ฎีกา ปี พ.ศ. 2540 อาญา
ฎีกาที่ 2152/2540
คำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น)
จำเลยให้การรับสารภาพชั้นสอบสวนโดยสมัครใจคำให้การดังกล่าวใช้ยันจำเลยได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา134 ความผิดฐานมีอาวุธปืนเครื่องกระสุนปืนนอกจากที่กำหนดในกฎกระทรวง(อาวุธปืนสำหรับใช้เฉพาะในการสงคราม)ความผิดฐานใช้อาวุธปืนเครื่องกระสุนปืนนอกจากที่กำหนดในกฎกระทรวงในการกระทำความผิดฐานชิงทรัพย์และความผิดฐานชิงทรัพย์เป็นการกระทำกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบทต้องลงโทษฐานใช้อาวุธปืนเครื่องกระสุนปืนนอกจากที่กำหนดในกฎกระทรวงในการกระทำความผิดฐานชิงทรัพย์ตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯมาตรา78วรรคสามอันเป็นบทกฎหมายที่มีโทษหนักที่สุดแต่เพียงบทเดียวตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา90
คำพิพากษาย่อ (ย่อยาว)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสามร่วมกันมีอาวุธปืนเอ็ม 16 อาวุธปืนเอช.เค.33 และมีกระสุนปืนขนาด 5.56 มม. 20 นัด ซึ่งอาวุธปืนและกระสุนปืนดังกล่าวใช้ยิงได้ ทั้งเป็นอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนสำหรับใช้เฉพาะในการสงครามซึ่งนายทะเบียนไม่อาจออกใบอนุญาตให้ได้ไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย แล้วร่วมกันพาอาวุธปืนดังกล่าวติดตัวไปในเมือง หมู่บ้าน และร่วมกันปล้นทรัพย์ของผู้เสียหายทั้งหกรวมเป็นเงินทั้งสิ้น 35,500 บาท ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 91, 340, 340 ตรีพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิงและสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. 2490 มาตรา 7, 8 ทวิ, 55, 72 ทวิ,78 ริบของกลาง ให้จำเลยทั้งสามร่วมกันคืนหรือใช้ราคาทรัพย์ที่ยังไม่ได้คืนรวม 30,500 บาท แก่ผู้เสียหายทั้งหก และนับโทษจำเลยทั้งสามต่อจากโทษตามฟ้องจำเลยทั้งสามให้การปฏิเสธ แต่รับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีที่โจทก์ขอให้นับโทษต่อระหว่างพิจารณาคดีของศาลชั้นต้น จำเลยที่ 3 ถึงแก่ความตายศาลชั้นต้นมีคำสั่งจำหน่ายคดีเฉพาะจำเลยที่ 2 ออกจากสารบบความศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 357 วรรคสอง ลงโทษจำคุก 9 ปี จำเลยที่ 2 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 340 วรรคสองประกอบด้วยมาตรา 340 ตรี, 83 พระราชบัญญัติอาวุธปืนเครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืนพ.ศ. 2490 มาตรา 7, 8 ทวิ วรรคหนึ่ง, 55, 72 ทวิ วรรคสอง,78 วรรคหนึ่งและวรรคสาม ลงโทษฐานร่วมกันปล้นทรัพย์ จำคุก 24 ปีฐานร่วมกันมีอาวุธปืนสำหรับใช้เฉพาะในการสงครามมาใช้ในการกระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 340 จำคุกตลอดชีวิตฐานร่วมกันพาอาวุธปืนติดตัวไปในเมืองหมู่บ้านหรือทางสาธารณะจำคุก 3 ปี จำเลยที่ 1 และที่ 2 ให้การรับสารภาพลดโทษให้คนละหนึ่งในสาม คงจำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 6 ปี จำคุกจำเลยที่ 2กระทงแรก 16 ปี กระทงที่สอง 33 ปี 4 เดือน กระทงที่สาม 2 ปีแต่เมื่อรวมความผิดทุกกระทงแล้วคงให้จำคุกจำเลยที่ 2 มีกำหนด50 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91(3) อาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนของกลางริบ ให้จำเลยที่ 2 คืนหรือใช้ราคาทรัพย์ที่ยังไม่ได้คืนรวม 30,500 บาท แก่ผู้เสียหายทั้งหก ให้นับโทษตามฟ้อง ข้อหาและคำขออื่นนอกจากนี้ให้ยกจำเลยที่ 2 อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ 2 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 339 วรรคสอง ประกอบด้วยมาตรา 340 ตรีจำคุก 18 ปี จำเลยที่ 2 ให้การรับสารภาพในชั้นสอบสวน ลดโทษให้หนึ่งในสามคงจำคุกจำเลยที่ 2 สำหรับความผิดกระทงนี้ 12 ปีเมื่อรวมความผิดทุกกระทงแล้วคงจำคุกจำเลยที่ 2 มีกำหนด 47 ปี4 เดือน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นจำเลยที่ 2 ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยข้อเท็จจริงว่า จำเลยที่ 2 กระทำความผิดตามที่ศาลอุทธรณ์ภาค 3 วินิจฉัยว่า และวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า ความผิดฐานมีอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน นอกจากที่กำหนดในกฎกระทรวง ความผิดฐานใช้อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน นอกจากที่กำหนดในกฎกระทรวงในการกระทำความผิดฐานชิงทรัพย์และความผิดฐานชิงทรัพย์เป็นการกระทำกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบทต้องลงโทษฐานใช้อาวุธปืนเครื่องกระสุนปืน นอกจากที่กำหนดในกฎกระทรวงในการกระทำความผิดฐานชิงทรัพย์ตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ มาตรา 78 วรรคสามอันเป็นบทกฎหมายที่มีโทษหนักที่สุดแต่เพียงบทเดียว ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 3 ลงโทษจำคุกจำเลยที่ 2 ในความผิดฐานชิงทรัพย์อีกกรรมหนึ่งต่างหากจากที่ลงโทษในความผิดฐานใช้อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืนนอกจากที่กำหนดในกฎกระทรวงในการกระทำความผิดฐานชิงทรัพย์นั้น ไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 ศาลฎีกามีอำนาจแก้ไขเสียให้ถูกต้องได้พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ 2 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 339 วรรคสอง ประกอบด้วยมาตรา 340 ตรี,83 พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิงและสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 มาตรา 7, 8 ทวิ วรรคหนึ่ง, 55,72 ทวิ วรรคสอง, 78 วรรคหนึ่งและวรรคสาม ความผิดฐานมีอาวุธปืนเครื่องกระสุนปืน นอกจากที่กำหนดในกฎกระทรวงฐานใช้อาวุธปืนเครื่องกระสุนปืน นอกจากที่กำหนดในกฎกระทรวงในการกระทำความผิดฐานชิงทรัพย์และฐานชิงทรัพย์เป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบทลงโทษฐานใช้อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืนนอกจากที่กำหนดในกฎกระทรวงในการกระทำความผิดฐานชิงทรัพย์ซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90จำคุกตลอดชีวิต ส่วนความผิดฐานพาอาวุธปืนเป็นความผิดอีกกรรมหนึ่งต่างหากให้ลงโทษจำคุก 3 ปี จำเลยที่ 2 ให้การรับสารภาพชั้นสอบสวนเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ประกอบด้วยมาตรา 53 ฐานใช้อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน นอกจากที่กำหนดในกฎกระทรวงในการกระทำความผิดฐานชิงทรัพย์ จำคุก 33 ปี 4 เดือน ฐานพาอาวุธปืนจำคุก 2 ปี รวมแล้วคงจำคุก 35 ปี 4 เดือน นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 3
ข้อมูลคดี
- คู่ความ
- โจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดสุราษฎร์ธานี
จำเลย - นาย สายชล ศรีแก้ว กับพวก - กฎหมายที่อ้าง
- ประมวลกฎหมายอาญา — ม. 90, ม. 340 วรรคสอง, ม. 340 ตรี
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา — ม. 134, ม. 226
พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 — ม. 55, ม. 78 วรรคสาม - องค์คณะ
- เหล็ก ไทรวิจิตร
ปราโมทย์ ชพานนท์
สกนธ์ กฤติยาวงศ์
ที่มาของข้อมูล — ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในศาลฎีกา
ศาลฎีกา เลขที่ 6 ถนนราชดำเนินใน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 ✓ ตรวจสอบแล้ว
ข้อมูลเป็นคำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น/ย่อยาว) ตามที่ศาลเผยแพร่ ไม่ใช่ข้อความคำพิพากษาฉบับเต็ม — ตรวจกับต้นฉบับจากแหล่งทางการของศาลฎีกาก่อนอ้างอิง · ระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา