ฎีกา ปี พ.ศ. 2536 แพ่ง

ฎีกาที่ 2252/2536

คำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น)

ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 290 วรรคสองที่ห้ามมิให้ศาลอนุญาตตามคำขอเฉลี่ยทรัพย์ เว้นแต่ศาลเห็นว่าผู้ยื่นคำขอไม่สามารถเอาชำระหนี้ได้จากทรัพย์สินอื่น ๆ ของลูกหนี้ตามคำพิพากษานั้น คำว่าลูกหนี้ตามคำพิพากษาในที่นี้หมายความถึงลูกหนี้ตามคำพิพากษาผู้ถูกยึดทรัพย์อยู่ในคดีที่มีการขอเฉลี่ยทรัพย์ถ้าไม่มีทรัพย์สินอื่นอีก ผู้ขอก็ขอเฉลี่ยจากเงินที่ขายทรัพย์ได้หาได้หมายความถึงลูกหนี้ตามคำพิพากษาคนอื่นในคดีที่ผู้ขอเฉลี่ยชนะคดีหรือบุคคลอื่นไม่

คำพิพากษาย่อ (ย่อยาว)

คดีสืบเนื่องจากโจทก์ทั้งสองนำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินของจำเลยออกขายทอดตลาดเพื่อนำเงินชำระหนี้ตามคำพิพากษา ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า ผู้ร้องเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาของจำเลยในอีกคดีหนึ่ง จำเลยไม่มีทรัพย์สินอื่นใดที่ผู้ร้องจะยึดมาชำระหนี้ได้ขอเฉลี่ยในเงินที่ได้จากการขายทอดตลาดทรัพย์ที่ยึดในคดีนี้โจทก์ทั้งสองคัดค้านว่า ผู้ร้องใช้สิทธิไม่สุจริต หนี้ระหว่างผู้ร้องและจำเลยเกิดจากการสมยอม และผู้ร้องสามารถบังคับจากทรัพย์สินอื่นของลูกหนี้ ขอให้ยกคำร้องจำเลยคัดค้านว่า ในคดีที่ผู้ร้องเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาจำเลยที่ 3 ในคดีนั้นและบุคคลภายนอกได้จำนองที่ดินเป็นประกันหนี้ของผู้ร้อง ทรัพย์อันเป็นหลักประกันมีมูลค่ามากกว่าหนี้ของผู้ร้องผู้ร้องจึงไม่มีสิทธิเข้าเฉลี่ยทรัพย์ศาลชั้นต้นเห็นว่า ผู้ร้องสามารถบังคับเอากับทรัพย์หลักประกันได้ จึงมีคำสั่งยกคำร้องผู้ร้องอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ผู้ร้องเข้าเฉลี่ยทรัพย์ได้ตามส่วนโจทก์ทั้งสองฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยในปัญหาข้อกฎหมายว่า ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 290 วรรคสองที่ห้ามมิให้ศาลอนุญาตตามคำขอเฉลี่ยทรัพย์ เว้นแต่ศาลเห็นว่า ผู้ยื่นคำขอไม่สามารถเอาชำระหนี้ได้จากทรัพย์สินอื่นของลูกหนี้ตามคำพิพากษานั้น คำว่าลูกหนี้ตามคำพิพากษาในที่นี้หมายความถึง ลูกหนี้ตามคำพิพากษาผู้ถูกยึดทรัพย์สินอยู่ในคดีนี้ ถ้าไม่มีทรัพย์สินอื่นอีกผู้ขอก็ขอเฉลี่ยจากเงินที่ขายทรัพย์ได้ หาได้หมายความถึงลูกหนี้ตามคำพิพากษาคนอื่นในคดีที่ผู้ขอเฉลี่ยชนะคดีหรือบุคคลอื่นอีกไม่กรณีของจำเลยปรากฏว่า จำเลยซึ่งเป็นลูกหนี้ตามคำพิพากษาถูกโจทก์ทั้งสองจำยึดทรัพย์สินอยู่ในคดีนี้ไม่มีทรัพย์สินอื่นอีก คงมีแต่ทรัพย์สินที่ถูกโจทก์ทั้งสองนำยึดอยู่ในคดีนี้เท่านั้น ผู้ร้องจึงไม่สามารถเอาชำระหนี้ของตนได้จากทรัพย์สินอื่น ๆ ของจำเลยผู้ร้องย่อมมีสิทธิขอเฉลี่ยในทรัพย์สินของจำเลยที่โจทก์ทั้งสองยึดไว้ได้ แม้ผู้ร้องจะสามารถเอาชำระได้จากทรัพย์สินอื่น ๆของบุคคลอื่นที่นำมาจำนองเป็นประกันหนี้ของจำเลยดังโจทก์ทั้งสองฎีกาก็ตาม ก็หาทำให้ผู้ร้องไม่มีสิทธิมาขอเฉลี่ยในทรัพย์สินของจำเลยดังกล่าวไม่ ฎีกาโจทก์ทั้งสองฟังไม่ขึ้นพิพากษายืน

ข้อมูลคดี

คู่ความ
โจทก์ - นาย ประเจิด สุริย์จามร กับพวก
ผู้ร้อง - บริษัท เงินทุนหลักทรัพย์ ไทย รุ่งเรือง ทรัสต์ จำกัด
จำเลย - บริษัท ไทย พัฒนา วิสาห กิจ จำกัด
กฎหมายที่อ้าง
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง — ม. 290 วรรคสอง
องค์คณะ
ไพศาล รางชางกูร
วิทวัส อยู่วัฒนา
ประสิทธิ์ แสนศิริ

ที่มาของข้อมูล — ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในศาลฎีกา
ศาลฎีกา เลขที่ 6 ถนนราชดำเนินใน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 ✓ ตรวจสอบแล้ว

ข้อมูลเป็นคำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น/ย่อยาว) ตามที่ศาลเผยแพร่ ไม่ใช่ข้อความคำพิพากษาฉบับเต็ม — ตรวจกับต้นฉบับจากแหล่งทางการของศาลฎีกาก่อนอ้างอิง · ระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา

ค้นหาฎีกาอื่นข้อกฎหมายและมาตรา