ฎีกา ปี พ.ศ. 2533 แพ่ง
ฎีกาที่ 245/2533
คำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น)
เมื่อจำเลยเลิกจ้างโจทก์แล้ว โจทก์มีสิทธิเรียกร้องต่อจำเลยประการใดอันเกิดขึ้นหรือเกี่ยวเนื่องกับการเลิกจ้างนั้น โจทก์ต้องใช้สิทธิเรียกร้องมาในคราวเดียวกันทั้งหมด คดีก่อนโจทก์ฟ้องว่า จำเลยเลิกจ้างโจทก์โดยขัดต่อพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ฯมาตรา 20 และมาตรา 31 ขอให้บังคับจำเลยรับโจทก์กลับเข้าทำงานตามเดิม และชำระค่าจ้างตั้งแต่วันที่มีคำสั่งเลิกจ้างจนกว่าจะรับโจทก์กลับเข้าทำงาน ศาลแรงงานกลางพิพากษายกฟ้อง คดีถึงที่สุดแล้วโจทก์กลับมาฟ้องคดีนี้เรียกค่าเสียหายที่ไม่มีงานทำ เงินเดือนสำหรับช่วงระยะเวลาการจ้างที่ยังไม่ครบกำหนด และค่าชดเชยโดยอาศัยเหตุแห่งการเลิกจ้างคราวเดียวกัน ซึ่งเป็นประเด็นที่ศาลได้วินิจฉัยและมีคำพิพากษาถึงที่สุดแล้ว ฟ้องโจทก์คดีนี้จึงเป็นฟ้องซ้ำกับคดีก่อน ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 148 ประกอบด้วยพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 31
คำพิพากษาย่อ (ย่อยาว)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเลิกจ้างโจทก์โดยโจทก์ไม่ได้กระทำความผิดขอให้บังคับจำเลยจ่ายค่าชดเชย ค่าจ้างสำหรับช่วงระยะเวลาการจ้างที่ยังไม่ครบกำหนด และค่าเสียหาย
จำเลยทั้งสองให้การต่อสู้คดีหลายประการ และว่าฟ้องโจทก์เป็นฟ้องซ้ำกับคดีหมายเลขแดงที่ ๗๘๕/๒๕๓๑ ของศาลแรงงานกลาง
ศาลแรงงานกลางพิจารณาแล้ววินิจฉัยว่า ฟ้องโจทก์คดีนี้เป็นฟ้องซ้ำกับคดีหมายเลขแดงที่ ๗๘๕/๒๕๓๑ พิพากษายกฟ้อง
โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา
ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงได้ความว่าคดีก่อนโจทก์ฟ้องจำเลยทั้งสองว่า จำเลยเลิกจ้างโจทก์โดยขัดต่อพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. ๒๕๑๘ มาตรา ๒๐ และมาตรา ๓๑ เนื่องจากจำเลยแก้ไขข้อบังคับเกี่ยวกับสภาพการจ้างโดยมิได้แจ้งข้อเรียกร้องและโจทก์มิได้รู้เห็นยินยอมด้วย ทั้งเลิกจ้างในขณะที่ยังอยู่ในระหว่างการเจรจาตามข้อเรียกร้องตามเอกสารท้ายฟ้องหมายเลข ๑ ที่โจทก์กับพนักงานอื่นได้ยื่นต่อจำเลยไว้ ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองรับโจทก์กลับเข้าทำงานตามเดิม กับให้จำเลยชำระค่าจ้างตั้งแต่วันที่มีคำสั่งเลิกจ้างโจทก์จนกว่าจะรับโจทก์กลับเข้าทำงาน ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่าเอกสารท้ายฟ้องหมายเลข ๑ ไม่ใช่ข้อเรียกร้องขอเปลี่ยนแปลงสภาพการจ้างที่ยื่นต่อนายจ้างตามพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. ๒๕๑๘ จำเลยมีสิทธิเลิกจ้างโจทก์ได้ และไม่เป็นการเลิกจ้างที่ฝ่าฝืนต่อมาตรา ๓๑แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าว พิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ศาลฎีกาพิพากษายืน คดีถึงที่สุดตามคดีหมายเลขแดงที่ ๗๘๕/๒๕๓๑ของศาลแรงงานกลาง การที่โจทก์ฟ้องจำเลยในคดีก่อน สาเหตุก็เนื่องจากจำเลยเลิกจ้างโจทก์เมื่อวันที่ ๖ มีนาคม ๒๕๓๐ เมื่อจำเลยเลิกจ้างโจทก์แล้ว โจทก์มีสิทธิเรียกร้องต่อจำเลยประการใดอันเกิดขึ้นหรือเกี่ยวเนื่องกับการเลิกจ้างนั้น โจทก์ย่อมต้องใช้สิทธิเรียกร้องมาในคราวเดียวกันทั้งหมดการที่โจทก์มิได้เรียกร้องค่าเสียหายที่ไม่มีงานทำ เงินเดือนสำหรับช่วงระยะเวลาการจ้างที่ยังไม่ครบกำหนดและค่าชดเชยรวมไปกับคดีก่อน แต่กลับมาเรียกร้องในคดีนี้โดยอาศัยเหตุแห่งการเลิกจ้างคราวเดียวกัน ซึ่งเป็นประเด็นที่ศาลได้วินิจฉัยและมีคำพิพากษาถึงที่สุดแล้ว ฟ้องโจทก์คดีนี้จึงเป็นฟ้องซ้ำกับคดีหมายเลขแดงที่ ๗๘๕/๒๕๓๑ ของศาลแรงงานกลาง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๔๘ ประกอบด้วยพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. ๒๕๒๒มาตรา ๓๑
พิพากษายืน.
ข้อมูลคดี
- คู่ความ
- โจทก์ - นางนาฏลิกา บุษปฤกษ์
จำเลย - บริษัทเดินอากาศไทย จำกัด กับพวก - กฎหมายที่อ้าง
- ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง — ม. 148
พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 — ม. 31 - องค์คณะ
- ศักดา โมกขมรรคกุล
ครีภูมิ สุวรรณโรจน์
ปรีชา ธนานันท์ - ศาลชั้นต้น/อุทธรณ์
- ศาลแรงงานกลาง - นายรุ่งโรจน์ รื่นเริงวงศ์
ศาลอุทธรณ์
ที่มาของข้อมูล — ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในศาลฎีกา
ศาลฎีกา เลขที่ 6 ถนนราชดำเนินใน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 ✓ ตรวจสอบแล้ว
ข้อมูลเป็นคำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น/ย่อยาว) ตามที่ศาลเผยแพร่ ไม่ใช่ข้อความคำพิพากษาฉบับเต็ม — ตรวจกับต้นฉบับจากแหล่งทางการของศาลฎีกาก่อนอ้างอิง · ระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา