอกสารหมาย จ.11 ที่จำเลยอ้างว่าในชั้นจับกุมจำเลยไม่ได้ให้การรับสารภาพ จำเลยเพียงแต่รับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกันกับชื่อซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดตามที่ระบุไว้ในหมายจับนั้นโจทก์มีร้อยตำรวจเอกชูเกียรติ ภูกาบพลอยผู้จับจำเลย เบิกความประกอบคำรับสารภาพของจำเลยในชั้นจับกุมตามบันทึกการจับกุมดังกล่าว ข้อกล่าวอ้างลอย ๆ ของจำเลยไม่มีน้ำหนักให้รับฟังได้ เชื่อว่าจำเลยให้การรับสารภาพในชั้นจับกุมโดยสมัครใจตามความสัตย์จริง จึงใช้เป็นพยานหลักฐานยันจำเลยในชั้นพิจารณาได้ คดีนี้แม้จำเลยจะถูกจับภายหลังเกิดเหตุแล้วเกือบ 10 ปี แต่พยานหลักฐานที่โจทก์นำสืบประกอบพฤติเหตุแวดล้อมกรณี ฟังได้โดยปราศจากสงสัยว่าจำเลยเป็นคนร้ายรายนี้ข้อนำสืบปฏิเสธของจำเลยไม่มีน้ำหนักหักล้างพยานหลักฐานโจทก์ได้จำเลยมีความผิดตามฟ้อง ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาจำเลยฟังไม่ขึ้น"พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

คู่ความ
โจทก์ - พนักงานอัยการ สำนักงาน อัยการ สูงสุด
จำเลย - นาย วีระหรือธีระหรือระ ต่อ เชื้อ
กฎหมายที่อ้าง
ประมวลกฎหมายอาญา — ม. 80, ม. 288
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา — ม. 227
องค์คณะ
พิชัย เตโชพิทยากูล
ทวีชัย เจริญบัณฑิต
ชวลิต ธรรมฤาชุ

ที่มาของข้อมูล — ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในศาลฎีกา
ศาลฎีกา เลขที่ 6 ถนนราชดำเนินใน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 ✓ ตรวจสอบแล้ว

ข้อมูลเป็นคำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น/ย่อยาว) ตามที่ศาลเผยแพร่ ไม่ใช่ข้อความคำพิพากษาฉบับเต็ม — ตรวจกับต้นฉบับจากแหล่งทางการของศาลฎีกาก่อนอ้างอิง · ระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา

ค้นหาฎีกาอื่นข้อกฎหมายและมาตรา