ฎีกา ปี พ.ศ. 2537 แพ่ง

ฎีกาที่ 2163/2537

คำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น)

ศาลชั้นต้นสั่งให้ผู้คัดค้านที่ 2 นำส่งสำเนาฎีกาให้ผู้ร้องภายใน 7 วัน โดยมีคำสั่งในวันเดียวกับวันที่ผู้คัดค้านที่ 2ยื่นฎีกา จึงถือว่าผู้คัดค้านที่ 2 ได้ทราบคำสั่งศาลชั้นต้นแล้วเมื่อผู้คัดค้านที่ 2 ไม่นำส่งสำเนาฎีกาตามคำสั่งของศาลชั้นต้นถือว่าผู้คัดค้านที่ 2 ทิ้งฎีกา สำหรับผู้ร้อง ผู้คัดค้านที่ 2 ได้รับแต่งตั้งจากศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ให้เป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตายร่วมกับผู้ร้องและผู้คัดค้านที่ 1ต่อมาผู้คัดค้านที่ 1 ขอให้เพิกถอนคำสั่งตั้งผู้ร้องและผู้คัดค้านที่ 2 เป็นผู้จัดการมรดกร่วมกับผู้คัดค้านที่ 1 เมื่อผู้คัดค้านที่ 2 ถึงแก่กรรมในระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกาคำสั่งของศาลที่แต่งตั้งให้ผู้คัดค้านที่ 2 เป็นผู้จัดการมรดกจึงไม่มีผลต่อไปและการเป็นผู้จัดการมรดกเป็นการเฉพาะตัวของผู้คัดค้านที่ 2 จะรับมรดกความกันไม่ได้

คำพิพากษาย่อ (ย่อยาว)

คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นมีคำสั่งตั้งผู้ร้อง ผู้คัดค้านที่ 1 และผู้คัดค้านที่ 2 เป็นผู้จัดการมรดกของนายเสนอ จิตรพันธ์ผู้ตาย ร่วมกัน ผู้ร้องผู้คัดค้านที่ 1 และผู้คัดค้านที่ 2ต่างอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้น คดีอยู่ในระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ ต่อมาผู้คัดค้านที่ 1 ยื่นคำร้องว่าผู้ร้องกับผู้คัดค้านที่ 2 ปฏิบัติหน้าที่ผู้จัดการมรดกโดยมิชอบทำให้ผู้คัดค้านที่ 1 ซึ่งเป็นทายาทได้รับความเสียหายขอให้มีคำสั่งถอนผู้ร้องและผู้คัดค้านที่ 2 จากการเป็นผู้จัดการมรดกของนายเสนอ จิตรพันธ์ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ผู้คัดค้านที่ 1 กับผู้ร้องและผู้คัดค้านที่ 2 คดีพิพาทกันในชั้นอุทธรณ์ว่าฝ่ายใดควรเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตาย คดีอยู่ในระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ควรรอฟังคำวินิจฉัยชี้ขาดของศาลอุทธรณ์ก่อน ยังไม่สมควรถอนผู้ร้องและผู้คัดค้านที่ 2 ออกจากการเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตายขณะนี้ให้ยกคำร้องผู้คัดค้านที่ 1 อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้รับคำร้องของผู้คัดค้านที่ 1ไว้ดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไปแล้วมีคำสั่งหรือคำพิพากษาใหม่ตามรูปคดีผู้คัดค้านที่ 2 ฎีกาศาลชั้นต้นสั่งรับฎีกาของผู้คัดค้านที่ 2 สำเนาให้ผู้ร้องและผู้คัดค้านที่ 1 ให้ผู้คัดค้านที่ 2 นำส่งสำเนาฎีกาภายใน 7 วันถ้าส่งไม่ได้ให้ผู้คัดค้านที่ 2 ยื่นแถลงเพื่อดำเนินการต่อไปใน15 วันในการส่งหมายนัดสำเนาฎีกา ส่งให้แก่ผู้คัดค้านที่ 1 ได้ส่วนผู้ร้องนั้น ผู้คัดค้านที่ 2 มิได้นำส่งหมายนัดสำเนาฎีกาตามคำสั่งศาลชั้นต้นศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ศาลชั้นต้นมีคำสั่งในวันเดียวกับวันที่ผู้คัดค้านที่ 2 ยื่นฎีกา จึงถือว่าผู้คัดค้านที่ 2 ได้ทราบคำสั่งศาลชั้นต้นที่ให้นำส่งสำเนาฎีกาแก่ผู้ร้องภายใน 7 วัน ตั้งแต่วันที่ 9 ตุลาคม 2534 แล้ว เมื่อผู้คัดค้านที่ 2 ไม่นำส่งสำเนาฎีกาตามคำสั่งของศาลชั้นต้น ถือว่าผู้คัดค้านที่ 2 ทิ้งฟ้องฎีกาสำหรับผู้ร้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 174(2)ประกอบด้วยมาตรา 246, 247 จึงให้จำหน่ายคดีเฉพาะผู้ร้องออกเสียจากสารบบความของศาลฎีกาผู้คัดค้านที่ 2 ซึ่งได้รับแต่งตั้งจากศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ให้เป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตายร่วมกับผู้ร้องและผู้คัดค้านที่ 1หลังจากนั้นผู้คัดค้านที่ 2 กับผู้ร้อง และผู้คัดค้านที่ 1มีข้อพิพาทเกี่ยวกับทรัพย์สินหลายประการจนมีเหตุให้ผู้คัดค้านที่ 1ขอให้เพิกถอนคำสั่งตั้งผู้ร้องและผู้คัดค้านที่ 2 เป็นผู้จัดการมรดกร่วมกับผู้คัดค้านที่ 1 นั้น เมื่อผู้คัดค้านที่ 2 ถึงแก่กรรมในระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกา คำสั่งของศาลที่แต่งตั้งให้ผู้คัดค้านที่ 2 เป็นผู้จัดการมรดกจึงไม่มีผลต่อไป และการเป็นผู้จัดการมรดกเป็นการเฉพาะตัวของผู้คัดค้านที่ 2 จะรับมรดกความกันไม่ได้ จึงไม่จำต้องวินิจฉัยฎีกาของผู้คัดค้านที่ 2 ที่ขอให้ยกคำร้องของผู้คัดค้านที่ 1 ตามคำสั่งของศาลชั้นต้นจึงมีคำสั่งให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความของศาลฎีกาคืนค่าธรรมเนียมศาลชั้นฎีกาทั้งหมดให้ผู้คัดค้านที่ 2

ข้อมูลคดี

คู่ความ
ผู้ร้อง - นาง ผิว จิต รพันธ์
ผู้คัดค้าน - นางสาว นฤมล อารยะพันธ์ กับพวก
กฎหมายที่อ้าง
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ — ม. 1713
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง — ม. 174 (2), ม. 246, ม. 247
องค์คณะ
สมคิด ไตรโสรัส
พรชัย สมรรถเวช
สถิตย์ ไพเราะ

ที่มาของข้อมูล — ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในศาลฎีกา
ศาลฎีกา เลขที่ 6 ถนนราชดำเนินใน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 ✓ ตรวจสอบแล้ว

ข้อมูลเป็นคำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น/ย่อยาว) ตามที่ศาลเผยแพร่ ไม่ใช่ข้อความคำพิพากษาฉบับเต็ม — ตรวจกับต้นฉบับจากแหล่งทางการของศาลฎีกาก่อนอ้างอิง · ระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา

ค้นหาฎีกาอื่นข้อกฎหมายและมาตรา