ฎีกา ปี พ.ศ. 2537 แพ่ง

ฎีกาที่ 2159/2537

คำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น)

ในกรณีที่จำเลยตายในระหว่างอุทธรณ์นั้น คดีจะดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไปได้ก็ต่อเมื่อมีบุคคลเข้ามาเป็นคู่ความแทนที่ผู้มรณะและศาลจะต้องมีคำสั่งในการที่จะเข้ามาเป็นคู่ความแทนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 42,43 ก่อน เมื่อศาลอุทธรณ์ทำคำพิพากษาแล้วส่งมาให้ศาลชั้นต้นอ่านให้คู่ความฟังโดยมิได้สั่งคำร้องของโจทก์ที่ขอให้เรียกทายาทจำเลยเข้ามาเป็นคู่ความแทนผู้มรณะเสียก่อน เป็นการมิได้ปฏิบัติตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ว่าด้วยการพิจารณาตามมาตรา 243(2)ประกอบมาตรา 247 ศาลฎีกาย่อมพิพากษายกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ให้ศาลอุทธรณ์พิจารณาพิพากษาคดีใหม่

คำพิพากษาย่อ (ย่อยาว)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเป็นหนี้โจทก์ตามสัญญาบัญชีเดินสะพัดขอให้บังคับจำเลยชำระเงินจำนวน 391,288.27 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 15 ต่อปี ของต้นเงินจำนวน 261,491.57 บาทนับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระให้โจทก์เสร็จจำเลยขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณาศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษาให้จำเลยชำระเงินตามจำนวนที่ได้เบิกเกินบัญชีไปแต่ละครั้งพร้อมด้วยดอกเบี้ยธรรมดาอย่างไม่ทบต้นอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับแต่วันที่จำเลยเบิกเกินบัญชีไปตามบัญชีกระแสรายวันเอกสารหมาย จ.7 จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์โจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "พยานหลักฐานในสำนวนปรากฏว่า โจทก์ยื่นอุทธรณ์จำเลยได้รับสำเนาอุทธรณ์แล้ว คดีอยู่ในระหว่างพิจารณาของศาลอุทธรณ์ โจทก์ยื่นคำร้องต่อศาลชั้นต้นว่า จำเลยถึงแก่ความตาย ขอให้เรียกนายไพบูลย์ เมฆเสรีวัฒนา บุตรจำเลยเข้ามาเป็นคู่ความแทนผู้มรณะ ศาลชั้นต้นหมายเรียกตามคำร้องนายไพบูลย์เมฆเสรีวัฒนา ยื่นคำแถลงคัดค้าน วันนัดไต่สวน โจทก์และนายไพบูลย์ เมฆเสรีวัฒนา ต่างแถลงไม่ติดใจสืบพยาน ศาลชั้นต้นสั่งให้ส่งสำนวนไปยังศาลอุทธรณ์เพื่อพิจารณาสั่งตามรายงานกระบวนพิจารณาลงวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2534 ต่อมาศาลอุทธรณ์ทำคำพิพากษาแล้วส่งมาให้ศาลชั้นต้นอ่านให้คู่ความฟังเมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2534 โดยมิได้สั่งคำร้องของโจทก์ที่ขอให้เรียกทายาทจำเลยเข้ามาเป็นคู่ความแทนผู้มรณะเสียก่อน ศาลฎีกาเห็นว่า ในกรณีที่จำเลยตายในระหว่างอุทธรณ์นั้น คดีจะดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไปได้ก็ต่อเมื่อมีบุคคลเข้ามาเป็นคู่ความแทนที่ผู้มรณะ และศาลจะต้องมีคำสั่งในการที่จะเข้ามาเป็นคู่ความแทนตามนัยมาตรา 42, 44 แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งก่อนการที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาคดีไปโดยมิได้ดำเนินการดังกล่าวนั้น เป็นการมิได้ปฏิบัติตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งว่าด้วยการพิจารณาตามมาตรา 243(2) ประกอบมาตรา 247 เป็นการไม่ชอบ"พิพากษายกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้ศาลอุทธรณ์พิจารณาพิพากษาคดีใหม่

ข้อมูลคดี

คู่ความ
โจทก์ - ธนาคาร ศ รี นคร จำกัด
จำเลย - นาย ซ้นฮั้น แซ่ฮุนหรือนายชังฮั้น แซ่ฮ้น
กฎหมายที่อ้าง
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง — ม. 42, ม. 243 (2), ม. 247
องค์คณะ
ปรีชา เฉลิมวณิชย์
นิเวศน์ คำผอง
ปราโมทย์ ชพานนท์

ที่มาของข้อมูล — ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในศาลฎีกา
ศาลฎีกา เลขที่ 6 ถนนราชดำเนินใน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 ✓ ตรวจสอบแล้ว

ข้อมูลเป็นคำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น/ย่อยาว) ตามที่ศาลเผยแพร่ ไม่ใช่ข้อความคำพิพากษาฉบับเต็ม — ตรวจกับต้นฉบับจากแหล่งทางการของศาลฎีกาก่อนอ้างอิง · ระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา

ค้นหาฎีกาอื่นข้อกฎหมายและมาตรา