ฎีกา ปี พ.ศ. 2533 อาญา
ฎีกาที่ 2362/2533
คำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น)
จำเลยซึ่งเป็นบุตรของผู้ร้องนำรถยนต์ของกลางไปใช้ในการบรรทุกไม้แปรรูปผิดกฎหมาย โดยผู้ร้องกับจำเลยพักอาศัยอยู่บ้านเดียวกัน นอกจากนี้จำเลยเคยนำรถยนต์ของกลางไปใช้เป็นประจำดังนั้นที่ผู้ร้องกล่าวอ้างและนำสืบว่าจำเลยหลอกเอารถยนต์ของกลางไปจากนาย พ. ลูกจ้างของผู้ร้องในวันเกิดเหตุว่าผู้ร้องให้มาเอารถยนต์ของกลางไปธุระจึงไม่น่าเชื่อถือ ข้อเท็จจริงฟังว่าผู้ร้องรู้เห็นเป็นใจด้วยในการกระทำความผิดของจำเลย.
คำพิพากษาย่อ (ย่อยาว)
กรณีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยฐานมีไม้หวงห้ามแปรรูปไว้ในครอบครองโดยมิได้รับอนุญาต ตามพระราชบัญญัติป่าไม้พ.ศ. 2484 มาตรา 48, 73, 74, 74 ทวิ ให้จำคุกและปรับ พร้อมทั้งริบไม้กับรถยนต์หมายเลขทะเบียน 80-4147 ร้อยเอ็ด ของกลาง ส่วนโทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า ผู้ร้องเป็นเจ้าของรถยนต์หมายเลขทะเบียน 80-4147 ร้อยเอ็ด ซึ่งผู้ร้องให้นายไพบูลย์ นามไพรลูกจ้างขับรถรับจ้าง วันเกิดเหตุจำเลยซึ่งเป็นบุตรของผู้ร้องหลอกเอารถยนต์คันดังกล่าวไปจากนายไพบูลย์โดยอ้างว่าผู้ร้องมีธุระจำเป็นต้องใช้รถยนต์ หลังจากได้รถยนต์แล้วจำเลยนำรถยนต์ไปใช้ในการกระทำความผิดคดีนี้โดยผู้ร้องมิได้รู้เห็นเป็นใจด้วยในการกระทำความผิด ขอให้คืนรถยนต์ของกลางแก่ผู้ร้องโจทก์ยื่นคำคัดค้านว่า ผู้ร้องมิใช่เจ้าของกรรมสิทธิ์ที่แท้จริงในรถยนต์ของกลาง หากผู้ร้องเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ผู้ร้องก็รู้เห็นเป็นใจด้วยในการที่จำเลยนำรถยนต์ของกลางไปใช้ในการกระทำความผิด ขอให้ยกคำร้องศาลชั้นต้นไต่สวนแล้วมีคำสั่งให้ยกคำร้องผู้ร้องอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนผู้ร้องฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงฟังได้เป็นยุติในเบื้องต้นว่ารถยนต์ของกลางเป็นของผู้ร้อง จำเลยซึ่งเป็นบุตรของผู้ร้องนำรถยนต์ของกลางไปใช้ในการกระทำความผิดจนศาลสั่งริบรถยนต์ของกลาง ปัญหามีว่า ผู้ร้องรู้เห็นเป็นใจด้วยในการกระทำความผิดของจำเลยหรือไม่ ในปัญหาดังกล่าวผู้ร้องเบิกความรับว่าจำเลยพักอาศัยอยู่บ้านหลังเดียวกับผู้ร้อง นอกจากนี้จำเลยเคยนำรถยนต์ของกลางไปใช้เป็นประจำ ดังนั้น ที่ผู้ร้องกล่าวอ้างและนำสืบว่าจำเลยหลอกเอารถยนต์ของกลางไปจากนายไพบูลย์ในวันเกิดเหตุจึงไม่น่าเชื่อถือ ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยกับคำวินิจฉัยของศาลล่างทั้งสองที่ว่า ผู้ร้องรู้เห็นเป็นใจด้วยในการกระทำความผิดของจำเลยในคดีนี้..."พิพากษายืน.
ข้อมูลคดี
- คู่ความ
- โจทก์ - พนักงานอัยการ จังหวัด ร้อยเอ็ด
ผู้ร้อง - นาย บุญ ทัน กิติ ลาภ
จำเลย - นาย คม สันต์ กิติ ลาภ - กฎหมายที่อ้าง
- ประมวลกฎหมายอาญา — ม. 36
- องค์คณะ
- ปิ่นทิพย์ สุจริตกุล
ชูศักดิ์ บัณฑิตกุล
สุเทพ กิจสวัสดิ์
ที่มาของข้อมูล — ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในศาลฎีกา
ศาลฎีกา เลขที่ 6 ถนนราชดำเนินใน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 ✓ ตรวจสอบแล้ว
ข้อมูลเป็นคำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น/ย่อยาว) ตามที่ศาลเผยแพร่ ไม่ใช่ข้อความคำพิพากษาฉบับเต็ม — ตรวจกับต้นฉบับจากแหล่งทางการของศาลฎีกาก่อนอ้างอิง · ระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา