ฎีกา ปี พ.ศ. 2533

ฎีกาที่ 2298/2533

คำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น)

หนังสือแจ้งการลงโทษมีข้อความว่า "ในวันที่ 16 มกราคม 2532โจทก์ได้ กระทำความผิดคือได้ขาดงานโดยพลการ มิได้บอกกล่าวแต่ อย่างใด และทางบริษัทได้เคยตักเตือนไว้ครั้งหนึ่งแล้วเมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2531 บริษัทได้พิจารณาแล้วเห็นสมควรให้ลงโทษโจทก์ด้วยการพักงานเป็นเวลา 7 วัน ตั้งแต่ วันที่ 17-23 มกราคม 2532เพื่อมิให้เป็นแบบอย่างแก่ลูกจ้างอื่นต่อไป หากกระทำผิดซ้ำอีกบริษัทจะพิจารณาลงโทษในสถานหนัก" ข้อความที่ว่า "หากกระทำผิดซ้ำ อีกบริษัทจะพิจารณาลงโทษในสถานหนัก" นั้น มีผลเป็นคำตักเตือนอยู่ด้วยในตัว ครั้งแรกโจทก์ขาดงานเมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2531 จำเลยได้ออกหนังสือตักเตือน โจทก์ ต่อมาวันที่ 16 มกราคม 2532 โจทก์ขาดงานอีกจำเลยมีหนังสือแจ้งการลงโทษถึงโจทก์ให้ลงโทษโจทก์ด้วย การพักงานเป็นเวลา 7 วัน และระบุด้วยว่าหากกระทำผิดซ้ำอีก บริษัทจะพิจารณาลงโทษในสถานหนัก ซึ่งมีผลเป็นคำตักเตือนอยู่ด้วย ดังนั้น เมื่อโจทก์ขาดงานอีกในวันที่ 3 พฤษภาคม 2532 ซึ่ง ระยะเวลามิได้ล่วงพ้นจากการขาดงานครั้งที่สองมากนัก กรณีถือว่าโจทก์ฝ่าฝืนข้อบังคับหรือระเบียบเกี่ยวกับการทำงานและนายจ้างได้ตักเตือนเป็นหนังสือแล้ว จำเลยเลิกจ้างโจทก์ได้โดยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ข้อ 47(3).

คำพิพากษาย่อ (ย่อยาว)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นลูกจ้างประจำของจำเลย จำเลยได้กลั่นแกล้งเลิกจ้างโจทก์โดยฝ่าฝืนประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่องการคุ้มครองแรงงาน และระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน เป็นการเลิกจ้างไม่เป็นธรรม ขอให้บังคับจำเลยใช้ค่าเสียหาย ค่าชดเชยสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าพร้อมดอกเบี้ย ค่าจ้างค้างจ่ายพร้อมเงินเพิ่ม และคืนเงินประกันจำเลยให้การต่อสู้คดีศาลแรงงานกลางพิจารณาแล้ว พิพากษาให้จำเลยคืนเงินประกันและจ่ายค่าจ้างที่ค้างพร้อมดอกเบี้ยนับแต่วันฟ้อง กับให้จำเลยจ่ายค่าชดเชยพร้อมดอกเบี้ยนับแต่วันเลิกจ้างจนกว่าจะชำระเสร็จ คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยกจำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกาศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า มีปัญหาว่าโจทก์กระทำผิดซ้ำคำเตือนอันจำเลยเลิกจ้างได้โดยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยหรือไม่ข้อเท็จจริงที่ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยมาเป็นยุติว่า จำเลยได้ออกหนังสือตักเตือนโจทก์เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2531 เนื่องจากโจทก์ขาดงานในวันที่ 5 เดือนเดียวกัน ตามเอกสารหมาย ล.5 จำเลยได้ลงโทษโจทก์ด้วยการพักงานมมีกำหนด 7 วัน ตามหนังสือแจ้งการลงโทษลงวันที่17 มกราคม 2532 เนื่องจากโจทก์ขาดงานเมื่อวันที่ 16 มกราคม 2532ตามเอกสารหมาย ล.7 จำเลยได้มีคำสั่งเลิกจ้างโจทก์เมื่อวันที่ 10พฤษภาคม 2532 เนื่องจากโจทก์ขาดงานเมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม 2532ตามเอกสารหมาย ล.10 และการที่โจทก์ขาดงานเป็นการฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับของจำเลย ข้อ 10.2 ตามเอกสารหมาย ล.11 เห็นว่า ตามเอกสารหมาย ล.7 มีข้อความระบุว่า "ในวันที่ 16 มกราคม 2532 นางสาวรัตนาภรณ์ โต๊ะเงิน ได้กระทำความผิดคือได้ขาดงานโดยพลการ มิได้บอกกล่าวแต่อย่างใด และทางบริษัท ฯ ได้เคยตักเตือนไว้ครั้งหนึ่งแล้วเมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2531 บริษัทได้พิจารณาแล้วเห็นสมควรให้ลงโทษนางสาวรัตนาภรณ์ โต๊ะเงิน ด้วยการพักงานเป็นเวลา 7 วัน ตั้งแต่วันที่ 17-23 มกราคม 2532 เพื่อมิให้เป็นแบบอย่างแก่ลูกจ้างอื่นต่อไป หากกระทำผิดซ้ำอีกบริษัทจะพิจารณาลงโทษในสถานหนัก ข้อความในหนังสือแจ้งการลงโทษดังกล่าวที่ว่า "หากกระทำผิดซ้ำอีก บริษัทจะพิจารณาลงโทษในสถานหนัก" นั้น มีผลเป็นคำตักเตือนอยู่ด้วยในตัวในเมื่อโจทก์ขาดงานอีกในวันที่ 3 พฤษภาคม 2532 ซึ่งระยะเวลามิได้ล่วงพ้นจากการขาดงานครั้งที่สองมากนักเช่นนี้ กรณีจึงต้องถือว่าโจทก์ฝ่าฝืนข้อบังคับหรือระเบียบเกี่ยวกับการทำงานและนายจ้างได้ตักเตือนเป็นหนังสือแล้ว จำเลยเลิกจ้างโจทก์ได้โดยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยตามที่กำหนดไว้ในประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ข้อ 47(3)พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องโจทก์สำหรับคำขอเรื่องค่าชดเชยด้วย นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลแรงงานกลาง.

ข้อมูลคดี

คู่ความ
โจทก์ - นาง รัตนาภรณ์ โต๊ะ เงิน
จำเลย - บริษัท นครหลวง ถุง เท้า ไนล่อน จำกัด
กฎหมายที่อ้าง
ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน
องค์คณะ
อุดม เฟื่องฟุ้ง
ศักดา โมกขมรรคกุล
ปรีชา ธนานันท์

ที่มาของข้อมูล — ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในศาลฎีกา
ศาลฎีกา เลขที่ 6 ถนนราชดำเนินใน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 ✓ ตรวจสอบแล้ว

ข้อมูลเป็นคำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น/ย่อยาว) ตามที่ศาลเผยแพร่ ไม่ใช่ข้อความคำพิพากษาฉบับเต็ม — ตรวจกับต้นฉบับจากแหล่งทางการของศาลฎีกาก่อนอ้างอิง · ระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา

ค้นหาฎีกาอื่นข้อกฎหมายและมาตรา