ฎีกา ปี พ.ศ. 2539

ฎีกาที่ 2125/2539

คำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น)

จำเลยและ ป. กับพวกอีก 2 คนต่างก็เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์รวมในที่ดินโฉนดเลขที่ 2647 เมื่อ ป.ถึงแก่ความตาย โจทก์ซึ่งเป็นผู้จัดการมรดกของ ป.ย่อมมีสิทธิเข้าจัดการที่ดินดังกล่าวเฉพาะส่วนที่เป็นมรดกของ ป.เพื่อนำมาแบ่งปันให้แก่ทายาท โจทก์จึงมีสิทธิขอจดทะเบียนลงชื่อผู้จัดการมรดกของ ป. ในโฉนดที่ดินเลขที่2647 ซึ่งเป็นหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินได้ตาม ป.ที่ดิน มาตรา 82 และเนื่องจากบทกฎหมายดังกล่าวกำหนดให้โจทก์ต้องนำโฉนดมาแสดงต่อเจ้าพนักงานที่ดินด้วยเจ้าพนักงานที่ดินจึงจะดำเนินการจดทะเบียนให้ตามคำขอได้ โจทก์ย่อมมีความจำเป็นต้องใช้โฉนดที่ดินไปแสดงต่อเจ้าพนักงานที่ดิน เมื่อโฉนดที่ดินเลขที่ 2647 อยู่ในความครอบครองของจำเลยเช่นนี้ โจทก์จึงมีสิทธิเรียกร้องให้จำเลยส่งมอบโฉนดที่ดินนั้นให้แก่โจทก์เพื่อนำไปดำเนินการดังกล่าวได้ ที่จำเลยอ้างว่าโจทก์ไม่ยอมมอบโฉนดที่ดินอีกแปลงหนึ่งคืนแก่จำเลยเพื่อนำไปแบ่งตามข้อตกลงที่ ป.ทำไว้กับจำเลยก็ดี จำเลยยังจัดการมรดกของ อ.ไม่เสร็จก็ดี ไม่ใช่เหตุที่จะมาลบล้างสิทธิของโจทก์ให้จำเลยไม่ต้องส่งมอบโฉนดที่ดินเลขที่ 2647 แก่โจทก์

ข้อมูลคดี

คู่ความ
โจทก์ - นายสุรเวทย์ กฤษณะเศรณี
จำเลย - นายวัลวิทย์ ศิริวัฒนา
กฎหมายที่อ้าง
ประมวลกฎหมายที่ดิน — ม. 82
องค์คณะ
ดุสิต เพชรปลูก
ดำรุพงศ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา
ทวีชัย เจริญบัณฑิต
ศาลชั้นต้น/อุทธรณ์
ศาลแพ่ง - นายสุรศักดิ์ สุวรรณประกร
ศาลอุทธรณ์ - นายสมศักดิ์ เทวรักษ์กุล

ที่มาของข้อมูล — ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในศาลฎีกา
ศาลฎีกา เลขที่ 6 ถนนราชดำเนินใน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 ✓ ตรวจสอบแล้ว

ข้อมูลเป็นคำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น/ย่อยาว) ตามที่ศาลเผยแพร่ ไม่ใช่ข้อความคำพิพากษาฉบับเต็ม — ตรวจกับต้นฉบับจากแหล่งทางการของศาลฎีกาก่อนอ้างอิง · ระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา

ค้นหาฎีกาอื่นข้อกฎหมายและมาตรา