ฎีกา ปี พ.ศ. 2533

ฎีกาที่ 2329/2533

คำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น)

พระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. 2518 มาตรา 123(3) ที่ให้นายจ้างเลิกจ้างลูกจ้างในกรณีฝ่าฝืนข้อบังคับ ระเบียบ หรือคำสั่งอันชอบด้วยกฎหมายโดยนายจ้างได้ว่ากล่าวและตักเตือนเป็นหนังสือแล้วนั้น หนังสือตักเตือนดังกล่าวจะมีอยู่ก่อนหรือมีขึ้นภายหลังจากข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างมีผลใช้บังคับก็ได้ เมื่อปรากฏว่าก่อนที่ข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างมีผลใช้บังคับ นายจ้างเคยตักเตือนลูกจ้างเป็นหนังสือมาแล้ว และลูกจ้างได้มา กระทำผิดซ้ำคำตักเตือนเป็นหนังสือภายหลังข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างใช้บังคับอีก นายจ้างย่อมเลิกจ้างลูกจ้างได้ตามบทกฎหมายดังกล่าว

คำพิพากษาย่อ (ย่อยาว)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเป็นคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ จำเลยมีคำสั่งที่ ๓๗/๒๕๓๒ ลงวันที่ ๒๕ สิงหาคม ๒๕๓๒ ให้โจทก์รับนายสถิตย์ จิตรสะอาด เข้าทำงานในตำแหน่งหน้าที่และอัตราค่าจ้างเดิมพร้อมจ่ายค่าเสียหาย หรือให้โจทก์จ่ายค่าเสียหายจำนวน ๑๒,๒๐๐ บาทโดยอ้างว่าโจทก์เลิกจ้างนายสถิตย์ฝ่าฝืนมาตรา ๑๒๓ แห่งพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. ๒๕๑๘ ซึ่งไม่ชอบด้วยกฎหมายและข้อเท็จจริงโจทก์เลิกจ้างนายสถิตย์ก็เพราะนายสถิตย์ละทิ้งหน้าที่โดยไม่มีเหตุผลอันสมควรหลายครั้ง ซึ่งโจทก์เคยตักเตือนเป็นหนังสือแล้วต่อมาวันที่ ๒๖ และ ๒๗ เมษายน ๒๕๓๒ นายสถิตย์ได้ละทิ้งหน้าที่โดยไม่มีเหตุอันสมควรอีกซึ่งฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับ โจทก์จึงเลิกจ้างได้ จึงขอให้เพิกถอนคำสั่งที่ ๓๗/๒๕๓๒ ของคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์
จำเลยทั้งสิบเอ็ดให้การว่า คำสั่งดังกล่าวชอบด้วยกฎหมายและข้อเท็จจริง เพราะวันที่ ๒๖ และ ๒๗ เมษายน ๒๕๓๒ นายสถิตย์ป่วยโดยยื่นใบลาและได้รับอนุญาตจากผู้บังคับบัญชา และมีใบรับรองแพทย์ หากจะฟังว่าละทิ้งหน้าที่ก็มิใช่ความผิดร้ายแรงและเป็นความผิดครั้งแรกหลังข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างมีผลใช้บังคับ โจทก์ไม่มีสิทธิเลิกจ้างนายสถิตย์ ขอให้ยกฟ้อง
ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้เพิกถอนคำสั่งที่ ๓๒/๒๕๓๒ลงวันที่ ๒๕ สิงหาคม ๒๕๓๒ ของคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์
จำเลยทั้งสิบเอ็ดอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา
ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า ที่จำเลยทั้งสิบเอ็ดอุทธรณ์ว่า ตามพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. ๒๕๑๘มาตรา ๑๒๓(๓) นั้น ต้องเป็นการกระทำผิดซ้ำคำตักเตือนที่ออกระหว่างสภาพการจ้างมีผลใช้บังคับ ข้อเท็จจริงปรากฏว่าหลังจากที่โจทก์และพนักงานของโจทก์มีข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างที่เกิดจากการแจ้งข้อเรียกร้องแล้ว นายสถิตย์เพิ่งทำผิดระเบียบโดยขาดงานเป็นครั้งแรก โจทก์ไม่มีสิทธิเลิกจ้างนายสถิตย์ด้วยเหตุดังกล่าวนั้น ข้อเท็จจริงยุติตามที่แรงงานกลางวินิจฉัยว่าดจทก์เคยตักเตือนนายสถิตย์เป็นหนังสือเมื่อวันที่ ๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๓๒เรื่องขาดงาน ตามเอกสารหมาย จ.๘ ก่อนที่จะมีการยื่นข้อเรียกร้องที่นายสถิตย์เป็นผู้แทนเจรจา ข้อเรียกร้องสามารถตกลงกันได้โดยได้ทำบันทึกข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างกันเมื่อวันที่ ๒๘กุมภาพันธ์ ๒๕๓๒ เห็นว่า ตามพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. ๒๕๑๘มาตรา ๑๒๓ บัญญัติว่า "ในระหว่างข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างหรือคำชี้ขาดมีผลใช้บังคับ ห้ามมิให้นายจ้างเลิกจ้าง ลูกจ้าง ผู้แทนลูกจ้าง...ซึ่งเกี่ยวข้องกับข้อเรียกร้อง เว้นแต่บุคคลดังกล่าว...(๓) ฝ่าฝืนข้อบังคับ ระเบียบ หรือคำสั่งอันชอบด้วยกฎหมายของนายจ้างโดยนายจ้างได้ว่ากล่างและตักเตือนเป็นหนังสือแล้ว..."ตามบทบัญญัติของมาตรานี้ที่ให้นายจ้างเลิกจ้างลูกจ้างในกรณีฝ่าฝืนข้อบังคับ ระเบียบ หรือคำสั่งอันชอบด้วยกฎหมายโดยนายจ้างได้ว่ากล่าวและตักเตือนเป็นหนังสือแล้วนั้น มิได้บัญญัติไว้ให้เห็นเลยว่าต้องเป็นหนังสือตักเตือนที่มีขึ้นหลังจากข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างมีผลใช้บังคับ หรือการกระทำผิดซ้ำคำตักเตือนเป็นหนังสือที่ได้ตักเตือนก่อนข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างที่มีผลใช้บังคับนั้นไม่ถือเป็นการกระทำผิดซ้ำคำตักเตือน ทั้งการยื่นข้อเรียกร้องนั้นก็ไม่มีบทกฎหมายใดให้ถือว่าหนังสือตักเตือนที่มีอยู่ก่อนนั้นสิ้นผลไป โจทก์จึงเลิกจ้างนายสถิตย์ได้ตามบทกฎหมายที่กล่าวข้างต้น ศาลแรงงานกลางพิพากษาชอบแล้ว
พิพากษายืน.

ข้อมูลคดี

คู่ความ
โจทก์ - บริษัทอินเตอร์เพิร์น จำกัด
จำเลย - นายอร่าม สุทธะพินทุ กับพวก
กฎหมายที่อ้าง
พระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518
องค์คณะ
อุดม เฟื่องฟุ้ง
เคียง บุญเพิ่ม
ก้าน อันนานนท์

ที่มาของข้อมูล — ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในศาลฎีกา
ศาลฎีกา เลขที่ 6 ถนนราชดำเนินใน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 ✓ ตรวจสอบแล้ว

ข้อมูลเป็นคำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น/ย่อยาว) ตามที่ศาลเผยแพร่ ไม่ใช่ข้อความคำพิพากษาฉบับเต็ม — ตรวจกับต้นฉบับจากแหล่งทางการของศาลฎีกาก่อนอ้างอิง · ระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา

ค้นหาฎีกาอื่นข้อกฎหมายและมาตรา