ฎีกา ปี พ.ศ. 2537 แพ่ง

ฎีกาที่ 2136/2537

คำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น)

จำเลยในฐานะผู้จัดการมรดกเพียงทำสัญญาจะขายที่ดินอันเป็นทรัพย์มรดก กรรมสิทธิ์ในที่ดินยังไม่โอนไปยังผู้ซื้อจนกว่าจะมีการจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 456 โจทก์ในฐานะทายาทผู้รับมรดกจึงมีอำนาจฟ้องจำเลยให้แบ่งที่ดินมรดกได้

คำพิพากษาย่อ (ย่อยาว)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเป็นผู้จัดการมรดกของนายอะเมะตามคำสั่งศาล ก่อนตายนายอะเมะมีที่ดินอยู่ 1 แปลง จำเลยได้มีเจตนาที่จะยักยอกทรัพย์สิน โดยนำที่ดินไปขายแก่บุคคลภายนอกในราคาที่ต่ำกว่าราคาท้องตลาดซึ่งขัดกับความประสงค์ของทายาท เพราะทายาทต้องการนำที่ดินมาแบ่งปันกัน ขอให้บังคับจำเลยแบ่งที่ดินมรดกจำเลยให้การว่า โจทก์ที่ 3 ที่ 4 ที่ 5 และที่ 6 ไม่ใช่ทายาทโดยธรรมของนายอะเมะ จึงไม่มีอำนาจฟ้อง จำเลยได้ดำเนินการจัดการมรดกโดยนำที่ดินมรดกไปขายในราคา 500,000 บาทซึ่งสูงกว่าราคาท้องตลาดและรับเงินมาครบถ้วนแล้ว การกระทำของจำเลยกระทำไปในฐานะผู้จัดการมรดกโดยชอบด้วยกฎหมาย ขอให้ยกฟ้องโจทก์ทั้งหกศาลชั้นต้นพิพากษา ให้จำเลยแบ่งที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก.) เลขที่ 759 เลขที่ดิน 40 ตั้งอยู่ที่ตำบลเกาะลันตาใหญ่ อำเภออเกาะลันตา จังหวัดกระบี่ออกเป็น 4 ส่วน ให้แก่โจทก์ที่ 1 ที่ 2 คนละ 1 ส่วน โจทก์ที่ 3ที่ 4 ที่ 5 และที่ 6 จำนวน 1 ส่วน หากไม่สามารถปฎิบัติได้ให้ขายทรัพย์ดังกล่าว แล้วนำเงินมาแบ่งให้ตามส่วนของโจทก์แต่ละคนจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายืนจำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังเป็นยุติได้ว่าโจทก์ที่ 1 ที่ 2 นายราบี ช้างน้ำ และจำเลยเป็นบุตรของนายอะเมะ ช้างน้ำ ส่วนโจทก์ที่ 3 ถึงที่ 6 เป็นบุตรของนายราบี นายอะเมะ และนายราบีได้ถึงแก่กรรมแล้ว จำเลยเป็นผู้จัดการมรดกตามคำสั่งศาลของนายอะเมะผู้ตาย โดยผู้ตายมีทรัพย์มรดกที่ดิน 1 แปลง คือที่ดิน น.ส. 3 ก.เลขที่ 759มีปัญหาที่ศาลต้องวินิจฉัยตามฎีกาจำเลยว่าโจทก์ทั้งหกมีสิทธิฟ้องขอแบ่งแยกกรรมสิทธิ์ที่ดินอันเป็นทรัพย์มรดกหรือไม่ จากข้อนำสืบของจำเลยแม้จะฟังได้ว่า จำเลยในฐานะผู้จัดการมรดกได้ทำสัญญาขายที่ดินมรดกให้แก่บุคคลภายนอกตามเอกสารหมาย ล.1 ก็ตาม เห็นว่า สัญญาเอกสารหมาย ล.1เป็นเพียงสัญญาจะซื้อจะขาย กรรมสิทธิ์ยังไม่โอนไปยังผู้ซื้อจนกว่าจะมีการจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 456 กรณีหาใช่เป็นการจำหน่ายที่ดินมรดกไปก่อนฟ้องแล้วดังที่จำเลยฎีกาไม่ ดังนั้นโจทก์ทั้งหกในฐานะทายาทผู้รับมรดกย่อมจะบังคับเอาแก่ที่ดินมรดกดังกล่าวได้ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาจำเลยฟังไม่ขึ้นพิพากษายืน

ข้อมูลคดี

คู่ความ
โจทก์ - นาง หมี อ้าหรือมิอ้า ช้าง น้ำ กับพวก
จำเลย - นาง ย่า บ๋าย หรือย๋าบ๋าย ช้าง น้ำ
กฎหมายที่อ้าง
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ — ม. 456, ม. 1361 วรรคสอง, ม. 1745
องค์คณะ
สนัด หมายสวัสดิ์
มงคล สระฏัน
โสภณ รอดหิรัญ

ที่มาของข้อมูล — ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในศาลฎีกา
ศาลฎีกา เลขที่ 6 ถนนราชดำเนินใน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 ✓ ตรวจสอบแล้ว

ข้อมูลเป็นคำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น/ย่อยาว) ตามที่ศาลเผยแพร่ ไม่ใช่ข้อความคำพิพากษาฉบับเต็ม — ตรวจกับต้นฉบับจากแหล่งทางการของศาลฎีกาก่อนอ้างอิง · ระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา

ค้นหาฎีกาอื่นข้อกฎหมายและมาตรา