ฎีกา ปี พ.ศ. 2547 แพ่ง
ฎีกาที่ 2353/2547
คำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น)
การยื่นอุทธรณ์ย่อมไม่เป็นการทุเลาการบังคับคดี ตาม พ.ร.บ.จัดตั้งศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศและวิธีพิจารณาคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศฯ มาตรา 45 ประกอบด้วย ป.วิ.พ. มาตรา 231 วรรคหนึ่ง แม้ผู้คัดค้านจะได้ยื่นอุทธรณ์และยื่นคำร้องขอทุเลาการบังคับคดีไว้แล้ว แต่เมื่อศาลฎีกายังไม่มีคำสั่งอนุญาตให้ทุเลาการบังคับคดี ผู้ร้องซึ่งชนะคดีตามคำพิพากษาของศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง ย่อมมีสิทธิบังคับคดีได้ และไม่มีเหตุให้เพิกถอนหรืองดการบังคับคดี
คำพิพากษาย่อ (ย่อยาว)
คดีสืบเนื่องมาจากศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางออกหมายบังคับคดีเมื่อวันที่ ๒๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๕ ให้ผู้คัดค้านชำระเงินแก่ผู้ร้อง ให้ผู้คัดค้านใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนผู้ร้อง โดยกำหนดค่าทนายความ ๑๐๐,๐๐๐ บาท
ผู้คัดค้านยื่นอุทธรณ์และยื่นคำร้องขอทุเลาการบังคับคดีเมื่อวันที่ ๒๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๕ ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางรับอุทธรณ์ของผู้คัดค้าน ผู้ร้องแก้อุทธรณ์และคัดค้านการขอทุเลาการบังคับคดีแล้ว ต่อมาผู้ร้องได้นำหมายบังคับคดีไปดำเนินการให้เจ้าพนักงานบังคับคดีอายัดเงินในบัญชีเงินฝากของผู้คัดค้าน ๒ บัญชี และเจ้าพนักงานบังคับคดีมีหนังสือแจ้งให้ผู้คัดค้านส่งมอบใบทะเบียนเครื่องจักรของผู้คัดค้านให้แก่เจ้าพนักงานบังคับคดี มิฉะนั้นจะขายทอดตลาดเครื่องจักรของผู้คัดค้าน
ผู้คัดค้านยื่นคำร้องขอให้ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางเพิกถอนกระบวนวิธีการบังคับคดีตั้งแต่วันที่ ๒๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๕ เป็นต้นมา และให้งดการบังคับคดีไว้จนกว่าศาลฎีกาจะมีคำพิพากษา
ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางมีคำสั่งว่า คดีอยู่ระหว่างรอศาลฎีกามีคำสั่งคำร้องขอทุเลาการบังคับคดี ผู้ร้องมีสิทธิดำเนินการบังคับคดีได้ตามกฎหมาย กรณีไม่มีเหตุให้งดหรือเพิกถอนการบังคับคดี ยกคำร้อง ค่าคำร้องเป็นพับ
ผู้คัดค้านอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่ผู้คัดค้านอุทธรณ์ว่า คดีอยู่ระหว่างรอศาลฎีกามีคำสั่งหรือคำพิพากษา ผู้ร้องจึงยังไม่มีสิทธิบังคับคดี ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางไม่อาจพิจารณาคำร้องขอทุเลาการบังคับคดีและออกหมายบังคับคดีได้นั้น เห็นว่า การยื่นอุทธรณ์ย่อมไม่เป็นการทุเลาการบังคับคดีตาม พ.ร.บ.จัดตั้งศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศและวิธีพิจารณาคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ พ.ศ. ๒๕๓๙ มาตรา ๔๕ ประกอบด้วย ป.วิ.พ. มาตรา ๒๓๑ วรรคหนึ่ง คดีนี้แม้ผู้คัดค้านจะได้ยื่นอุทธรณ์และยื่นคำร้องขอทุเลาการบังคับคดีไว้แล้ว แต่เมื่อศาลฎีกายังไม่มีคำสั่งอนุญาตให้ทุเลาการบังคับคดี ผู้ร้องซึ่งชนะคดีตามคำพิพากษาศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางย่อมมีสิทธิบังคับคดีได้และไม่มีเหตุให้เพิกถอนหรืองดการบังคับคดี ที่ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางมีคำสั่งมานั้นชอบแล้ว อุทธรณ์ของผู้คัดค้านฟังไม่ขึ้น
พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ.
ข้อมูลคดี
- คู่ความ
- ผู้ร้อง - บริษัทโซซิเอต้า อินดูสเตรีย เมคคานิเตล อัสเตรสซาตูเร กาเปนตาเรีย หรือ เอส.ไอ.เอ็ม.เอ.ซี เอส.พี.เอ หรือซีแมค เอส.พี.เอ.
ผู้คัดค้าน - บริษัทมังกรไทยสตีลบาร์ จำกัด - กฎหมายที่อ้าง
- พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศและวิธีพิจารณาคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ พ.ศ.2539 — ม. 45
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง — ม. 231 วรรคหนึ่ง - องค์คณะ
- จรูญวิทย์ ทองสอน
เสริมศักดิ์ ผลัดธุระ
ประสพสุข บุญเดช - ศาลชั้นต้น/อุทธรณ์
- ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ - นางกรกันยา สุวรรณพานิช
ศาลอุทธรณ์
ที่มาของข้อมูล — ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในศาลฎีกา
ศาลฎีกา เลขที่ 6 ถนนราชดำเนินใน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 ✓ ตรวจสอบแล้ว
ข้อมูลเป็นคำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น/ย่อยาว) ตามที่ศาลเผยแพร่ ไม่ใช่ข้อความคำพิพากษาฉบับเต็ม — ตรวจกับต้นฉบับจากแหล่งทางการของศาลฎีกาก่อนอ้างอิง · ระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา