ฎีกา ปี พ.ศ. 2535 แพ่ง

ฎีกาที่ 2452/2535

คำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น)

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 1(14) บัญญัติว่า"เจ้าพนักงานบังคับคดี" หมายความว่า เจ้าพนักงานศาลหรือพนักงานอื่นผู้มีอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายที่ใช้อยู่ ในอันที่จะปฏิบัติตามวิธีการที่บัญญัติไว้ในภาค 4 แห่งประมวลกฎหมายนี้เพื่อคุ้มครองสิทธิของคู่ความในระหว่างการพิจารณา หรือเพื่อบังคับตามคำพิพากษาหรือคำสั่ง รองจ่าศาลเป็นเจ้าพนักงานศาลซึ่งเป็นตำแหน่งรองจากจ่าศาล จึงมีอำนาจบังคับคดีได้ คดีนี้แม้หมายบังคับคดีจะระบุให้จ่าศาลเป็นเจ้าพนักงานบังคับคดีก็หาใช่ว่าจะต้องเป็นอำนาจโดยเฉพาะเจาะจงของจ่าศาลแต่ผู้เดียวไม่ จ่าศาลย่อมมอบอำนาจให้รองจ่าศาลซึ่งเป็นผู้ใต้บังคับบัญชาดำเนินการแทนได้ รองจ่าศาลจึงมีอำนาจบังคับคดีได้ การขายทอดตลาดที่ดินซึ่งเป็นอสังหาริมทรัพย์ เมื่อศาลมีคำสั่งอนุญาตให้ขายแก่โจทก์ผู้ซื้อแล้ว ต้องถือว่าการขายทอดตลาดเป็นอันสมบูรณ์ แม้โจทก์จะยังไม่ได้จดทะเบียนการโอนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ก็ตาม ส่วนการจะให้จำเลยซื้อที่ดินคืนหรือไม่ย่อมเป็นสิทธิของโจทก์ จำเลยจะมาร้องขอให้ศาลอนุญาตให้จำเลยไถ่คืนที่ดินและเพิกถอนการขายทอดตลาดที่เสร็จบริบูรณ์ไปแล้วนั้นไม่ได้

คำพิพากษาย่อ (ย่อยาว)

คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องให้จำเลยชำระหนี้ตามสัญญากู้พร้อมดอกเบี้ยตามกฎหมาย ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงินจำนวน14,000 บาท แก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปีนับตั้งแต่วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2531 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จโดยดอกเบี้ยคิดถึงวันฟ้องต้องไม่เกิน 262.50 บาท ให้จำเลย จำเลยไม่ชำระหนี้ตามคำพิพากษา โจทก์จึงนำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินโฉนดเลขที่ 17292 เล่ม 173 หน้า 92 เลขที่ดิน 11 หน้าสำรวจ 1143หมู่ที่ 4 ตำบลนาตาล่วง อำเภอเมืองตรัง จังหวัดตรัง ของจำเลยออกขายทอดตลาดเพื่อชำระหนี้ เจ้าพนักงานบังคับคดีได้ดำเนินการประกาศขายทอดตลาดที่ดินแปลงดังกล่าวหลายครั้ง แต่มีผู้เสนอราคาสูงสุดต่ำกว่าราคาที่เจ้าพนักงานบังคับคดีประเมินไว้ ศาลชั้นต้นจึงให้ประกาศขายใหม่ เจ้าพนักงานบังคับคดีประกาศขายทอดตลาดเป็นครั้งที่ 5 ในวันที่ 21 กรกฎาคม 2532 โจทก์เป็นผู้เสนอราคาสูงสุด 32,000 บาท ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ขายได้ โจทก์ในฐานะผู้ซื้อได้ทำสัญญาซื้อขายที่ดินดังกล่าวกับเจ้าพนักงานบังคับคดีผู้ขายแล้วต่อมาวันที่ 31 กรกฎาคม 2532 จำเลยยื่นคำร้องต่อศาลชั้นต้นว่าทรัพย์ที่ขายทอดตลาดเป็นอสังหาริมทรัพย์ยังมิได้ทำนิติกรรมจดทะเบียนซื้อขายต่อพนักงานเจ้าหน้าที่จำเลยชอบที่จะขอไถ่คืนทรัพย์ที่ขายได้ ซึ่งก่อนที่ศาลชั้นต้นจะมีคำสั่งขายทอดตลาดทรัพย์ดังกล่าวแก่โจทก์ จำเลยได้ชำระเงินตามคำพิพากษาบางส่วนแล้วเป็นเงิน12,000 บาท และโจทก์ได้ขอรับไปจากศาลชั้นต้นแล้วเป็นเงิน 5,000 บาทโจทก์ใช้สิทธิโดยไม่สุจริตมาขอให้ขายทอดตลาดที่ดินของจำเลยเพื่อต้องการที่ดินเป็นของตน ทั้ง ๆ ที่รู้อยู่ว่าจำเลยยังค้างชำระหนี้โจทก์อยู่เพียง 2,000 บาท พร้อมค่าฤชาธรรมเนียมเท่านั้นในวันเวลาที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งประกาศขายทอดตลาดจำเลยไม่อยู่และไม่ทราบวันเวลาขายทอดตลาด หลังจากนั้นจำเลยไปติดต่อโจทก์จะชำระเงินให้จนครบตามคำพิพากษา แต่โจทก์ไม่ยอมเพราะโจทก์ต้องการที่ดินของจำเลย ขอให้ศาลอนุญาตให้จำเลยไถ่ที่ดินคืนและเพิกถอนการขายทอดตลาดที่ดินดังกล่าว โดยจำเลยขอชำระหนี้ตามคำพิพากษาพร้อมค่าฤชาธรรมเนียมแก่โจทก์จนครบศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า การขายทอดตลาดบริบูรณ์แล้ว ให้ยกคำร้องจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายืนจำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่จำเลยฎีกาว่า ศาลชั้นต้นได้ตั้งให้จ่าศาลเป็นเจ้าพนักงานบังคับคดี รองจ่าศาลจึงไม่มีอำนาจบังคับคดีแทนปัญหานี้แม้ไม่ได้ยกขั้นว่ากล่าวในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์แต่เป็นปัญหาเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชนเห็นควรรับวินิจฉัยให้ เห็นว่า ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 1(14) บัญญัติว่า "เจ้าพนักงานบังคับคดี" หมายความว่าเจ้าพนักงานศาลหรือพนักงานอื่นผู้มีอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายที่ใช้อยู่ ในอันที่จะปฏิบัติตามวิธีการที่บัญญัติไว้ในภาค 4แห่งประมวลกฎหมายนี้ เพื่อคุ้มครองสิทธิของคู่ความในระหว่างการพิจารณา หรือเพื่อบังคับตามคำพิพากษาหรือคำสั่ง รองจ่าศาลเป็นเจ้าพนักงานศาลซึ่งเป็นตำแหน่งรองจากจ่าศาล จึงมีอำนาจบังคับคดีได้คดีนี้แม้หมายบังคับคดีจะระบุให้จ่าศาลเป็นเจ้าพนักงานบังคับคดีก็หาใช่ว่าจะต้องเป็นอำนาจโดยเฉพาะเจาะจงของจ่าศาลแต่ผู้เดียวไม่จ่าศาลย่อมมอบอำนาจให้รองจ่าศาลซึ่งเป็นผู้ใต้บังคับบัญชาดำเนินการแทนได้ ดังนั้น เมื่อคดีนี้ปรากฏว่าจ่าศาลได้มอบให้รองจ่าศาลเป็นผู้ดำเนินการแทน รองจ่าศาลจึงมีอำนาจบังคับคดีได้ จำเลยอ้างเหตุประการสุดท้ายว่า การขายทอดตลาดที่ดินซึ่งเป็นอสังหาริมทรัพย์เมื่อยังไม่ได้จดทะเบียนการโอนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่การขายทอดตลาดก็ยังไม่บริบูรณ์ต้องให้จำเลยไถ่ที่ดินคืนนั้นเห็นว่าการขายทอดตลาดที่ดินดังกล่าว เมื่อศาลมีคำสั่งอนุญาตให้ขายแก่โจทก์ ผู้ซื้อแล้ว ต้องถือว่าการขายทอดตลาดเป็นอันสมบูรณ์แม้โจทก์จะยังไม่ได้จดทะเบียนการโอนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ก็ตามส่วนการจะให้จำเลยซื้อที่ดินคืนหรือไม่ย่อมเป็นสิทธิของโจทก์จำเลยจะมาร้องขอให้ศาลอนุญาตให้จำเลยไถ่คืนที่ดินและเพิกถอนการขายทอดตลาดที่เสร็จบริบูรณ์ไปแล้วนั้นไม่ได้พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

คู่ความ
โจทก์ - นาง ก้ม มุ้ง ณ นคร
จำเลย - นาย เกรียม ชูก ล่ำ
กฎหมายที่อ้าง
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ — ม. 456, ม. 1330
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง — ม. 1 (14), ม. 278, ม. 308
องค์คณะ
สมปอง เสนเนียม
อัมพร เดชศิริ
วิฑูรย์ สุทธิประภา

ที่มาของข้อมูล — ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในศาลฎีกา
ศาลฎีกา เลขที่ 6 ถนนราชดำเนินใน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 ✓ ตรวจสอบแล้ว

ข้อมูลเป็นคำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น/ย่อยาว) ตามที่ศาลเผยแพร่ ไม่ใช่ข้อความคำพิพากษาฉบับเต็ม — ตรวจกับต้นฉบับจากแหล่งทางการของศาลฎีกาก่อนอ้างอิง · ระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา

ค้นหาฎีกาอื่นข้อกฎหมายและมาตรา