ฎีกา ปี พ.ศ. 2539

ฎีกาที่ 2322/2539

คำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น)

การที่จำเลยให้การไว้ในชั้นสอบสวนตามบันทึกคำให้การว่าจำเลยมีกัญชาของกลางไว้เพื่อใส่ในก๋วยเตี๋ยวที่จำเลยขายก็มีความหมายว่าจำเลยให้การรับสารภาพว่าจำเลยมีกัญชาของกลางไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายเพราะการขายก๋วยเตี๋ยวที่มีกัญชาเป็นส่วนผสมก็เท่ากับได้จำหน่ายกัญชานั้นให้ผู้ที่ซื้อก๋วยเตี๋ยวจากจำเลยด้วย

คำพิพากษาย่อ (ย่อยาว)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยมีกัญชา จำนวน 11 ถุง น้ำหนักรวม23 กรัม ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยมิได้รับอนุญาตขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 4, 7,8, 26, 76 วรรคสอง, 102 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33และริบของกลางจำเลย ให้การ ปฏิเสธศาลชั้นต้น พิพากษายก ฟ้อง แต่ ให้ริบ ของกลางโจทก์ อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษากลับ ให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 26 วรรคหนึ่งประกอบมาตรา 76 วรรคสอง จำคุก 2 ปี คำให้การรับสารภาพชั้นจับกุมและชั้นสอบสวนของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 หนึ่งในสาม คงจำคุก1 ปี 4 เดือน ริบของกลางจำเลย ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาที่จะวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า จำเลยได้กระทำความผิดฐานมีกัญชาไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายดังฟ้องและสมควรรอการลงโทษจำคุกจำเลยหรือไม่โจทก์มีร้อยตำรวจโทเอกชัยและพลตำรวจสุริยาเป็นประจักษ์พยานเบิกความว่าได้ความสอดคล้องต้องกันว่า วันเวลาเกิดเหตุประจักษ์พยานโจทก์ทั้งสองดังกล่าวกับพวกได้ร่วมกันไปตรวจค้นบ้านเกิดเหตุซึ่งมีจำเลยพักอาศัยอยู่ด้วย ผลการตรวจค้นพบกัญชาบรรจุในถุงพลาสติกเล็ก 11 ถุง น้ำหนัก 23 กรัม จากในตู้้เสื้อผ้าที่ชั้นสองของบ้านเกิดเหตุได้ยึดกัญชาดังกล่าวเป็นของกลางและจับกุมจำเลยแจ้งข้อหาว่ามีกัญชาของกลางไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย จำเลยให้การรับสารภาพว่ากัญชาของกลางเป็นของจำเลยมีไว้ในครอบครองเพื่อนำไปขายในราคาถุงละ 20 บาท รายละเอียดปรากฏตามบันทึกการจับกุมเอกสารหมาย จ.2 และโจทก์มีร้อยตำรวจโทปกรวรรธน์ พนักงานสอบสวนเป็นพยานเบิกความยืนยันด้วยว่า ในชั้นสอบสวนจำเลยได้ให้การสารภาพว่ามีกัญชาของกลางไว้ในครอบครองเพื่อใส่ในก๋วยเตี๋ยวที่จำเลยขาย มิใช่เพื่อจำหน่ายดังรายละเอียดปรากฏตามบันทึกคำให้การเอกสารหมาย จ.6 ซึ่งเห็นว่าการที่จำเลยได้ให้การไว้ตามบันทึกคำให้การดังกล่าวว่าจำเลยมีกัญชาของกลางไว้เพื่อใส่ในก๋วยเตี๋ยวที่จำเลยขาย ก็มีความหมายว่าจำเลยให้การรับสารภาพว่าจำเลยมีกัญชาของกลางไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายนั่นเอง เพราะการขายก๋วยเตี๋ยวที่มีกัญชาเป็นส่วนผสมก็เท่ากับได้จำหน่ายกัญชานั้นให้ผู้ที่ซื้อก๋วยเตี๋ยวจากจำเลยด้วยพยานหลักฐานของโจทก์ได้ความดังนี้ โดยไม่ปรากฏว่าพยานของโจทก์ดังวินิจฉัยแล้วข้างต้น มีสาเหตุโกรธเคืองกับจำเลยอันจะทำให้น่าสงสัยว่าจะแกล้งเบิกความปรักปรำจำเลย จึงเห็นว่าพยานหลักฐานของโจทก์มีน้ำหนักเชื่อได้ว่าจำเลยได้กระทำความผิดฐานมีกัญชาของกลางไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายจริงดังฟ้อง แต่ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยโดยไม่รอการลงโทษให้นั้นเห็นว่า จำเลยไม่เคยได้รับโทษจำคุกมาก่อน และกัญชาของกลางมีจำนวนเพียงเล็กน้อย สมควรรอการลงโทษจำคุกเพื่อให้จำเลยได้กลับประพฤติตนเป็นคนดีต่อไป แต่เพื่อให้จำเลยหลาบจำ จึงให้ลงโทษปรับจำเลยอีกสถานหนึ่งด้วยพิพากษาแก้เป็นว่า ให้ปรับจำเลยอีกสถานหนึ่งเป็นเงิน21,000 บาท ลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78หนึ่งในสาม คงให้ปรับ 14,000 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 2 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 ไม่ชำระค่าปรับให้บังคับตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 2

ข้อมูลคดี

คู่ความ
โจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดสมุทรปราการ
จำเลย - นาง เต็มดวง ยะรังวงษ์
กฎหมายที่อ้าง
พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 — ม. 26, ม. 76 วรรคสอง
องค์คณะ
พรชัย สมรรถเวช
สถิตย์ ไพเราะ
สมคิด ไตรโสรัส

ที่มาของข้อมูล — ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในศาลฎีกา
ศาลฎีกา เลขที่ 6 ถนนราชดำเนินใน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 ✓ ตรวจสอบแล้ว

ข้อมูลเป็นคำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น/ย่อยาว) ตามที่ศาลเผยแพร่ ไม่ใช่ข้อความคำพิพากษาฉบับเต็ม — ตรวจกับต้นฉบับจากแหล่งทางการของศาลฎีกาก่อนอ้างอิง · ระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา

ค้นหาฎีกาอื่นข้อกฎหมายและมาตรา