ฎีกา ปี พ.ศ. 2537 แพ่ง

ฎีกาที่ 2418/2537

คำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น)

พนักงานเดินหมายบันทึกการส่งหมายว่าไม่พบทนายจำเลย พบแต่คนในบ้านสอบถามได้ความว่าทนายจำเลยไปธุระที่กรุงเทพมหานครไม่ทราบว่าจะกลับมาเมื่อใด จำเลยมิได้นำสืบหักล้างว่าบันทึกการส่งหมายดังกล่าวไม่ถูกต้อง ตามบันทึกดังกล่าวแสดงว่าทนายจำเลยยังอาศัยอยู่ในบ้านเลขที่ 48 การที่ทนายจำเลยยังอาศัยอยู่ในบ้านเลขที่ 48 ก็ดี การที่ทนายจำเลยไม่ได้ย้ายทะเบียนบ้านไปอยู่ที่บ้านซึ่งเป็นสำนักงานแห่งใหม่ก็ดี ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าทนายจำเลยมีภูมิลำเนาอยู่ที่บ้านเลขที่ 48 ด้วย ฉะนั้น การปิดหมายนัดฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์จึงชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 79 ถือว่าจำเลยทราบวันนัดแล้ว การอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ของศาลชั้นต้นจึงชอบด้วยกฎหมาย

คำพิพากษาย่อ (ย่อยาว)

คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระหนี้ตามสัญญากู้ยืมเงิน ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงิน 400,000 บาทแก่โจทก์พร้อมด้วยดอกเบี้ย จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ทำคำพิพากษาเสร็จแล้วส่งมาให้ศาลชั้นต้นอ่านให้คู่ความฟัง ศาลชั้นต้นนัดฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์วันที่ 23 กรกฎาคม 2533 เวลา 13.30 นาฬิกาโดยแจ้งวันนัดให้ทนายความของคู่ความทราบ สำหรับทนายความจำเลยแจ้งให้ทราบโดยวิธีปิดหมาย ถึงวันนัดไม่มีคู่ความฝ่ายใดมาศาลศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้งดการอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์จำเลยยื่นคำร้องขอยื่นฎีกาโดยอ้างว่า จำเลยเพิ่งจะทราบการอ่านคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์เมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายน 2533เนื่องจากเดิมทนายความจำเลยมีสำนักงานอยู่บ้านเลขที่ 48ตำบลท่าฉลอม อำเภอเมืองสมุทรสาคร จังหวัดสมุทรสาคร แต่ได้ย้ายสำนักงานไปอยู่บ้านเลขที่ 1022/5 ข ตำบลมหาชัยอำเภอเมืองสมุทรสาคร จังหวัดสมุทรสาคร ตั้งแต่ต้นปี 2533พนักงานเดินหมายของศาลได้นำหมายนัดฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ไปปิดที่สำนักงานเดิม การปิดหมายนั้นจึงถือไม่ได้ว่าได้ปิดหมายณ ภูมิลำเนาหรือสำนักทำการงานของทนายความจำเลยโจทก์คัดค้านว่า ทนายความจำเลยมีภูมิลำเนาอยู่บ้านเลขที่ที่พนักงานเดินหมายของศาลปิดหมาย ขอให้ยกคำร้องศาลชั้นต้นไต่สวนคำร้องจำเลยแล้ว มีคำสั่งให้ยกคำร้องจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า พนักงานเดินหมายบันทึกการส่งหมายว่าไม่พบทนายจำเลย พบแต่คนในบ้านสอบถามได้ความว่าทนายจำเลยไปธุระที่กรุงเทพมหานคร ไม่ทราบว่าจะกลับมาเมื่อใด จำเลยมิได้นำสืบหักล้างว่าบันทึกการส่งหมายดังกล่าวไม่ถูกต้อง ตามบันทึกดังกล่าวแสดงว่าทนายจำเลยยังอาศัยอยู่ในบ้านเลขที่ 48 การที่ทนายจำเลยยังอาศัยอยู่ในบ้านเลขที่ 48 ก็ดี การที่ทนายจำเลยไม่ได้ย้ายทะเบียนบ้านไปอยู่ที่บ้านซึ่งเป็นสำนักงานแห่งใหม่ก็ดี ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าทนายจำเลยมีภูมิลำเนาอยู่บ้านเลขที่ 48 ด้วย ฉะนั้นการปิดหมายนัดฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์จึงชอบตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 79 แล้ว ถือได้ว่าจำเลยทราบวันนัดฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์โดยชอบแล้ว การอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ของศาลชั้นต้นจึงชอบด้วยกฎหมายพิพากษายืน

ข้อมูลคดี

คู่ความ
โจทก์ - นาง ทัศนีย์ สุวรรณชาศ รี
จำเลย - นาย พิศิษฐ์ สุธรรมชัย
กฎหมายที่อ้าง
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง — ม. 75, ม. 79, ม. 140 (3), ม. 244
องค์คณะ
สถิตย์ ไพเราะ
พรชัย สมรรถเวช
สมคิด ไตรโสรัส

ที่มาของข้อมูล — ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในศาลฎีกา
ศาลฎีกา เลขที่ 6 ถนนราชดำเนินใน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 ✓ ตรวจสอบแล้ว

ข้อมูลเป็นคำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น/ย่อยาว) ตามที่ศาลเผยแพร่ ไม่ใช่ข้อความคำพิพากษาฉบับเต็ม — ตรวจกับต้นฉบับจากแหล่งทางการของศาลฎีกาก่อนอ้างอิง · ระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา

ค้นหาฎีกาอื่นข้อกฎหมายและมาตรา