ฎีกา ปี พ.ศ. 2542 แพ่ง
ฎีกาที่ 2175/2542
คำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น)
การขอให้งดการบังคับคดีตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 293 จะต้องมีการบังคับคดีโดยการยึดหรืออายัดทรัพย์สินของลูกหนี้ตามคำพิพากษาอยู่ก่อนแล้วในขณะที่ขอให้ งดการบังคับคดี เมื่อคดีนี้ยังไม่มีการบังคับคดี จำเลยจะขอให้งดการบังคับคดีตามบทบัญญัติดังกล่าวหาได้ไม่
คำพิพากษาย่อ (ย่อยาว)
คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องจำเลยเรียกค่าจ้างที่จำเลยค้างชำระศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยจ่ายค่าจ้างค้าง 212,000 บาทแก่โจทก์คดีถึงที่สุดแต่จำเลยไม่ชำระหนี้ให้แก่โจทก์ ศาลแรงงานกลางออกคำบังคับแล้ว จำเลยจึงยื่นคำร้องว่า จำเลยได้ฟ้องโจทก์เรียกเงินจำนวน 481,124.97 บาท เพราะโจทก์เบิกเงินจากจำเลยไปโดยไม่มีสิทธิ หากจำเลยชนะคดีโจทก์จำเลยสามารถหักกลบลบหนี้กันได้ทั้งการงดการบังคับคดีก็ไม่เสียหายแก่โจทก์ ขอให้ศาลสั่งงดการบังคับคดีไว้ก่อนโจทก์ยื่นคำร้องคัดค้านขอให้ดำเนินการบังคับคดีไปศาลแรงงานกลางนัดพร้อมและมีคำสั่งว่า ในคดีนี้เป็นการบังคับเอาค่าจ้างค้าง ไม่อยู่ในความรับผิดแห่งการบังคับคดีตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 286(3) ประกอบพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522มาตรา 31 จึงมีคำสั่งยกคำร้องจำเลยอุทธรณ์คำสั่งต่อศาลฎีกาศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า ที่จำเลยอุทธรณ์ว่า เงินเดือนค่าจ้างที่จำเลยจะต้องจ่ายให้แก่โจทก์ต้องเป็นจำนวนเงินที่ศาลแรงงานกลางเห็นสมควรเท่านั้นที่ไม่อยู่ในความรับผิดแห่งการบังคับคดี ดังนั้น เงินส่วนที่เหลือจากที่ศาลแรงงานกลางกำหนดแล้ว ย่อมอยู่ในความรับผิดแห่งการบังคับคดี จำเลยย่อมมีสิทธิของด การบังคับคดีไว้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 293 เพื่อรอฟังผลคดีที่จำเลยฟ้องโจทก์ต่อศาลแรงงานกลาง หากจำเลยชนะคดีโจทก์ ก็จะนำเงินดังกล่าวมาหักกลบลบหนี้กันนั้น เห็นว่าจำเลยของด การบังคับคดีโดยอ้างประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 293 วรรคหนึ่ง ซึ่งมีข้อความว่า "ลูกหนี้ตามคำพิพากษาอาจยื่นคำขอทำเป็นคำร้องต่อศาลให้งดการบังคับคดีไว้ โดยเหตุที่ตนได้ยื่นฟ้องเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาเป็นคดีเรื่องอื่นในศาลเดียวกันนั้น ซึ่งศาลยังมิได้วินิจฉัยชี้ขาด และถ้าหากตนเป็นฝ่ายชนะ จะไม่ต้องมีการขายทอดตลาดหรือจำหน่ายทรัพย์สินของตนโดยวิธีอื่น เพราะสามารถจะหักกลบลบหนี้กันได้" ตามบทบัญญัติดังกล่าว แสดงว่าการขอให้งดการบังคับคดีในกรณีนี้ จะต้องมีการบังคับคดีโดยการยึดหรืออายัดทรัพย์สินของลูกหนี้ตามคำพิพากษาอยู่ก่อนแล้วในขณะที่ขอให้งดการบังคับคดี แต่คดีนี้ข้อเท็จจริงปรากฏว่าจำเลยได้ขอให้ศาลแรงงานกลางงดการบังคับคดีโดยที่ยังมิได้มีการยึดหรืออายัดทรัพย์สินของจำเลยแต่อย่างใด ดังนั้น จึงต้องถือว่าคดีนี้ยังไม่มีการบังคับคดีจำเลยจะขอให้งดการบังคับคดีตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 293 วรรคหนึ่ง หาได้ไม่กรณีไม่ต้องด้วยบทบัญญัติดังกล่าว ศาลฎีกาจึงไม่จำต้องวินิจฉัยอุทธรณ์ของจำเลยในข้อที่ว่า เงินเดือน ค่าจ้าง ที่จำเลยจะต้องจ่ายให้แก่โจทก์ต้องเป็นจำนวนเงินที่ศาลแรงงานกลางเห็นสมควรเท่านั้น ที่ไม่อยู่ในความรับผิดแห่งการบังคับคดี ดังนั้นเงินส่วนที่เหลือจากที่ศาลแรงงานกลางกำหนดแล้วย่อมอยู่ในความรับผิดแห่งการบังคับคดีอีกต่อไป ที่ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งยกคำร้องขอให้งดการบังคับคดีของจำเลยนั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผลพิพากษายืน
ข้อมูลคดี
- คู่ความ
- โจทก์ - นาย สวัสดิ์ วัคคีย์ พรหม
จำเลย - บริษัท อรัญพาร์คโฮเต็ล จำกัด - กฎหมายที่อ้าง
- ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง — ม. 293
พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 — ม. 31 - องค์คณะ
- ธนะพัฒน์ แจ่มจันทร์
เสมอ อินทรศักดิ์
อร่าม หุตางกูร
ที่มาของข้อมูล — ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในศาลฎีกา
ศาลฎีกา เลขที่ 6 ถนนราชดำเนินใน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 ✓ ตรวจสอบแล้ว
ข้อมูลเป็นคำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น/ย่อยาว) ตามที่ศาลเผยแพร่ ไม่ใช่ข้อความคำพิพากษาฉบับเต็ม — ตรวจกับต้นฉบับจากแหล่งทางการของศาลฎีกาก่อนอ้างอิง · ระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา