ฎีกา ปี พ.ศ. 2540 อาญา

ฎีกาที่ 2176/2540

คำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น)

การที่ผู้เสียหายเมาสุราไม่เชื่อฟังมารดาพูดจาท้าทายจำเลยและถือมีดปลายแหลมซึ่งมีใบมีดยาวถึง17เซนติเมตรเดินไปตบหน้าภริยาจำเลยที่หน้าประตูห้องน้ำในขณะที่จำเลยอยู่ในห้องน้ำและอยู่ห่างกันเพียง1ว่าไม่มีทางที่จำเลยจะหลบหนีไปทางใดได้บุคคลที่อยู่ในภาวะเช่นจำเลยต้องเห็นว่าผู้เสียหายมีเจตนาจะทำร้ายจำเลยโดยใช้มีดที่ถือมาแทงจำเลยอย่างแน่นอนและอาจถึงแก่ความตายได้จึงเป็นภยันตรายที่เกิดจากการประทุษร้ายอันละเมิดต่อกฎหมายและเป็นภยันตรายที่ใกล้จะถึงการที่จำเลยเปิดประตูห้องน้ำออกมาแล้วใช้อาวุธปืนยิงผู้เสียหายเพียง1นับแล้วหลบหนีจึงเป็นการป้องกันพอสมควรแก่เหตุ

คำพิพากษาย่อ (ย่อยาว)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33,80, 91, 288 พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิดดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. 2490 มาตรา 7, 72และริบของกลางจำเลยให้การรับสารภาพในข้อหามีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต แต่ในการปฏิเสธในข้อหาพยายามฆ่าผู้อื่นศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288, 80, 68, 69 พระราชบัญญัติอาวุธปืนเครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืนพ.ศ. 2490 วรรคมาตรา 7, 72, (ที่ถูกมาตรา 72 วรรคหนึ่ง)เรียงกระทงลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91ฐานพยายามฆ่าผู้อื่นโดยป้องก้นเกินสมควรแก่เหตุ จำคุก 3 ปีฐานมีอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน จำคุก 1 ปี รวมจำคุก 4 ปีจำเลยให้การรับสารภาพในชั้นสอบสวนและนำสืบเป็นประโยชน์แก่การพิจารณามีเหตุบรรเทาโทษ ลงโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 78 คงจำคุก 2 ปี ริบของกลางจำเลย อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษาแก้เป็นว่า ลงโทษจำเลยฐานพยายามฆ่าผู้อื่นโดยป้องกันเกินสมควรแก่เหตุ จำคุก 2 ปี รวมกับความผิดฐานมีอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืนเป็นจำคุก 3 ปี จำเลยให้การรับสารภาพในชั้นสอบสวนและนำสืบเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 1 ปี 6 เดือน นอกจากที่แก้ให้คงเป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นจำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "พิเคราะห์แล้ว จำเลยฎีกาข้อแรกว่าการกระทำของจำเลยเป็นการป้องกันพอสมควรแก่เหตุ ข้อนี้นายอนันต์ พุฒตาล ผู้เสียหายเบิกความเป็นพยานโจทก์ว่า ก่อนเกิดเหตุผู้เสียหายพูดว่านางนงนุช เข้าข้างสามีหรืออย่างไรถ้าใครแน่จริงก็ลงมา แล้วได้ถือมีดลงจากบ้านและเบิกความตอบทนายจำเลยถามค้านว่า วันเกิดเหตุจำเลยไปกินเหล้าที่บ้านพี่เขย เหล้าขาวหมดไปหนึ่งขวดจึงกลับบ้าน รู้ว่าจำเลยอยู่ที่บ้านมารดาเพราะเห็นรถจักรยานยนต์ของจำเลยจอดอยู่ ในขณะที่ผู้เสียหายพูดจาโวยวายจำเลยไม่ได้พูดอะไร ผู้เสียหายถือมีดเดินลงจากบ้านเพราะโมโหนางนงนุช มีดที่ถือเป็นมีดปลายแหลม ลักษณะของมีดที่ถือไปเหมือนกันกับมีดหมาย ว.ล.1 แต่ใบมีดยาว 17 เซนติเมตร นางกะปุกเงินพุฒตาล ภริยาผู้เสียหายเบิกความเป็นพยานโจทก์ว่าก่อนเกินเหตุมารดาผู้เสียหายตะโกนว่า เขาหลับนอนกันแล้วจะมาดังทำไมนางนงนุชน้องผู้เสียหายและภริยาจำเลยพูดว่า พี่นันต์ จะมาดังทำไมเรื่องไก่หนูเอาไปคืนเขาแล้วผู้เสียหายพูดว่า มึงเข้าข้างผัวมึงหรือใครซ่านักก็ลงมา แล้วผู้เสียหายได้เข้าไปเอามีดสำหรับทำครัวจากในครัวเป็นมีดปลายแหลมเดินลงมาจากบ้านไปทางบ้านมารดาผู้เสียหายพยานห้ามว่าจะไปทำไม แต่ผู้เสียหายไม่ฟัง พยานตามลงไปเห็นนางนงนุชยืนอยู่หน้าห้องน้ำของมารดา เมื่อไปถึงผู้เสียหายตบหน้านางนงนุชทันที 1 ครั้ง เมื่อถูกตบนางนงนุชร้องว่า พี่นันต์ตบฉันทำไม ได้ยินเสียงเปิดกลอนประตูห้องน้ำ และได้ยินเสียปืนดัง 1 นัด แล้วจำเลยวิ่งหนี นางนงนุช พุฒตาลเบิกความเป็นพยานโจทก์ว่า เมื่อได้ยินเสียงประตูห้องน้ำดังแก๊กบานประตูห้องน้ำเปิดออกผู้เสียหายห่างไป 1 ก้าว จำเลยยิงผู้เสียหายทันที โดยยิงมาจากในห้องน้ำ ผู้เสียหายอยู่ห่างจำเลยประมาณ 1 วาและเบิกความตอบทนายจำเลยถามค้านว่า หลังเกิดเหตุเคยถามจำเลยว่ายิงผู้เสียหายทำไม จำเลยบอกว่ากลัวผู้เสียหายใช้มีดแทงนางกุหลาบ พุฒตาล มารดาผู้เสียหายเบิกความเป็นพยานโจทก์ว่าก่อนเกิดเหตุได้บอกผู้เสียหายว่าเมามาแล้วให้นอนเสียอย่าเสียงดังโวยวายเลข จำเลยเบิกความเป็นพยานว่าก่อนเกิดเหตุจำเลยได้เข้าห้องน้ำได้ยินเสียงภริยาร้องจึงเปิดประตูห้องน้ำออกมาเห็นผู้เสียหายถือมีดอยู่จะใช้มีดแทงจำเลย จึงตกใจชักอาวุธปืนที่เอวยิงผู้เสียหาย1 นัด ไม่ทราบว่าถูกผู้เสียหายหรือไม่ เห็นว่า ข้อเท็จจริงฟังได้ตามที่ผู้เสียหายเบิกความว่า ก่อนเกิดเหตุผู้เสียหายเห็นจำเลยอยู่ในบ้านที่เกิดเหตุ ผู้เสียหายเมาสุราและกล่าวหาว่านางนงนุชภริยาจำเลยเข้าข้างจำเลย แล้วพูดว่าใครแน่จริงก็ลงมาแล้วถือมีดเดินลงมาจากบ้านไปตบหน้านางนงนุช เห็นได้ว่า ผู้เสียหายถือมีดลงไปเพื่อจะใช้มีดทำร้ายจำเลย ที่ผู้เสียหายเบิกความว่าถือมีดลงไปเพราะโมโหนางนงนุชไม่น่าเชื่อเพราะนางนงนุชเป็นน้องสาวจำเลย เมื่อไปถึงนางนงนุชผู้เสียหายก็ไม่ได้ใช้มีดทำร้ายนางนงนุชแต่กลับใช้มือตบหน้า การที่ผู้เสียหายเมาสุราไม่เชื่อฟังมารดา พูดจาท้าทาจำเลยและถือมีดปลายแหลมซึ่งมีใบมีดยาวถึง 17 เซนติเมตร และมีลักษณะเหมือนมีดหมาย ว.ล.1 เดินลงไปตกหน้าภริยาจำเลยที่หน้าประตูห้องน้ำในขณะที่จำเลยอยู่ในห้องน้ำและอยู่ห่างกันเพียง 1 วา ไม่มีทางที่จำเลยจะหลบหนีไปทางใดได้บุคคลที่อยู่ในภาวะเช่นจำเลยต้องเห็นว่าผู้เสียหายมีเจตนาจะทำร้ายจำเลยโดยใช้มีดที่ถือมาแทงจำเลยอย่างแน่นอน และอาจถึงแก่ความตายได้ จึงเป็นภยันตรายที่เกิดจากการประทุษร้ายอันละเมิดต่อกฎหมายและเป็นภยันตรายที่ใกล้จะถึง การที่จำเลยเปิดประตูออกมาแล้วใช้อาวุธปืนยิงผู้เสียหายเพียง 1 นัด แล้วหลบหนีจึงเป็นการป้องกันพอสมควรแก่เหตุฎีกาจำเลยฟังขึ้น"พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องโจทก์สำหรับข้อความตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288, 80 โทษจำคุกตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนเครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืนพ.ศ. 2490 มาตรา 7, 72 วรรคหนึ่ง ให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด2 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 ให้วางข้อกำหนดเพื่อคุมความประพฤติของจำเลย โดยให้จำเลยประกอบอาชีพให้เป็นกิจจะลักษณะและให้จำเลยกระทำกิจกรรมบริการสังคมหรือกิจกรรมสาธารณประโยชน์ตามที่พนักงานคุมประพฤติและจำเลยเห็นสมควรเป็นเวลา 30 ชั่วโมงนอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 2

ข้อมูลคดี

คู่ความ
โจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดอุตรดิตถ์
จำเลย - นาย สังข์วง ทับแว่ว
กฎหมายที่อ้าง
ประมวลกฎหมายอาญา — ม. 68
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา — ม. 227
องค์คณะ
สถิตย์ ไพเราะ
ม.ล.เฉลิมชัย เกษมสันต์
จุมพล ณ สงขลา

ที่มาของข้อมูล — ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในศาลฎีกา
ศาลฎีกา เลขที่ 6 ถนนราชดำเนินใน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 ✓ ตรวจสอบแล้ว

ข้อมูลเป็นคำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น/ย่อยาว) ตามที่ศาลเผยแพร่ ไม่ใช่ข้อความคำพิพากษาฉบับเต็ม — ตรวจกับต้นฉบับจากแหล่งทางการของศาลฎีกาก่อนอ้างอิง · ระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา

ค้นหาฎีกาอื่นข้อกฎหมายและมาตรา