ฎีกา ปี พ.ศ. 2538 แพ่ง

ฎีกาที่ 2312/2538

คำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น)

โจทก์ฟ้องว่าที่ดินพิพาทเป็นของโจทก์และโจทก์ครอบครองตลอดมาโจทก์ยื่นคำร้องขอออกโฉนดที่ดินจำเลยทั้งสองโต้แย้งคัดค้านว่าที่ดินพิพาทเป็นที่สาธารณประโยชน์เป็นเหตุให้เจ้าพนักงานที่ดินไม่ยอมออกโฉนดที่ดินพิพาทให้ย่อมเป็นการโต้แย้งสิทธิของโจทก์โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องโดยหาจำต้องปฏิบัติตามประมวลกฎหมายที่ดินมาตรา60ไม่เพราะโจทก์มิได้ฟ้องจำเลยทั้งสองในฐานะเจ้าพนักงานผู้ออกโฉนดที่ดิน

คำพิพากษาย่อ (ย่อยาว)

โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ เลขที่ 157 ตำบลโคกสำโรงอำเภอโคกสำโรง จังหวัดลพบุรี และได้ครอบครองอยู่จนถึงปัจจุบัน โจทก์ได้ยื่นคำร้องขอรังวัดออกโฉนดที่ดินในที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ดังกล่าวต่อสำนักงานที่ดินจังหวัดลพบุรีจำเลยที่ 1 และที่ 2 ได้ร่วมกันคัดค้านว่าที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ดังกล่าวเป็นที่สาธารณประโยชน์หนองน้ำแร้งและไม่ยอมรับรองแนวเขตให้ สำนักงานที่ดินจังหวัดลพบุรีจึงออกโฉนดให้แก่โจทก์ไม่ได้ และเจ้าพนักงานที่ดินได้ทำการสอบสวนเปรียบเทียบแล้วตกลงกันไม่ได้ ที่ดินของโจทก์ไม่ใช่ที่ดินสาธารณะ ขอให้พิพากษาว่าที่ดินของโจทก์ตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ เลขที่ 157ไม่ใช่ที่สาธารณประโยชน์และให้จำเลยทั้งสองเพิกถอนคำคัดค้านการออกโฉนดที่ดินแปลงนี้ และให้รับรองแนวเขตภายใน 15 วันนับแต่วันที่พิพากษา หากไม่เพิกถอนและรับรองแนวเขตภายในกำหนดเวลาดังกล่าว ให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาจำเลยทั้งสองให้การว่า ที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ดังกล่าว เป็นส่วนหนึ่งของที่ดินสาธารณประโยชน์หนองแร้งหรือหนองแล้งการออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์ในที่ดินแปลงดังกล่าวจึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย ขณะนี้อยู่ในระหว่างพิจารณาดำเนินการของเจ้าพนักงาน เพื่อเพิกถอนหนังสือรับรองการทำประโยชน์ที่ดินแปลงดังกล่าว โจทก์นำคดีมาฟ้องโดยไม่สุจริต ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์ อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า โจทก์ยังไม่ได้ดำเนินการตามขั้นตอนที่บัญญัติไว้ในมาตรา 60 แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน จึงไม่มีอำนาจฟ้องพิพากษายืนโจทก์ ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้โจทก์ฟ้องว่าที่ดินพิพาทเป็นของโจทก์และโจทก์ครอบครองตลอดมา โจทก์ยื่นคำร้องขอออกโฉนดที่ดินจำเลยทั้งสองโต้แย้งคัดค้านว่า ที่ดินพิพาทเป็นที่สาธารณประโยชน์เป็นเหตุให้เจ้าพนักงานที่ดินไม่ยอมออกโฉนดที่ดินพิพาทให้แก่โจทก์เช่นนี้การกระทำของจำเลยทั้งสองย่อมเป็นการโต้แย้งสิทธิของโจทก์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 55โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องจำเลยทั้งสอง โดยหาจำต้องปฏิบัติตามขั้นตอนของมาตรา 60 แห่งประมวลกฎหมายที่ดินไม่ เพราะโจทก์มิได้ฟ้องจำเลยทั้งสองในฐานะเจ้าพนักงานผู้ออกโฉนดที่ดินแต่เนื่องจากศาลอุทธรณ์ยังมิได้วินิจฉัยอุทธรณ์ของโจทก์ในประเด็นที่ว่า ที่ดินพิพาทเป็นที่สาธารณประโยชน์หรือไม่และคดีนี้มีทุนทรัพย์ไม่เกิน 200,000 บาท ต้องห้ามฎีกาในข้อเท็จจริงจึงต้องย้อนสำนวนไปให้ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยในประเด็นดังกล่าวพิพากษายกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์และให้ศาลอุทธรณ์พิจารณาอุทธรณ์ของโจทก์แล้วพิพากษาใหม่ตามรูปคดี

ข้อมูลคดี

คู่ความ
โจทก์ - นาย ฉลอง สว่างเนตร
จำเลย - นาย อุทัย อนันตสมบูรณ์ นายอำเภอโคกสำโรง กับพวก
กฎหมายที่อ้าง
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง — ม. 55
ประมวลกฎหมายที่ดิน — ม. 60
องค์คณะ
ชูชาติ ศรีแสง
จิระ บุญพจนสุนทร
วินัย วิมลเศรษฐ

ที่มาของข้อมูล — ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในศาลฎีกา
ศาลฎีกา เลขที่ 6 ถนนราชดำเนินใน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 ✓ ตรวจสอบแล้ว

ข้อมูลเป็นคำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น/ย่อยาว) ตามที่ศาลเผยแพร่ ไม่ใช่ข้อความคำพิพากษาฉบับเต็ม — ตรวจกับต้นฉบับจากแหล่งทางการของศาลฎีกาก่อนอ้างอิง · ระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา

ค้นหาฎีกาอื่นข้อกฎหมายและมาตรา