ฎีกา ปี พ.ศ. 2535 แพ่ง

ฎีกาที่ 2127/2535

คำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น)

เจ้าพนักงานบังคับคดีแจ้งวันนัดขายทอดตลาดให้จำเลยทราบตามภูมิลำเนาในคำฟ้อง จำเลยจะยกเรื่องการย้ายภูมิลำเนาซึ่งมิได้แจ้งการย้ายให้เจ้าพนักงานบังคับคดีทราบมาเป็นข้ออ้างว่าไม่ทราบวันนัดขายทอดตลาดไม่ได้ การคัดค้านว่าเจ้าพนักงานบังคับคดีขายทอดตลาดทรัพย์ของจำเลยในราคาต่ำไปนั้น ยังถือไม่ได้ว่าเป็นกรณีที่เจ้าพนักงานบังคับคดีได้ดำเนินการบังคับคดีโดยฝ่าฝืนต่อกฎหมาย ไม่เป็นเหตุที่จะให้ศาลมีคำสั่งเพิกถอนการขายทอดตลาดทรัพย์ จึงไม่จำเป็นต้องไต่สวนคำร้อง ของ จำเลยก่อนมีคำสั่ง.

คำพิพากษาย่อ (ย่อยาว)

คดีสืบเนื่องจากศาลอุทธรณ์พิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงิน 1,172,021.22 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละสิบห้าต่อปีนับแต่วันที่29 ธันวาคม 2522 เป็นต้นไปจนกว่าชำระเสร็จแก่โจทก์ หากไม่ปฏิบัติให้บังคับจำนอง หากยังไม่พอชำระหนี้ให้จำเลยทั้งสองรับผิดในส่วนที่ขาดจนครบ กับให้จำเลยทั้งสองใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ จำเลยไม่ชำระหนี้ โจทก์นำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างซึ่งเป็นกรรมสิทธิ์ของจำเลยทั้งสองออกขายทอดตลาด เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2532 ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ขายทอดตลาดที่ดินจำนวน28 แปลง พร้อมสิ่งปลูกสร้างเป็นเงิน 2,068,000 บาท ขายทอดตลาดที่ดินแปลงที่ 11 และ 15 เป็นเงิน 114,000 บาท ซึ่งต่อมาศาลชั้นต้นได้มีคำสั่งให้ยกเลิกการขายทอดตลาดที่ดินแปลงที่ 15 และขายทอดตลาดที่ดินแปลงที่ 13 เป็นเงิน 60,000 บาทจำเลยทั้งสองยื่นคำร้องว่า จำเลยทั้งสองมิได้ทราบวันนัดขายทอดตลาด เจ้าพนักงานบังคับคดีขายทอดตลาดทรัพย์ของจำเลยทั้งสองในราคาต่ำทำให้จำเลยทั้งสองเสียเปรียบ ขอให้เพิกถอนการขายทอดตลาดศาลชั้นต้นสั่งคำร้องว่า ที่ดินอยู่อำเภอชุมพวง ราคาที่ดินที่ซื้อขายพอสมควร ไม่ปรากฏข้อเท็จจริงว่าการซื้อขายไม่ชอบด้วยกฎหมายจึงให้ยกคำร้องจำเลยทั้งสองอุทธรณ์คำสั่งขอให้ศาลชั้นต้นทำการไต่สวนคำร้องของจำเลยต่อไปศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืนจำเลยทั้งสองฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "เห็นว่า ที่จำเลยทั้งสองคัดค้านว่าเจ้าพนักงานบังคับคดีทำการขายทอดตลาดทรัพย์ของจำเลยทั้งสองโดยที่จำเลยทั้งสองมิได้ทราบวันนัดขายทอดตลาด ก็ได้ความว่า เจ้าพนักงานบังคับคดีได้แจ้งวันนัดขายทอดตลาดให้จำเลยทั้งสองทราบแล้วตามภูมิลำเนาของจำเลยทั้งสองที่ปรากฏในคำฟ้อง จำเลยทั้งสองจะอ้างว่าได้ย้ายภูมิลำเนาจึงไม่ทราบมาเป็นข้ออ้างไม่ได้ เพราะจำเลยทั้งสองมิได้แจ้งการย้ายให้เจ้าพนักงานบังคับคดีทราบ ถือว่าเป็นความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการกระทำของจำเลยทั้งสองเอง ส่วนที่จำเลยทั้งสองคัดค้านว่าทำการขายทอดตลาดทรัพย์ของจำเลยทั้งสองในราคาต่ำไปนั้นยังถือไม่ได้ว่าเป็นกรณีที่เจ้าพนักงานบังคับคดีได้ดำเนินการบังคับคดีโดยฝ่าฝืนต่อกฎหมาย ข้อคัดค้านของจำเลยทั้งสองจึงยังไม่เป็นเหตุที่จะให้ศาลมีคำสั่งเพิกถอนการขายทอดตลาดทรัพย์ของจำเลยทั้งสองได้ ทำให้ไม่มีความจำเป็นต้องทำการไต่สวนก่อนมีคำสั่ง คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1 ชอบแล้ว..."พิพากษายืน.

ข้อมูลคดี

คู่ความ
โจทก์ - ธนาคาร กรุงไทย จำกัด
จำเลย - นาย นิคม เพ็งไธสง กับพวก
กฎหมายที่อ้าง
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง — ม. 296 วรรคสอง
องค์คณะ
อัมพร ทองประยูร
ก้าน อันนานนท์
อุดม เฟื่องฟุ้ง

ที่มาของข้อมูล — ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในศาลฎีกา
ศาลฎีกา เลขที่ 6 ถนนราชดำเนินใน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 ✓ ตรวจสอบแล้ว

ข้อมูลเป็นคำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น/ย่อยาว) ตามที่ศาลเผยแพร่ ไม่ใช่ข้อความคำพิพากษาฉบับเต็ม — ตรวจกับต้นฉบับจากแหล่งทางการของศาลฎีกาก่อนอ้างอิง · ระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา

ค้นหาฎีกาอื่นข้อกฎหมายและมาตรา