ฎีกา ปี พ.ศ. 2534 อาญา

ฎีกาที่ 227/2534

คำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น)

แม้เช็คพิพาททั้งหกฉบับที่จำเลยสั่งจ่ายเพื่อชำระหนี้แก่โจทก์จะลงวันออกเช็ควันเดียวกัน ธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินเช็คทุกฉบับในวันเดียวกันก็ตาม การออกเช็คพิพาทดังกล่าวจำเลยอาจมีเงินจ่ายตามเช็คหรือมีเจตนาให้ใช้เงินตามเช็คแต่ละฉบับหรือไม่แยกออกจากกันได้ จึงเป็นการกระทำความผิดหลายกรรมตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91

คำพิพากษาย่อ (ย่อยาว)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยได้ออกเช็คธนาคารกสิกรไทย สาขาถนนรางน้ำรวม 6 ฉบับ มอบให้นางจมรี ผู้เสียหายเพื่อชำระหนี้ ทุกฉบับลงวันที่ 31 มีนาคม 2531 ต่อมาเมื่อเช็คถึงกำหนด ธนาคารผู้จ่ายได้ปฏิเสธการจ่ายเงินเช็คทั้ง 6 ฉบับ ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2497 มาตรา 3ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 6) พ.ศ. 2526 มาตรา 4 และนับโทษต่อจากโทษในคดีอาญาหมายเลขดำที่ ช.6106/2531 ของศาลชั้นต้นด้วยจำเลยให้การปฏิเสธแต่รับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีที่โจทก์ขอให้นับโทษต่อ ระหว่างพิจารณา นางจมรี พานิชพันธุ์ผู้เสียหายยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์เมื่อสืบพยานโจทก์เสร็จระหว่างสืบพยานจำเลย จำเลยขอถอนคำให้การเดิมและยื่นคำให้การใหม่รับสารภาพว่าได้กระทำความผิดตามที่โจทก์ฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็คพ.ศ. 2497 มาตรา 3 จำเลยออกเช็ค 6 ฉบับ เป็นความผิด 6 กรรมต้องลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91เช็คตามเอกสารหมาย จ.2, จ.4 และ จ.6 จำคุกกระทงละ 1 ปีเช็คตามเอกสารหมาย จ.8 และ จ.12 จำคุกกระทงละ 6 เดือนเช็คตามเอกสารหมาย จ.10 จำคุก 3 เดือน รวมเป็นจำคุก 4 ปี 3 เดือนจำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษให้หนึ่งในสามคงจำคุกจำเลย 2 ปี 10 เดือน จำเลยอุทธรณ์ขอให้ลงโทษกรรมเดียวศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าจำเลยกระทำความผิดกรรมเดียว พิพากษาแก้เป็นว่าให้ลงโทษจำเลยกระทงเดียว จำคุก 1 ปี จำเลยให้การรับสารภาพหลังจากสืบพยานโจทก์เสร็จแล้ว ไม่เป็นประโยชน์แก่การพิจารณาคดีจึงไม่ลดโทษให้ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "พิเคราะห์แล้วเห็นว่า แม้จำเลยจะออกเช็คพิพาทตามฟ้องทั้ง 6 ฉบับ เพื่อชำระหนี้แก่โจทก์ในวันเดียวกันสั่งจ่ายเงินในวันเดียวกัน และธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินในวันเดียวกันทุกฉบับก็ตาม แต่การออกเช็คพิพาทดังกล่าวเป็นการสั่งให้ธนาคารจ่ายเงินตามจำนวนและวันที่ที่ปรากฏในเช็คแต่ละฉบับ ซึ่งจำเลยอาจมีเงินจ่ายตามเช็คหรือมีเจตนาให้ใช้เงินตามเช็คแต่ละฉบับหรือไม่แยกออกจากกันได้ การที่จำเลยออกเช็คหลายฉบับและธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินดังกล่าวแล้ว จึงเป็นการกระทำความผิดหลายกรรมต่างกันซึ่งศาลต้องลงโทษจำเลยทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91"พิพากษาแก้เป็นว่า ให้บังคับคดีไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

ข้อมูลคดี

คู่ความ
โจทก์ - อัยการ กรมอัยการ
โจทก์ - โจทก์ร่วม
โจทก์ - นาง จม รี พา นิช พันธุ์
จำเลย - นาย สุวิทย์ บุญ เลิศ
กฎหมายที่อ้าง
ประมวลกฎหมายอาญา — ม. 91
พระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2497 — ม. 3
องค์คณะ
สวิน อักขรายุธ
ประคนธ์ พันธุ์วิชาติกุล
ชาติศักดิ์ ธรรมศักดิ์

ที่มาของข้อมูล — ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในศาลฎีกา
ศาลฎีกา เลขที่ 6 ถนนราชดำเนินใน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 ✓ ตรวจสอบแล้ว

ข้อมูลเป็นคำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น/ย่อยาว) ตามที่ศาลเผยแพร่ ไม่ใช่ข้อความคำพิพากษาฉบับเต็ม — ตรวจกับต้นฉบับจากแหล่งทางการของศาลฎีกาก่อนอ้างอิง · ระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา

ค้นหาฎีกาอื่นข้อกฎหมายและมาตรา