ฎีกา ปี พ.ศ. 2537 แพ่ง

ฎีกาที่ 2158/2537

คำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น)

การที่ศาลชั้นต้นสอบถามข้อเท็จจริงจากคู่ความแล้วสั่งงดสืบพยาน ในวันนัดสืบพยานโจทก์และพิพากษาคดีโดยอาศัยข้อเท็จจริงที่ได้ความ ถือไม่ได้ว่าเป็นการวินิจฉัยชี้ขาดข้อกฎหมายเบื้องต้นตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 24 แต่เป็นคำสั่งระหว่างพิจารณา เมื่อโจทก์เห็นว่าชอบที่จะมีการสืบพยานต่อไปก็ต้องโต้แย้งคำสั่งไว้ มิฉะนั้นต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 226(2)

คำพิพากษาย่อ (ย่อยาว)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ทำสัญญากู้เงินจำเลยจำนวน 29,000 บาทโดยมอบโฉนดที่ดินเลขที่ 11391 ให้จำเลยยึดถือไว้เป็นประกันต่อมาโจทก์นำเงินต้นพร้อมดอกเบี้ยไปชำระหนี้ จำเลยไม่รับชำระหนี้และไม่คืนโฉนดที่ดินให้ ขอให้จำเลยรับชำระหนี้จากโจทก์จำนวน31,175 บาท พร้อมคืนโฉนดที่ดินเลขที่ 11391 ของโจทก์ให้แก่โจทก์ด้วยจำเลยให้การว่า โจทก์นำที่ดินโฉนดเลขที่ 11391 มาขายฝากแก่จำเลย โจทก์ได้มาขอกู้เงินจำเลยอีก 29,000 บาท แต่แล้วต่อมาโจทก์ไม่ติดใจไถ่ถอนและขอยกเลิกหนี้สินทั้งหมด จำเลยตกลงยินยอมและไม่มีการไถ่ถอนการขายฝากตลอดมาเป็นเวลากว่า 10 ปี จำเลยเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินที่ขายฝาก ขอให้ยกฟ้องระหว่างพิจารณา จำเลยยื่นคำร้องขอให้ชี้ขาดข้อกฎหมายเบื้องต้นศาลสอบถามข้อเท็จจริงจากโจทก์ แล้วมีคำสั่งให้งดสืบพยานโจทก์จำเลยพิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "จำเลย(ที่ถูกโจทก์)ฎีกาว่าการที่ศาลสั่งงดสืบพยานไม่ชอบ ขอให้สั่งศาลชั้นต้นพิจารณาสืบพยานแล้วพิพากษาใหม่ตามรูปคดี ศาลฎีกาเห็นว่า ในวันนัดสืบพยานโจทก์ศาลชั้นต้นสอบถามข้อเท็จจริงจากคู่ความและพิพากษาคดีโดยอาศัยข้อเท็จจริงที่ได้ความ ถือไม่ได้ว่าเป็นการวินิจฉัยชี้ขาดข้อกฎหมายเบื้องต้นตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 24 ซึ่งถือว่าไม่เป็นคำสั่งระหว่างพิจารณาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 227 ดังนั้น คำสั่งดังกล่าวจึงเป็นคำสั่งระหว่างพิจารณาเมื่อโจทก์เห็นว่าชอบที่จะมีการสืบพยานต่อไป ก็ต้องโต้แย้งคำสั่งไว้คดีนี้ข้อเท็จจริงปรากฏว่า ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้งดสืบพยานเมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม 2533 และนัดฟังคำพิพากษาวันที่ 18 มิถุนายน2533 โดยที่โจทก์มิได้โต้แย้งคำสั่งศาลชั้นต้นไว้ ทั้ง ๆ ที่ระยะเวลาที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งงดสืบพยานถึงวันนัดฟังคำพิพากษาโจทก์มีโอกาสที่จะโต้แย้งคำสั่งได้ แต่หาได้โต้แย้งไว้ไม่จึงต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 226(2) แม้ศาลอุทธรณ์จะวินิจฉัยมาก็เป็นการวินิจฉัยไม่ชอบศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยฎีกาของโจทก์ให้"พิพากษายกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์และฎีกาของโจทก์ให้คืนค่าธรรมเนียมชั้นฎีกาให้โจทก์ทั้งหมด

ข้อมูลคดี

คู่ความ
โจทก์ - นาย โปร่ง สุวรรณ นุช
จำเลย - นาย สำรวย ศิริวัฒน์
กฎหมายที่อ้าง
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง — ม. 26, ม. 226 (2)
องค์คณะ
สวรรค์ ศักดารักษ์
สมชัย ศิริบุตร
สันติ ทักราล

ที่มาของข้อมูล — ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในศาลฎีกา
ศาลฎีกา เลขที่ 6 ถนนราชดำเนินใน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 ✓ ตรวจสอบแล้ว

ข้อมูลเป็นคำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น/ย่อยาว) ตามที่ศาลเผยแพร่ ไม่ใช่ข้อความคำพิพากษาฉบับเต็ม — ตรวจกับต้นฉบับจากแหล่งทางการของศาลฎีกาก่อนอ้างอิง · ระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา

ค้นหาฎีกาอื่นข้อกฎหมายและมาตรา