ฎีกา ปี พ.ศ. 2553 แพ่ง
ฎีกาที่ 2179/2553
ไม่มีคำพิพากษาย่อสั้นในแหล่งข้อมูล
คำพิพากษาย่อ (ย่อยาว)
โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันชำระค่าเสียหายและดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่โจทก์จ่ายเงินไปจนถึงวันฟ้อง รวมเป็นเงิน 219,949.30 บาท ให้แก่โจทก์พร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของเงินจำนวน 217,233.88 บาท นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ
จำเลยที่ 1 และที่ 2 ให้การขอให้ยกฟ้อง
ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินจำนวน 217,233.88 บาท ให้แก่โจทก์พร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 6 พฤศจิกายน 2545 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ แต่เฉพาะดอกเบี้ยคำนวณถึงวันฟ้อง (ฟ้องวันที่ 13 มีนาคม 2546) ต้องไม่เกิน 2,715.42 บาท กับให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 5,000 บาท
จำเลยที่ 2 อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา
ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศวินิจฉัยว่าที่จำเลยที่ 2 อุทธรณ์ว่า โจทก์ฟ้องจำเลยที่ 2 ให้รับผิดเนื่องจากมูลหนี้ในการรับขนของทางทะเล ตามพระราชบัญญัติการรับขนของทางทะเล พ.ศ.2534 ซึ่งถือเป็นกฎหมายพิเศษ และได้บัญญัติเรื่องตัวแทนผู้ขนส่งหรือผู้ขนส่งอื่นซึ่งมิต้องรับผิดไว้ในมาตรา 3 การที่ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางนำเรื่องตัวแทนทำสัญญาแทนตัวการซึ่งอยู่ต่างประเทศและมีภูมิลำเนาในต่างประเทศตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 824 ซึ่งเป็นกฎหมายทั่วไปมาใช้บังคับให้จำเลยที่ 2 ต้องรับผิดจึงไม่ถูกต้องนั้น เห็นว่า พระราชบัญญัติการรับขนของทางทะเล พ.ศ.2534 มาตรา 3 ซึ่งนิยามความหมายของคำว่า "ผู้ขนส่งอื่น" ไว้ และมีข้อความเพิ่มเติมว่า "แต่ทั้งนี้ ไม่รวมถึงบุคคลซึ่งได้รับมอบอำนาจโดยชัดแจ้งหรือโดยปริยายตามประเพณีในธุรกิจการรับขนของทางทะเล ให้เป็นตัวแทนผู้ขนส่งหรือผู้ขนส่งอื่นในการดำเนินงานอันเกี่ยวกับธุรกิจเนื่องจากการรับของทางทะเล เช่น พิธีการเข้าเมือง พิธีการศุลกากรการนำร่อง การเข้าท่า การออกจากท่า การบรรทุกของลงเรือ การขนถ่ายของขึ้นจากเรือ หรือการส่งมอบของแก่ผู้รับตราส่ง เป็นต้น" อันเป็นนิยามความหมายที่ไม่ถือว่าบุคคลซึ่งได้รับมอบอำนาจให้เป็นตัวแทนผู้ขนส่งหรือขนส่งอื่นในการดำเนินงานอันเกี่ยวกับธุรกิจเนื่องจากการรับขนของทางทะเลในลักษณะดังกล่าว เป็นผู้ขนส่งอื่นด้วยเท่านั้น หาได้มีบทบัญญัติยกเว้นหรือเกี่ยวกับความรับผิดของตัวแทนที่ทำสัญญาแทนตัวการซึ่งอยู่ต่างประเทศและมีภูมิลำเนาในต่างประเทศแต่อย่างใดไม่ เมื่อข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่าจำเลยที่ 2 เป็นตัวแทนทำสัญญาแทนตัวการซึ่งอยู่ต่างประเทศและมีภูมิลำเนาในต่างประเทศ กรณีจึงชอบที่จะนำบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 824 ซึ่งบัญญัติถึงกรณีดังกล่าวมาใช้บังคับได้ ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิพากษาชอบแล้ว อุทธรณ์ของจำเลยที่ 2 ทุกข้อฟังไม่ขึ้น
พิพากษายืน ให้จำเลยที่ 2 ใช้ค่าทนายความในชั้นนี้ 5,000 บาท แทนโจทก์
ข้อมูลคดี
- คู่ความ
- โจทก์ - บริษัทเอซ อินชัวรันซ์ จำกัด
จำเลย - บริษัทแบ๊กซ์ โกลบัล (ประเทศไทย) จำกัด กับพวก - กฎหมายที่อ้าง
- ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ — ม. 824
พระราชบัญญัติการรับขนของทางทะเล พ.ศ.2534 — ม. 3 - องค์คณะ
- ปัญญารัตน์ วิระยะวานิช
พลรัตน์ ประทุมทาน
สุวัฒน์ วรรธนะหทัย - ศาลชั้นต้น/อุทธรณ์
- ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง - นายวราคมน์ เลี้ยงพันธุ์
ที่มาของข้อมูล — ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในศาลฎีกา
ศาลฎีกา เลขที่ 6 ถนนราชดำเนินใน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 ✓ ตรวจสอบแล้ว
ข้อมูลเป็นคำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น/ย่อยาว) ตามที่ศาลเผยแพร่ ไม่ใช่ข้อความคำพิพากษาฉบับเต็ม — ตรวจกับต้นฉบับจากแหล่งทางการของศาลฎีกาก่อนอ้างอิง · ระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา